Posted on 21 พฤศจิกายน 2023 by writer
หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ชวนน้องๆเยาวชนไทย ร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่กับโครงการเรียนซัมเมอร์นิวซีแลนด์ (New Zealand Summer Camp) ประจำปี พ.ศ. 2567 เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ทั้งจากในและนอกห้องเรียนกับนักเรียนนิวซีแลนด์ ฝึกภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษา พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและทักษะการใช้ชีวิตประจำวัน

ในช่วงปิดเทอมภาคฤดูร้อนเดือนมีนาคม พ่อแม่ผู้ปกครองมักจะหากิจกรรมเสริมประสบการณ์ให้น้องๆ ซึ่งมีทั้งกิจกรรมซัมเมอร์ที่น่าสนใจมากมายทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ซึ่งนิวซีแลนด์ ถือเป็นอีกหนึ่งในประเทศยอดนิยมของนักเรียนไทย โดยในปีพ.ศ. 2566 พบว่า ตัวเลขนักเรียนไทยไปศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์มีจำนวนเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะการบินไปเรียนภาษาอังกฤษที่นิวซีแลนด์มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศทั่วโลก ที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง ทำให้นักเรียนได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษทั้งจากในห้องเรียนและการใช้ภาษาในชีวิตประจำวัน
สำหรับพ่อแม่ผู้ปกครองที่สนใจให้น้องๆไปเรียนซัมเมอร์นิวซีแลนด์ มีรายงานข่าวจากหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย แจ้งว่าโครงการซัมเมอร์นิวซีแลนด์ New Zealand Summer Camp 2024 ประกาศเปิดรับสมัครแล้ว สำหรับน้องๆเยาวชนไทย อายุระหว่าง 11-17 ปี เพื่อไปเรียนนิวซีแลนด์ระยะสั้นตั้งแต่ 3 สัปดาห์- 1 เทอม ในช่วงปิดภาคเรียนฤดูร้อน เริ่มเรียนตั้งแต่เดือนมีนาคม และเมษายน 2566 ไปจนถึงเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2567 (ขึ้นอยู่กับหลักสูตรของแต่ละโรงเรียน) นักเรียนสามารถเลือกเรียนได้หลายจุดหมายปลายทาง มีเมืองและระยะเวลาให้เลือกมากมาย อาทิ เมืองChristchurch, Auckland, Napier, Palmerston North, Leeston, Franklin, Paraparaumu และ Te Puke

โครงการเรียนซัมเมอร์ที่นิวซีแลนด์ เป็นโครงการพัฒนาภาษาอังกฤษระยะสั้นในช่วงปิดภาคเรียน จะช่วยให้น้องๆได้เปิดประสบการณ์มากมาย ได้เรียนวิชาภาษาอังกฤษและวิชาเรียนพื้นฐานในระบบการเรียนการสอนจริง สภาพแวดล้อมห้องเรียนนิวซีแลนด์จริงๆ ใช้อุปกรณ์อำนวยความสะดวกได้ทุกอย่างไม่ต่างจากนักเรียนนิวซีแลนด์ ได้เรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ กับกิจกรรมทัศนศึกษาเรียนรู้นอกห้องเรียน พักกับครอบครัวนิวซีแลนด์ที่ดูแลนักเรียนเหมือนคนในครอบครัวจริง ดูแลความปลอดภัย และมีกิจกรรมให้ทำร่วมกัน อีกทั้งยังมีระบบบัดดี้ช่วยฝึกภาษา ได้ฝึกภาษาอังกฤษกับเจ้าของภาษาในชีวิตประจำวันกับครอบครัวนิวซีแลนด์ พบมิตรภาพจากเพื่อนนิวซีแลนด์ และทำให้ได้ฝึกภาษาอังกฤษอย่างก้าวกระโดด
ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดโปรแกรมกับตัวแทนแนะแนวการศึกษาชั้นนำที่ได้รับการรับรองจากหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ ที่ช่วยทั้งการสมัครเรียน รวมทั้งขอวีซ่าและจองรายการต่างๆ และที่พักให้ รายละเอียดเพิ่มเติม https://www.learnenglishnewzealand.com/nzsummer หรือ สอบถามได้ที่ Line ID:@NZEnglish
Posted on 14 พฤศจิกายน 2023 by writer

ดีป้า สานต่อภารกิจปั้นผู้นำยุคดิจิทัล กับการอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 7 ที่มีเนื้อหาคลอบคลุมทั้งด้านเทคโนโลยี การปรับเปลี่ยนองค์กร การบริหารและการตลาด เนื้อหาความรู้ด้านกว้าง ทั้งเทรนด์และโอกาสทางธุรกิจในอนาคต นโยบายที่จะช่วยส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล เนื้อหาที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้นำไปประยุกต์ใช้ได้จริง จากประสบการณ์ของวิทยากร มากกว่า 70 ท่าน ทั้งความสำเร็จและความผิดพลาด อีกทั้งยังมีการศึกษาดูงานจากหน่วยงานชั้นนำทั้งในประเทศกว่า 10 องค์กร และต่างประเทศ ณ ประเทศเยอรมนี เผยผลิตและพัฒนาผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนไปแล้วมากกว่า 500 คน ขอเชิญผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนสมัครเข้าอบรมได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2566
ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ ดีป้า กล่าวว่าเพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งมีการดำเนินโครงการหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) มาอย่างต่อเนื่อง และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดีจากหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ทั้ง 6 รุ่นที่ผ่านมา ในการพัฒนาผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐและเอกชนมากกว่า 500 คน เปรียบเสมือนเป็นกำลังพลในการขับเคลื่อนของประเทศให้มีองค์ความรู้ที่ทันสมัยในองค์ประกอบของระบบงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมเชื่อมโยงกับเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค (Globalization and Regionalization) ไว้ด้วยกัน รองรับการเปลี่ยนแปลงประชากรศาสตร์ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศให้มีทักษะและหลักคิดในการวิเคราะห์และสังเคราะห์อย่างถูกต้อง มีหลักเกณฑ์และเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารเพื่อเป็นเครือข่ายในการพัฒนาอนาคตของประเทศชาติ
“สำหรับหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 7 นี้มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพและเพิ่มขีดความสามารถและการพัฒนาศักยภาพของผู้บริหารระดับสูงของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ให้ได้รับองค์ความรู้ใหม่ๆ สามารถนำความรู้ที่ได้ไปประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้อย่างเหมาะสมสอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันและอนาคต ขณะเดียวกันก็เข้าใจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงขององค์ประกอบ เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในมิติต่างๆที่มีผลกระทบต่อการบริหารจัดการนโยบายและแผนของหน่วยงานเกี่ยวกับการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ จนสามารถสังเคราะห์แนวทางในการเสริมสร้างองค์ความรู้ พลังปัญญาและสามารถนำไปใช้ในการจัดทำนโยบายและแผนของหน่วยงานในอนาคต โดยคำนึงถึงความสอดคล้องกับภาวะปัจจุบัน และความเป็นไปเพื่อการพัฒนาและส่งเสริมการจัดทำยุทธศาสตร์ พัฒนาวิสัยทัศน์ กำหนดนโยบาย เพื่อให้เกิดการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลที่สอดคล้องกับภาวะปัจจุบันและความต้องการของประเทศ จากกรณีศึกษาหน่วยงานต่างๆทั้งในและต่างประเทศ ที่สำคัญยังก่อให้เกิดการสานสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้เรียน เกิดเครือข่ายระหว่างผู้บริหารภาครัฐและภาคเอกชนเพื่อให้เกิดการบูรณาการความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการศึกษาและการดูงานต่างๆ นำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ ต่อองค์การสังคม และประเทศชาติอย่างเป็นรูปธรรม

