Posted on 29 กันยายน 2026 by writer

ช่วงที่เกิดน้ำท่วมขังเป็นเวลานานข้ามวัน ประชาชนต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพหลายประการ ทั้งจากน้ำและสิ่งปนเปื้อน อาหารและน้ำดื่มที่ไม่สะอาด รวมถึงความชื้นและสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค นอกจากนี้ ผู้ที่มีโรคประจำตัวและต้องใช้ยาเป็นประจำยังมีความเสี่ยงที่จะขาดยา ยาเสื่อมสภาพ เปียกน้ำ ดังนั้น การดูแลสุขภาพและการจัดการยาอย่างเหมาะสมในช่วงน้ำท่วมจึงเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม
ดร.ภก.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี ประธานมูลนิธิสภาเภสัชกรรม เปิดเผยว่า การดูแลสุขภาพในช่วงน้ำท่วมขัง ควรเริ่มจากการหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำท่วมโดยไม่จำเป็น โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้ที่มีบาดแผลหรือโรคประจำตัว หากจำเป็นต้องเดินลุยน้ำ ควรสวมรองเท้าบูทหรือรองเท้าที่สามารถป้องกันน้ำและสิ่งสกปรกได้ ควรล้างมือด้วยสบู่และน้ำสะอาดหลังสัมผัสน้