ทั้งนี้ โครงสร้างหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จะประกอบด้วย 5 ส่วนการเรียนรู้ มีขอบเขตเนื้อหา ดังต่อไปนี้
1.) การพัฒนาทักษะความรู้ที่จำเป็นในอนาคตของผู้นำยุคดิจิทัล ด้านเทคโนโลยี ด้านการเปลี่ยนแปลงองค์กร ด้านการบริหารจัดการองค์กรและการตลาด ในยุคดิจิทัล: Digital Technologies, Transformation, Management and Marketing Skills In Digital Era for CEOs
2.) การพัฒนาทักษะความรู้ในด้านกว้าง (Horizontal Knowledge) เทรนด์และโอกาสทางธุรกิจแห่งอนาคต (Future Trends and Opportunities) ที่สำคัญต่อการนำไปประยุกต์กับองค์กร
3.) การพัฒนาทักษะความรู้ จากประสบการณ์ ของผู้บริหารหน่วยงานต่างๆ (Experience Sharing) ที่จะทำให้เห็นมุมมองในการบริหารจัดการ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี และเรียนรู้จากทั้งความสำเร็จและความผิดพลาด (Learning from Success & Failure)
4.) การศึกษาดูงานเพื่อการสร้างเครือข่ายและการถอดแบบเรียนรู้ในประเทศ
5.) การศึกษาดูงานเพื่อการสร้างเครือข่ายและการถอดแบบเรียนรู้ในต่างประเทศ
โดยจะเปิดรับสมัครผู้เข้าอบรมจำนวนจำกัด ไม่เกิน 80 ท่าน ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 22 ธันวาคม 2566 และเริ่มอบรมวันที่ 25 มกราคม– 25 พฤษภาคม 2567 สัปดาห์ละ 1-2 วัน (ศุกร์-เสาร์) กิจกรรมศึกษาดูงานในประเทศกว่า 10 แห่ง และประเทศเยอรมนี โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและดาวน์โหลด ใบสมัคร รายละเอียดเพิ่มเติมและใบสมัคร ได้ที่ https://www.depa.or.th/th/digitalceo หรือติดต่อเบอร์
โทร. 082 449 4598 , 092 963 9562
Posted on 14 พฤศจิกายน 2023 by writer

สภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิพระมหาไถ่ เพื่อการพัฒนาคนพิการ ได้จัดการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศล ชิงถ้วยรางวัลเกียรติยศจาก ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อหารายได้สนับสนุนกิจกรรมละโครงการของหน่วยงาน พร้อมสร้างเครือข่ายและความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม สู่การขับเคลื่อนงานด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ส่งเสริมและพิทักษ์สิทธิด้านกฎหมายแก่คนพิการ การแข่งขันโบว์ลิ่งในครั้งนี้มี ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความฯ ประธานเปิดงาน ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ นายสัมฤทธิ์ ชาภิรมย์ กรรมการและรองเลขาธิการ มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ นายมานพ เอี่ยมสอาด ผู้จัดการ บริษัท เรย์วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด หน่วยงานภายใต้มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ นายสุนทร พยัคฆ์ เลขาธิการสภาทนายความ ร่วมงานฯ ตลอดจนคณะผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ทั้ง2 ฝ่าย รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ เข้าร่วมการแข่งขัน ณ Blu-O Rhythm & Bowl เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน เมื่อเร็วๆนี้

โดยการแข่งขันแบ่งเป็น 2 ประเภทคือ ทีมกิตติมศักดิ์ และทีมทั่วไป ด้านรางวัลการแข่งขันแบ่งเป็นรางวัลชนะเลิศ ประเภททีม ได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศจาก ดร.วิเชียร ชุบไธสง นายกสภาทนายความฯ รางวัลรองชนะเลิศ ประเภททีม ถ้วยรางวัลเกียรติยศจาก นายสุนทร พยัคฆ์ เลขาธิการสภาทนายความฯ และประเภทบุคคลชนะเลิศสามเกมสูงสุด ได้รับถ้วยรางวัลเกียรติยศ จากนายสัญญาภัชระ สามารถ อุปนายกฝ่ายปฏิบัติการ สภาทนายความ เป็นต้น สำหรับการแข่งขันโบว์ลิ่งการกุศลฯ นี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดียิ่งและบรรยากาศในการแข่งขันเต็มไปด้วยความสนุกสนาน ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากทั้งจาก ผู้เข้าร่วมแข่งขัน นักกีฬา ฯลฯ

ทั้งนี้ เพื่อการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ท่านสามารถช่วยเหลือน้องๆผู้พิการได้ที่มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ธนาคารกรุงเทพ บัญชีเลขที่ 342-3-04066-0 ใบเสร็จสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 089 9367598
Posted on 13 พฤศจิกายน 2023 by writer

“คณิตศาสตร์มีแต่ตัวเลขน่าเบื่อไม่อยากเรียน” ถือเป็นโจทย์ใหญ่ของครูสอนวิชาคณิตศาสตร์ที่จะหาเทคนิคการเรียนการสอนคณิตศาสตร์อย่างไรไม่ให้น่าเบื่อ? เพื่อสร้างแรงจูงใจให้น้องๆมุ่งมั่นอยากจะเรียนวิชาคณิตศาสตร์กันมากขึ้น
มีข้อมูลที่น่าสนใจจากครูผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์จากประเทศนิวซีแลนด์ โดยอาจารย์เคิร์สตี้ บลันเดลล์ (Ms. Kirsty Blundell) ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายคณิตศาสตร์และสถิติ โรงเรียนเอวอนเดล คอนเลจ (Avondale College) โรงเรียนมัธยมสหศึกษาของรัฐที่มีชื่อเสียงของประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นครูผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ที่มีเทคนิคการสื่อสารที่ดีเยี่ยมและการสร้างแรงจูงใจให้เด็กมีส่วนร่วม มีความรอบรู้ในการใช้กลยุทธ์การสอนที่มีประสิทธิภาพและตอบสนองความต้องการเฉพาะของผู้เรียน เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เรียนมีความเข้าใจและมีส่วนร่วมในการศึกษาคณิตศาสตร์
ตามไปดูอาจารย์เคิร์สตี้ บลันเดลล์ (Ms. Kirsty Blundell) ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์เทคนิคการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ เปลี่ยนเรื่องน่าเบื่อให้เป็นเรื่องน่าเรียนได้อย่างไร โดยยกห้องเรียนจำลองการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์แบบนิวซีแลนด์ มาให้น้องๆนักเรียนไทยได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ กับการจำลองห้องเรียนนิวซีแลนด์ วิชาคณิตศาสตร์เรื่องรูปเรขาคณิตสามมิติ ในหัวข้อ ‘Surface Area of 3D Shapes’ ให้น้องๆนักเรียนไทยได้ร่วมพัฒนาทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษด้วย รวมถึงการทำงานเป็นกลุ่ม การฝึกคิดวิเคราะห์เพื่อสร้างโมเดลตึกจำลอง แบบ 3 มิติ โดยมีการนำเสนอผ่านสื่อเทคโนโลยีแบบมีปฎิสัมพันธ์ Mentimeter ซึ่งกิจกรรมห้องเรียนจำลองนิวซีแลนด์นี้ หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ร่วมกับสถาบันการศึกษาชั้นนำของนิวซีแลนด์ ได้ร่วมกันจัดขึ้นภายในงานการศึกษานิวซีแลนด์ และกิจกรรม “ห้องเรียนจำลองแบบนิวซีแลนด์สัญจร” ที่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ และชลบุรี เมื่อเร็วๆนี้

อาจารย์เคิร์สตี้ บลันเดลล์ (Ms. Kirsty Blundell) เปิดเผยว่า กิจกรรมห้องเรียนจำลองสัญจรที่นำมาให้กับน้องๆนักเรียนไทยในครั้งนี้ เป็นการสอนวิชาคณิตศาสตร์ประยุกต์โดยใช้ 3D มาใช้กับตึกโมเดลจำลองที่เป็นสถาปัตยกรรมของไทย ซึ่งเป็นการนำเรื่องใกล้ตัวมาสร้างแรงจูงใจ กระตุ้นให้นักเรียนอยากมีส่วนร่วมในกิจกรรม โดยแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่มๆ และให้นักเรียนได้ฝึกคิดฝึกลงมือทำด้วยตนเอง โดยแนวคิดของบทเรียนนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับรูปทรง 3 มิติในโลกแห่งความเป็นจริง นักเรียนจะสำรวจรูปร่างอาคารที่พวกเขาเห็นในชีวิตประจำวัน และจะระบุรูปแบบโครงสร้างเครือข่ายที่ใช้สร้างรูปร่างเหล่านี้ และให้นักเรียนได้ลองสร้างขึ้นเอง พวกเขาจะสามารถคำนวณพื้นผิวของรูปร่างได้ ซึ่งเป็นทักษะที่จะเป็นประโยชน์ในงานต่างๆ เช่น สถาปัตยกรรม และการออกแบบโครงสร้างต่างๆ
“จากกิจกรรมห้องเรียนจำลองครั้งนี้ พบว่านักเรียนไทยมีความตั้งใจและมีส่วนร่วมในบทเรียนคณิตศาสตร์ประยุกต์เป็นอย่างมาก พวกเขามีความเข้าใจเป็นอย่างดีเกี่ยวกับรูปร่างต่างๆ และวิธีการคำนวณพื้นที่ของรูปร่าง 2 มิติ ซึ่งจะช่วยพวกเขาในการคำนวณพื้นที่ผิวของรูปทรง 3 มิติ นักเรียนสามารถวิเคราะห์แนวคิดใหม่ๆได้ดี และจบบทเรียนด้วยการออกแบบอาคารที่สร้างสรรค์ได้ดีทีเดียว” อาจารย์เคิร์สตี้ บลันเดลล์ (Ms. Kirsty Blundell) กล่าวและเสริมว่า
ระบบการศึกษาของนิวซีแลนด์ เป็นระบบเอื้อต่อการค้นหาความสามารถที่แท้จริงของเด็ก และสามารถเรียนได้ตามความสนใจของเด็ก ส่งเสริมให้เด็กรู้จักคิดวิเคราะห์ กล้าคิด กล้าทํา มีส่วนร่วมพัฒนาศักยภาพ และทักษะการใช้ชีวิตไปพร้อมกัน ซึ่งการที่น้องๆได้เลือกเรียนวิชาที่ตนชอบและถนัด จะทำให้น้องๆมีความสนใจมุ่งมั่นและมีความสุขที่อยากจะเรียนในสิ่งที่ตัวเองอยากจะเป็น เช่นเดียวกับแนวคิดเรื่องการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ เชื่อว่าหากทำให้คณิตศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวในชีวิตจริง มีความเกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน และเข้าถึงได้สำหรับนักเรียน จะสามารถจุดประกายความอยากรู้อยากเห็นและความหลงใหลในวิชานี้ให้กับนักเรียนได้ โดยอาจารย์เคิร์สตี้ บลันเดลล์ ได้แบ่งปันเทคนิคการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ดังนี้

- การสร้างสภาพแวดล้อมและบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาสำหรับนักเรียนให้เอื้อต่อการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้นักเรียนอยากจะเรียนมากยิ่งขึ้น
- ทำให้คณิตศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัวในชีวิตจริง มีความเกี่ยวข้อง และเข้าถึงได้สำหรับนักเรียน เช่นการนำตัวอย่างที่เห็นในชีวิตประจำวัน จะช่วยให้สามารถจุดประกายความอยากรู้อยากเห็นและชื่นชอบในวิชานี้ให้กับนักเรียนได้
- มีวิธีการเรียนการสอนอย่างบูรณาการเกี่ยวข้องกับตัวอย่างในชีวิตจริง สร้างกิจกรรมเชิงโต้ตอบ และนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นเกี่ยวกับแนวคิดการเรียนการสอนทางคณิตศาสตร์
- การสร้างแรงจูงใจให้นักเรียนมีส่วนร่วม การสร้างกิจกรรมที่หลากหลายเป็นสิ่งสำคัญในการทำให้นักเรียนมีส่วนร่วม การมีกิจกรรมภาคปฏิบัติในวิชาต่างๆ เช่น คณิตศาสตร์สามารถช่วยให้นักเรียนเห็นว่าทักษะต่างๆ มีประโยชน์อย่างไร การใช้บริบทกับสถานการณ์ที่นักเรียนสามารถเกี่ยวข้องได้จะช่วยให้พวกเขามีส่วนร่วมกับหัวข้อมากขึ้น
- การใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ เพื่อเสริมสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ใหม่ๆจะสามารถช่วยกระตุ้นให้นักเรียนอยากจะมีส่วนร่วมกับบทเรียนได้ ซึ่งปัจจุบันมีเครื่องมือดิจิทัลมากมายให้เลือกใช้งาน
- ครูและนักเรียนควรเตรียมตัวก่อนชั้นเรียนและระหว่างชั้นเรียน ว่า เราควรใช้เทคนิคใดเพื่อทำให้การเรียนการสอนมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น
- ครูควรมีการเตรียมตัวให้พร้อมและการวางแผนล่วงหน้าสำหรับให้ความรู้ที่ต้องการอย่างกระจ่างชัดและการป้องกันการสื่อสารที่ผิดพลาดที่จะทำให้นักเรียนได้ความรู้ที่ไม่ถูกต้องอีกด้วย
ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษานิวซีแลนด์ ดูได้ที่ www.studywithnewzealand.govt.nz
Posted on 12 พฤศจิกายน 2023 by writer

ดร.ปรีสาร รักวาทิน ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ depa พร้อมด้วย นายวาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ depa นำคณะผู้บริหารทั้งภาครัฐและเอกชน ที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตรดิจิทัลจั๊มสตาร์ท (Digital Jumpstart) รุ่นที่1 จำนวน55 คน อาทิ ดร.คุณานันท์ สุขพาสน์เจริญ ดร.จอมพล ทองแป้น รศ.นพ.ไชยวัฒน์ ช่วยชูสกุล นายณัฐวัฒก์ ฤทธิ์เรืองนาม นายทวีศักดิ์ หินอ่อน นายพจน์ รงศ์นพรัตน์ เรือโทภูวิภพ ทองท่าฉาง พญ.มัลลิกา ชวนเสงี่ยม ผศ.ดร.ยุทธนา ศรีสวัสดิ์ สพญ.อังคนางค์ ชากีร่า บำรุงสรณ์ นายฉัตรชัย ลิ้มสังคมเลิศ นางสาวจารุวรรณ ภูวจรูญกุล นายจักรทอง ตั้งจิตรเจริญ นายศรุต อุดมการณ์ เป็นต้น ศึกษาดูงาน เพื่อที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กร

โดยมี นายยุทธศักดิ์ พรมแดง วิศวกรพัฒนาธุรกิจ ออโตเมชั่น พาร์ค ให้การต้อนรับ และบรรยายในหัวข้อ “Data Center กับการส่งเสริมเศรษฐกิจ EEC” ณ EEC Automation Park บางแสน จ. ชลบุรี เมื่อเร็วๆนี้
ทั้งนี้ EEC Automation Park เป็นศูนย์การเรียนรู้และพัฒนากำลังคนด้านออโตเมชั่นและหุ่นยนต์ ตั้งอยู่ในคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ได้รับทุนสนับสนุนการจัดตั้งจากสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ EEC เพื่อเสริมสร้างทักษะ ยกระดับเทคโนโลยีการผลิตในประเทศไทยก้าวสู่ Industry 4.0 เป็นหนึ่งในศูนย์เครือข่ายการพัฒนาบุคลากรเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC NETs)
Posted on 08 พฤศจิกายน 2023 by writer
สถาบันอาชีพคนพิการนานาชาติ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ประกาศ! เปิดรับคนพิการฝึกอาชีพฟรี! ฝึกแล้วมีฝีมือ รับประกันมีงานทำกับ 3 หลักสูตรสุดฮิตเป็นที่ต้องการของตลาด คือ หลักสูตรนักกีฬาคนพิการ หลักสูตรพัฒนาสารสนเทศ และหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง รุ่นที่ 3 มีอาหาร 3 มื้อพร้อมที่พัก และสิ่งอำนวยความสะดวกคนพิการ มีค่าตอบแทนระหว่างฝึกงานอีกด้วย เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 30 พฤศจิกายน 2566 ติดต่อสอบถามได้ที่ อ.สุเมธ โทร. 0868431205 เผย!เจตนารมณ์ของสถาบันอาชีพคนพิการคนพิการนานาชาติเพื่อการจัดการศึกษาสู่การมีงานทำ ฝึกทักษะอาชีพเพื่อเป็นศูนย์บ่มเพาะส่งเสริมอาชีพคนพิการในพื้นที่และเครือข่ายทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนอย่างครบวงจร

นายสุเมธ พลคะชา ผู้อำนวยการ โครงการสถาบันอาชีพคนพิการนานาชาติคนพิการ ภายใต้ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ กล่าวว่า อาชีพไม่ใช่เพียงเพื่อหารายได้หรือ เพื่อการยังชีพเท่านั้นแต่ อาชีพยังหมายถึงการแสดงคุณค่าและศักดิ์ศรีในความเป็นมนุษย์ ทุกคนก็ต้องการแสดงให้เห็นถึงศักยภาพไม่ว่าจะอยู่ในสถานะที่ยากลำบาก ยากดีมีจน หรือร่ำรวยเพียงใดก็ตาม คนพิการจึงต้องการอาชีพ ต้องการพึ่งพาตนเองมีคุณค่าต่อตนเองครอบครัวและสังคมด้วยเพราะความด้อยพลังอำนาจและขาดโอกาสมายาวนานส่งผลให้คนพิการส่วนมากมีพื้นฐานการศึกษาต่ำและอายุเกินเกณฑ์ การศึกษาขั้นพื้นฐานจึงเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาในระบบ
นอกจากนี้ การศึกษาในระบบจำเป็นต้องมี ระยะเวลาและงบประมาณที่ไม่สอดคล้องต่อความต้องการของตลาดแรงงานที่ปรับตัวอย่างรวดเร็ว ด้วยความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ความผันผวน ความเปลี่ยนแปลงในหลากมิติ ( Disruption) ของเศรษฐกิจและสังคม สถาบันอาชีพของคนพิการจึงก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความท้าทายข้างต้น เป็นสถาบันที่จัดการศึกษาด้านอาชีพ ฝึกทักษะการทำงานเป็นที่ทำงานและศูนย์กลางส่งเสริมอาชีพคนพิการในระดับภูมิภาคอาเซียน

สำหรับในปีการศึกษา 2566-2567 นี้ ทางสถาบันทำการเปิดรับสมัครคนพิการเข้าศึกษาต่อ และเปิดอบรม3 หลักสูตร โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อจัดการศึกษาสู่การมีงานทำ (Education to Employment) ฝึกทักษะอาชีพ หรือฝึกงาน (Internship) เป็นศูนย์บ่มเพาะผู้ประกอบการบริการสถานที่ทำงานร่วม (Co-working space) และพื้นที่จัดตั้งสำนักงาน (Office space) หรือดำเนินธุรกิจต่างๆ และเพื่อส่งเสริมอาชีพคนพิการในพื้นที่และเครือข่ายทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนอย่างครบวงจร อีกทั้งยังช่วยให้คนพิการและครอบครัวมีอาชีพและการทำงานที่ยั่งยืน อันนำไปสู่การสร้างความเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศและความเจริญก้าวหน้าและกินดีอยู่ดีของประชาชนต่อไป
โดยเปิดรับ 3 หลักสูตร คือ…
1.)หลักสูตรนักกีฬาคนพิการ เปิดรับสมัครคนพิการทางร่างกาย อายุ 18-45 ปี ไม่จำกัดวุฒิ ที่สนใจเล่นกีฬา เพื่อเตรียมสู่นักกีฬาคนพิการอาชีพ
2.)หลักสูตรพัฒนาสารสนเทศ รับสมัครคนพิการ อายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่จำกัดวุฒิ ที่สนใจงาน งานพัฒนาสารสนเทศ /งานสำนักงาน /กราฟิก
3.)หลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง รุ่นที่ 3 รับสมัครคนพิการ อายุ 18-60 ปี ไม่จำกัดวุฒิ สามารถดูแลตนเองได้หรือ มีผู้ปกครองคอยดูแล สามารถทำงานกลางแจ้งได้ และหากสามารถเดินทางไป-กลับ จะพิจารณาเป็นพิเศษโดยทั้ง 3หลักสูตรนี้จะเปิดกว้างให้คนพิการที่เป็นคนไทยหรือในภูมิภาคอาเซียนที่สนใจสามารถสมัครเข้าเรียนได้ที่สถาบันฯ โดยเปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 พฤศจิกายน 2566 ติดต่อสอบถามได้ที่ อ.สุเมธ โทร 0868431205

ทั้งนี้ การจัดการศึกษาสู่การทำงานนั้นจะออกแบบหลักสูตรโดยเน้นความต้องการของตลาดเป็นตัวตั้ง โดยมีเนื้อหาสาระด้าน “ความพิการศึกษา”(Disability Study) และทักษะการดำรงชีวิตอิสระ โดยไม่จำกัดวุฒิการศึกษา อายุ และเพศของคนพิการที่สมัครเข้าเรียนแต่อย่างใด ทั้งนี้ยังจัดให้มีการรับรองหลักสูตร โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือมีความน่าเชื่อถือ เช่น กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน บริษัท ไมโครซอฟท์ สถาบันการศึกษาหรือภาคธุรกิจเอกชนอื่นๆ เป็นต้น
“ด้วยจุดแข็งของสถาบันที่มีประสบการณ์ของทีมงานทั้งด้านคนพิการและการฝึกอาชีพของคนพิการ ด้านธุรกิจและเทคโนโลยีดิจิทัล มากกว่า 30 ปี มีเครือข่ายการทำงานทั้งภาครัฐเอกชน ภาคประชาสังคม และองค์กรด้านคนพิการ ขณะเดียวกันก็มีผลงานและความน่าเชื่อถือของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ทั้งนี้สถาบันฯ ยังได้ส่งเสริมอาชีพคนพิการต่างๆ อาทิ เป็นสถานที่ศึกษาดูงานด้านการส่งเสริมอาชีพคนพิการแบบครบวงจร บริการจัดการงานสำหรับคนพิการและให้คำปรึกษาสถานประกอบการในการรับคนพิการเขาทำงาน (Job matching & job placement services) ศึกษาวิจัยและพัฒนาด้านเทคโนโลยีและการส่งเสริมอาชีพ อีกทั้งยังเป็นศูนย์จำหน่ายสินค้าและบริการผลิตภัณฑ์จากคนพิการอีกด้วย” นายสุเมธ พลคะชา กล่าวในท้ายสุด
ทั้งนี้ ต้องการสนับสนุน ช่วยเหลือน้องๆผู้พิการสามารถโอนเงินผ่านที่มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ธนาคารกรุงเทพ บัญชีเลขที่ 342-3-04066-0 นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 089 9367598 หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมผ่านเว็บไซต์มูลนิธิฯที่ www.mahatai.org
Posted on 27 ตุลาคม 2023 by writer

ไม่มีอุปสรรคใดๆ บนโลกนี้ที่จะมาขัดขวางความตั้งใจ ความพยายามของคุณได้ หากหัวใจคุณมั่นคงและใช้ความพยายามให้เต็มที่ เพราะนั่น… คือความสำเร็จงดงามที่รอคุณอยู่ แม้จะล้มบ้าง นั่นคือรสชาติของชีวิตในโลกใบนี้ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ด้านคนพิการระดับสากล ที่ให้ความช่วยเหลือเยาวชนคนพิการมาโดยตลอดกว่า40ปี โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ที่ผ่านมามูลนิธิฯ ได้ดำเนินการจัดการศึกษาการฝึกอาชีพ การจัดหางาน เพื่อให้คนพิการได้พึ่งพาตนเอง มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีอาชีพที่ยั่งยืน มีรายได้เลี้ยงตนเอง เลี้ยงครอบครัว และอยู่ในสังคมได้อย่างเท่าเทียม มูลนิธิฯ ได้ช่วยฝึกอาชีพให้ผู้พิการเหล่านี้ให้มีความชำนาญ สามารถทำงานได้เกือบทุกประเภทเหมือนคนปกติ อาทิ นักกฎหมาย ศิลปิน นักบัญชี นักวิเคราะห์ทางการเงิน วิศวกร เกษตรกร เป็นต้น
และวันนี้เรามี ศิษย์เก่ามูลนิธิมหาไถ่ฯ 2 นักขายมือโปร ที่มาเล่าประสบการณ์แห่งความสำเร็จแม้ร่างกายอาจไม่สมบูรณ์ แต่… หัวใจนักสู้มันพุ่งอยู่ในกายตลอดเวลา ดังนั้นไม่มีคำว่า”ท้อ”
นายทนงศักดิ์ เล่นทัศน์ ชาวนครศรีธรรมราช เป็นโรคโปลิโอมาตั้งแต่อายุ 4 ขวบ แม้กายจะป่วยแต่ก็พยายามเรียนจบ ป.6 และต้องใช้ชีวิตอยู่บ้านประมาณ 6 ปี “ผมเป็นผู้พิการมาตั้งแต่เด็ก แต่ในใจไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองมีปัญหา ยิ่งไม่สมบูรณ์ ยิ่งต้องพยายาม ให้ความพิการเป็นแรงผลักดันให้เราต้องก้าวต่อไป หลังเรียนจบ ป.6 ผมเข้ารับการฝึกอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าในปี 2535 จากกรมประชาสงเคราะห์ เพราะอยากมีอาชีพเลี้ยงตนเองได้ และผมโชคดีอีกครั้งเพราะในปี 2536 ได้รับการผ่าตัดและกลับมาเดินได้อีกครั้ง ดีใจสุดๆ มันคือรางวัลชีวิต และผมตั้งมั่นว่า ชีวิตผมโอกาสมันเข้ามาแล้ว มันต้องดีขึ้นเรื่อยๆ ผมเรียนต่อทันที เพราะเชื่อว่าการศึกษาสำคัญมากหากคุณต้องการมีอนาคตที่ดีขึ้น ผมเข้าเรียนที่ กศน. แล้วสมัครเรียนที่โรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ พัทยา และต้องขอบคุณโรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ฯ ที่ให้การศึกษาให้อาชีพกับผมได้ยืนหยัดอย่างแข็งแรงทุกวันนี้ ปี 2541 ผมจบประกาศนียบัตรหลักสูตรวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ จากโรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ พัทยา”

“และหลังจากที่ผมเรียนจบ ผมได้เข้าทำงานตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ที่ บริษัท วีสทีออน (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ และยังหาอาชีพเสริมด้วยการเป็นตัวแทนประกัน
วินาศภัย บมจ.มิตรแท้ประกันภัยอีกด้วย และปี 2548 ผมลาออกจากงานประจำ แล้วมาเปิดสำนักงานตัวแทนออนไลน์ บมจ.มิตรแท้ประกันภัย และได้รับการโปรโมทในตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขายและขยายงาน บมจ.มิตรแท้ประกันภัย ในปี2561 ผมก็ก่อตั้งบริษัท ชัวร์ แอดวานซ์ เซอร์วิส จำกัด เพื่อบริหารการตลาด และจัดการสำนักงานตัวแทนให้กับ บมจ.มิตรแท้ประกันภัยครับ”
แม้ผมจะพิการเป็นโปลิโอขาทั้งสองและแขนขวาอ่อนแรง เดินได้บ้างนิดหน่อย ต้องใช้ไม้ค้ำยัน หรือรถไฟฟ้า แต่หัวใจมันสู้มันบอกให้ผมต้องก้าวไปข้างหน้าอย่างภาคภูมิ ผมจะให้ความสำคัญกับการศึกษามาก และผมเรียนจบปริญญาตรี บริหารธุรกิจ สาขาการจัดการทั่วไปจากม.เวสเทิร์น ปัจจุบัน ผมเป็นเจ้าของกิจการสำนักงานตัวแทน บมจ.มิตรแท้ประกันภัย สาขาแหลมฉบัง เจ้าของกิจการสำนักงานตัวแทน บมจ.มิตรแท้ประกันภัย สาขาตะเคียนเตี้ย และเจ้าของกิจการ บจก.ชัวร์ แอดวานซ์ เซอร์วิส จำกัด มีผลงานประกันวินาศภัย ส่ง บมจ.มิตรแท้ประกันภัยมากกว่า 100 ล้าน/ปี ต่อเนื่อง 3 ปี (2563-2565)
อยากฝากถึงน้องๆทุกคน ที่มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ แม้ร่างกายเราจะพิการแต่ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะเอามาเป็นปัญหาหรืออุปสรรคในการเรียนหรือทำงาน ขอส่งกำลังใจให้กับน้องๆนักเรียนให้ตั้งใจเรียนให้ดีที่สุด มีเป้าหมายในการเรียนและมีงานทำที่ชัดเจนที่สุด เพื่ออนาคตของเราเอง ทุกวันนี้ผมระลึกถึงมูลนิธิฯเสมอ ผมมีชีวิตที่ดีก็เพราะการได้รับโอกาสจากมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ผมก็ตอบแทนได้ด้วยการบริจาคเงินช่วยเหลือและเข้าไปแชร์ข้อมูลแนะนำ ประสบการณ์ให้กับรุ่นน้อง ผมอยากให้สถาบันฯเป็นที่พึ่งของผู้พิการด้อยโอกาส เปลี่ยนชีวิตให้มีอาชีพ ช่วยเหลือตนเอง ไม่เป็นภาระต่อครอบครัว ต่อสังคมครับ”
ส่วนทางด้าน คุณชุดารัตน์ ชินจันทึก สาวมั่นจาก จ.นครราชสีมา ทุกวันนี้ประสบความสำเร็จกับอาชีพนักขาย กับผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขายและได้ขยายงาน บมจ.มิตรแท้ประกันภัย และเจ้าของบริษัท ชัวร์ แอดวานซ์ เซอร์วิส จำกัด บริหารการตลาด และจัดการสำนักงานตัวแทนให้กับ บมจ.มิตรแท้ประกันภัย เธอแขนขวาขาดเหนือศอก เนื่องจากประสบอุบัติเหตุไฟฟ้าช๊อต เมื่อปี 2535 ในขณะที่เข้ามาทำงานใน กทม. ทำให้ต้องพักรักษาตัวนานถึง 11 เดือนเป็นศิษย์เก่าของมูลนิธิมหาไถ่ฯ ที่วันนี้ประสบความสำเร็จมาก แม้ร่างกายอาจไม่สมบูรณ์เหมือนคนอื่นแต่หัวใจนักสู้ของเธอมันพุ่งอยู่ในกายตลอดเวลา คำว่าท้อเลย

“จบ กศน. ม.ต้น ที่นครราชสีมา แล้วมาสมัครเรียนที่โรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ พัทยา จนจบ ประกาศนียบัตรหลักสูตรวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ จากโรงเรียนอาชีวพระมหาไถ่ พัทยา ในปี 2541 และได้มาทำงานตำแหน่งโปรแกรมเมอร์ ที่บริษัท วีสทีออน (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ แต่เราไม่ได้ทิ้งการเรียนยังเรียนควบคู่กับทำงาน จนสำเร็จการศึกษาระดับ ปวส. คอมพิวเตอร์ธุรกิจ โรงเรียนพัทยาบริหารธุรกิจ (ภาคเสาร์-อาทิตย์) และเรียนต่อจบ ป.ตรี มหาวิทยาลัยราชภัฏราชนครินทร์สาขา คอมพิวเตอร์ธุรกิจ ซึ่งขณะที่เรียนอยู่เราก็มีอาชีพเสริมเป็นตัวแทนประกันวินาศภัย บมจ.มิตรแท้ประกันภัย จนในปี 2554 ได้ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ และมาเปิดสำนักงานตัวแทนออนไลน์ บมจ.มิตรแท้ประกันภัย จนได้รับตำแหน่งผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายขายและขยายงาน บมจ.มิตรแท้ประกันภัย และเมื่อปี 2561 จึงได้ก่อตั้งบริษัท ชัวร์ แอดวานซ์ เซอร์วิส จำกัด บริหารการตลาด และจัดการสำนักงานตัวแทนให้กับ บมจ.มิตรแท้ประกันภัยอีกด้วย”
“ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าร่างกายพิการมันก็คืออุปสรรคอย่างหนึ่งของการใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเรียนหรือทำงาน แต่มันอยู่ที่ความคิดของเรา หัวใจของเรา ใช้ความพิการของเรามาเป็นพลังเพื่อต่อสู้กับทุกสิ่ง อีกทั้งต้องรู้จักเรียนรู้สิ่งใหม่ๆที่เข้ามาเกี่ยวกับการตลาดยุคใหม่ เช่น เฟสบุค ติ๊กตอก ที่เป็นเครื่องมือในการศึกษาหาความรู้ได้และต้องขอบคุณมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ที่ให้โอกาส ทุกวันนี้เราได้กลับไปช่วยมูลนิธิฯ เพราะตระหนักดีว่ามูลนิธิฯ เป็นองค์กรการกุศล เมื่อเราประสบสำเร็จเราก็กลับมาให้ เพื่อมูลนิธิฯ จะได้ไปช่วยเหลือน้องๆผู้พิการต่อไป เช่น โอนเงินค่าอาหารกลางวัน หรือมาเป็นวิทยากรให้น้อง อยากฝากถึงน้องๆ ให้ตั้งใจเรียน เก็บเกี่ยวความรู้ให้ได้มากที่สุด ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี วันข้างหน้าต้องสดใส”
Posted on 26 ตุลาคม 2023 by writer

ใครอยากเรียนวิทยาศาสตร์การแพทย์นิวซีแลนด์ยกมือขึ้น? หลักสูตรเรียนต่อแพทย์ วิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์การแพทย์ ถือเป็นหลักสูตรยอดฮิตของคนรุ่นใหม่ และเป็นความใฝ่ฝันของน้องๆหลายคน แต่การที่จะเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรเหล่านี้ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชื่อดังติดท็อปของโลก
โอกาสมาแล้วสำหรับน้องๆที่อยากเรียนต่อทางด้านวิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์การแพทย์ รายงานข่าวจากหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย แจ้งว่า ENZ ได้ผนึกความร่วมมือกับ มหาวิทยาลัยโอทาโก ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาลแห่งแรกของนิวซีแลนด์และติดอันดับท็อป 1% ของมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก ที่มีชื่อเสียงทางด้านหลักสูตรการแพทย์ สุขภาพ วิทยาศาสตร์ การวิจัย และธุรกิจ การท่องเที่ยว ร่วมกันพัฒนาหลักสูตรทางลัดเตรียมปริญญาตรีไฮบริดนิวซีแลนด์ (New Zealand Joint Foundation Programme) ขยายหลักสูตรให้ครอบคลุม 3 หลักสูตรยอดฮิตที่ตอบโจทย์ทุกคณะ ได้แก่ หลักสูตรธุรกิจ หลักสูตรวิทยาศาสตร์ และหลักสูตรวิทยาศาสตร์การแพทย์ เพื่อเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้น้องๆ เยาวชนไทยเข้าถึงการศึกษาต่างประเทศในหลักสูตรทางด้านวิทยาศาสตร์ และวิทยาศาสตร์การแพทย์ โดยความร่วมมือของศูนย์การเรียนรู้ไทยนิวซีแลนด์ของไทย

หลักสูตรเตรียมปริญญาตรีไฮบริดนิวซีแลนด์ เป็นหลักสูตรพิเศษที่พัฒนาขึ้นสำหรับน้องๆนักเรียนไทยโดยเฉพาะ เพื่อเตรียมความพร้อมนักเรียนก่อนเรียนปริญญาตรีปี 1 ที่นิวซีแลนด์ เรียนจบใน 8 เดือน โดยเรียนที่ไทย 2 เดือน (6 พ.ค. – 14 มิ.ย. 67) ณ ศูนย์การเรียนรู้ไทย-นิวซีแลนด์ TNZC กรุงเทพฯ และไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์อีก 2 เทอม (24 มิ.ย. – 4 ต.ค. 67 และ 14 ต.ค.67 – 9 ก.พ.68) เรียนจบจะได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตรพื้นฐานในสาขาที่เลือก สามารถนำไปยื่นเข้าศึกษาต่อปริญญาตรีได้ทุกที่ในนิวซีแลนด์ในหลากหลายสาขา ได้แก่ พาณิชยศาสตร์, วิทยาศาสตร์, ศิลปศาสตร์, วิทยาศาสตร์การแพทย์, และสาขาศิลปศาสตร์และพาณิชยศาสตร์ (เรียนต่อปริญญาตรีนิวซีแลนด์อีกเพียง 3 ปี , เรียนต่อแพทย์ 6 ปี และเรียนต่อทันตแพทย์ 5 ปี)
สำหรับน้องๆที่สนใจสมัครเรียน ต้องมีวุฒิการศึกษาตั้งแต่ ม. 5 หรือ ม.6 และมีผล IELTS อย่างน้อย 5.0 สามารถสมัครเรียนได้แล้วตั้งแต่วันนี้ พร้อมรับสิทธิ์ทุนการศึกษา มูลค่ากว่า 10,000 NZD สมัครด่วน รับจำนวนจำกัด คลิ๊ก https://bit.ly/NZhybridDegree

หากต้องการรายละเอียดหลักสูตรเพิ่มเติม ขอเชิญร่วมงานสัมมนาออนไลน์ (ฟรี) New Zealand Joint Foundation Programme Webinar ในวันเสาร์ที่ 11 พฤศจิกายน 2566 เวลา 10.00 – 11.00 น. ทาง Zoom webinar ขอรับคำปรึกษากับตัวแทนจากฝ่ายการศึกษา สถานทูตนิวซีแลนด์ และตัวแทนมหาวิทยาลัยโอทาโก พูดคุยรายละเอียดวิชาเรียนของแต่ละสาขา การทำงานหลังเรียนจบ พร้อมรับสิทธิ์ทุนการศึกษาปริญญาตรีจาก University of Otago มูลค่า 10,000 NZD และรับฟรีคอร์สเรียนภาษาอังกฤษออนไลน์จากมหาวิทยาลัยโอทาโก 8 สัปดาห์ ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ฟรี คลิ๊ก https://bit.ly/NZhybridDegree
Posted on 25 ตุลาคม 2023 by writer

คุณชัชชฎา ก้องธรนินทร์ เยี่ยมชมการดำเนินงาน พร้อมมอบเงินให้กับน้องๆ ผู้พิการมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้น้องๆ ซึ่งการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญของชีวิต ช่วยให้น้องๆสามารถก้าวนำไปสู่การมีงานทำที่มั่นคงหรือประกอบอาชีพมีรายได้เลี้ยงตนเองและครอบครัวได้ โดยมีนายสมปอง จันทร์พวง ผู้แทน มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เป็นผู้รับมอบ ณ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ พัทยา จ.ชลบุรี เมื่อเร็วๆนี้
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาช่วยกันบริจาคเงินหรือสิ่งของจำเป็น เพื่อช่วยเหลือคนพิการได้ โดยโอนเงินผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี 342-3-04066-0 นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ ดูข้อมูลมูลนิธิฯที่ www.mahatai.org หรือสอบถามรายละเอียดที่โทรศัพท์ 02-572 4042 ต่อ 8300 หรือ 089-936-7598 (คุณทรงศักดิ์ รีฮุง)
Posted on 11 ตุลาคม 2023 by writer
บียอนด์ เทรนนิ่ง เผยผลงานวิจัย จาก วารสารเศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจปริทัศน์ ฉบับล่าสุด เรื่อง “กลยุทธ์การพัฒนาสมรรถนะของพนักงานองค์กรสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” โดยนักวิชาการไทย พบว่า “หัวหน้างานมือใหม่ให้ความสำคัญกับงานบริหารบุคคลน้อยที่สุด” ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ! เร่งด่วนและเป็นประโยชน์ต่อหัวหน้า ลูกน้องรวมทั้งองค์กร หากต้องการความสำเร็จ บียอนด์ เทรนนิ่ง แนะต้องมุ่งเติมเต็มทักษะ เสนอแนวทางแก้ไขต้องทำ Assessment ประเมินตัวเอง และ Competency โดยหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานประเมิน นับเป็นสิ่งที่ People manager ยุคใหม่จำเป็นต้องมี เพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาทักษะที่จำเป็น พร้อมผ่านหลักสูตร E-Learning หรือ Onsite Classroom เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จขององค์กร…

ภก.คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บียอนด์ เทรนนิ่ง จำกัด (Beyond Training) ผู้นำด้านการฝึกอบรมพัฒนาคนในองค์กรชั้นนำของไทย เปิดเผยว่า ในโลกการทำงานยุคใหม่ที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงมากมายในแทบทุกมิติ ตำแหน่งหนึ่งในองค์กรที่สำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ นั่นก็คือ ตำแหน่ง “หัวหน้างาน” หรือ “People Manager” เป็นผู้ที่รู้จักลูกทีมและทำงานใกล้ชิดกันมากที่สุด สามารถกระตุ้นหรือโค้ชชิ่งให้ทีมเก่งขึ้น พัฒนาลูกน้องเพื่อสร้างผลลัพธ์ที่ดี จนเกิดคำที่ว่า “หัวหน้าดีหรือแย่ให้ดูจากลูกน้อง” แต่ยังเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นอย่างมากเมื่อ ผลงานวิจัยเรื่อง “กลยุทธ์การพัฒนาสมรรถนะของพนักงานองค์กรสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลง” โดย ผศ. ดร.จิระเสกข์ ตรีเมธสุนทร และ ผศ. (พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ที่ได้ตีพิมพิ์ลงในวารสาร เศรษฐศาสตร์และบริหารธุรกิจปริทัศน์ ปีที่ 19 ฉบับที่ 2 กรกฎาคม – ธันวาคม 2566 พบว่า “หัวหน้ามือใหม่ให้ความสำคัญกับงานบริหารบุคคลน้อยที่สุด” ทั้งที่เป็นเรื่องสำคัญเร่งด่วนและเป็นประโยชน์ต่อหัวหน้า ลูกน้อง รวมไปถึงองค์กรด้วย
ข้อมูลจากการวิจัย เรื่อง “กลยุทธ์การพัฒนาสมรรถนะของพนักงานองค์กร สู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลง (The development competency strategies of personnel to be transformational leaders”) เพื่อศึกษาและเปรียบเทียบระดับสมรรถนะของพนักงานองค์กรสู่ผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจยุคใหม่ ในกลุ่มตัวอย่างพนักงานองค์กรเอกชนในเขตกรุงเทพและปริมณฑล จำนวน 400 คน
ซึ่งผลการวิจัยพบว่า ระดับความคิดเห็นของพนักงานที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด อาทิ ความฉลาดทางอารมณ์ การเป็นแบบอย่างที่ดี การเป็นผู้นำที่ตระหนักรู้ตนเอง การสื่อสารข้ามสายงาน การจัดการทีมงานให้มีประสิทธิภาพ การนำการเปลี่ยนแปลงเพื่อการเติบโต ฯลฯ ตามลำดับ แต่การบริหารงานในรูปแบบโครงการและการบริหารบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ (HR for Non-HR) อยู่อันดับสุดท้าย วิจัยพบว่า สมรรถนะด้านการบริหารบุคลากรที่มีประสิทธิภาพ มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับต่ำสุด เพราะสมรรถนะในด้านการบริหารบุคลากรที่มีประสิทธิภาพเป็นการพัฒนาสมรรถนะในตัวพนักงาน ซึ่งอาจไม่ใช่ผู้รับผิดชอบด้านทรัพยากรบุคคลโดยตรง องค์กรควรจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ ควรคู่กับกิจกรรมการบริหารบุคลากรให้เกิดการพัฒนาตามคุณลักษณะผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลต่อองค์กรต่อไปในอนาคตอย่างยั่งยืน
ภก.คงเกียรติ ฉัตรหิรัญทรัพย์ แนะว่า “ การเป็น People Manager ที่ดีจะช่วยให้ธุรกิจมีการเติบโตแบบก้าวกระโดดเพราะ มีคนเก่งช่วยกันทำงาน ลดค่าใช้จ่ายในการหาคน ลดการสูญเสียโอกาสในทางธุรกิจ ความขัดแย้งในองค์กรลดลง การประสานงานดีขึ้น เพราะจัดการความหลากหลายได้ดี มีความหวังในการก้าวหน้า มีศักยภาพเพิ่มขึ้น จากการได้รับการพัฒนาอย่างเป็นระบบโดยหัวหน้า พนักงานมีความสุขในการทำงาน เพราะหัวหน้างานช่วยสร้างวัฒนธรรมการทำงานที่ดีนั่นเอง”

พร้อมกันนี้ ความสำคัญของ People Manager มีข้อดีมากมายแต่เป็นที่น่าตกใจว่ายังมีหัวหน้างานอีกมากที่ไม่สามารถปรับเปลี่ยนบทบาทสู่ตำแหน่งนี้ได้ ส่วนหนึ่งอาจเพราะตกหลุมพรางทางความคิด หรือมี Mindset ที่ผิด เช่น คิดว่า “หัวหน้าต้องดูทั้ง KPI และยอดขาย ไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องงานบริหารคน” แต่อย่าลืมว่า ผลลัพธ์จากการทำงานมาจากทีมงานทุกคน แต่หากหัวหน้างานพัฒนาทีม สร้างผลงานผ่านทีมผลลัพธ์จะเท่าทวีคูณโตได้เร็วขึ้น ต้องกล้าที่จะติหรือฟีดแบ็คอย่างตรงไปตรงมา ให้ทีมรู้ว่าต้องพัฒนาอะไรเพื่อผลงานออกมาดี หัวหน้าเองก็จะเติบโตต่อไปเป็นอีกขั้นได้
นอกจากนี้ People Manager ที่ดีต้องมี 5 องค์ประกอบหลักคือ (1.) การตระหนักรู้ในศักยภาพที่ขาดหรือที่ไม่ชำนาญ ทั้งนี้สำหรับการเป็น People Manager การทำ Assessment ประเมินตัวเองว่า ตนเองมีหรือยังไม่มี Competency อะไรที่ People manager ยุคใหม่จำเป็นต้องมี โดยหัวหน้าหรือเพื่อนร่วมงานประเมินเพื่อต่อยอดสู่การพัฒนาทักษะที่จำเป็น ผ่านหลักสูตร E-Learning หรือ Onsite Classroom ผ่านโปรแกรมหลักสูตร เพื่อเติมเต็มทักษะที่ยังขาดอยู่ (2.) การเปลี่ยน Mindset งานบริหารบุคคลเป็น ความรับผิดชอบ (Accountability) ของหัวหน้า ไม่ใช่เฉพาะของฝ่ายบุคคล หรือ HR (3.) Good Practice Makes Perfect หากเรียนรู้แล้วไม่ลงมือทำ โอกาสที่ความรู้จะหายไปตามเวลามีสูง (4.) การหา Mentor หรือที่ปรึกษาที่ดีที่สุด เพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เรียนรู้แบบ shortcut (ทางลัด) (5.) การมีการให้และรับ Feedback กับลูกน้อง เพื่อสอบถามถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอยู่เสมอ

อีกทั้ง ทักษะที่ People Manager ยุคใหม่จำเป็นต้องมีเพื่อสร้างผลลัพธ์และได้ใจลูกทีม มีดังนี้ (1.) Effective and Cross Functional Communication หัวหน้างานต้องมีทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ เพื่อให้เกิดความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดี (2.) Active Listening หัวหน้างานต้องรับฟังลูกทีมอย่างตั้งใจ เพื่อให้เข้าใจและรับรู้ปัญหาที่แท้จริง เพื่อช่วยเหลือพัฒนาทีมให้เก่งขึ้น (3.) Influential Leadership การใช้สร้างแรงบันดาลใจสำหรับทีมงานที่ไม่ชอบให้ตีกรอบหรือออกคำสั่ง ค้นหาวิธีการทำงานเพื่อปลุกไฟสร้างแรงกระตุ้นในการทำงาน (4.) Inclusive Leadership หัวหน้าที่ลูกน้องให้เกียรติ คือ หัวหน้าที่ตรงไปตรงมาไม่มีอคติ ประเมินคนจากผลงานไม่ใช่ความรู้สึก
“ผู้ที่เป็นหัวหน้าต้องประเมินตนเองว่า มีทักษะเหล่านี้ครบแล้วหรือยัง หรือถ้ามีแล้ว สามารถทำได้ดีมากน้อยแค่ไหน หากผู้บริหารองค์กรต้องการจะยกระดับผู้นำ ปรับ mindset หัวหน้างาน ให้เห็นถึงความสำคัญของการเป็นหัวหน้างานที่เก่งการบริหารคน (People Manager) ทั้งนี้ Beyond Training ได้รวบรวมทักษะจำเป็นสำหรับการเป็น People Manager ไว้ในโปรแกรมหลักสูตรการพัฒนาหัวหน้า Adaptive Leadership ที่มีทั้งการ Assessment สำหรับประเมิน Competency ของหัวหน้างานก่อนเริ่มเรียนรู้ พร้อมกับมาตรฐาน Learning Methodologies ที่หลากหลายรูปแบบทั้ง E-Learning, Workshop class รวมทั้ง Tools และ Handbook เตรียมพร้อมหัวหน้างานภายใน 90 วันแรก ปิดท้ายด้วยการวัดผลพัฒนาศักยภาพผู้นำด้วย Business Assignment Canvas ทั้งหมดนี้เพื่อช่วยขัดเกลาผู้นำสู่ผู้นำยุคใหม่ ที่เก่งทั้งบริหารงานและบริหารคน พร้อมเผชิญกับความท้าทายต่างๆตลอดเวลาสามารถดูรายละเอียดได้ที่www.Beyondtraining.in.th” ประธานกรรมการฯ กล่าวในท้ายสุด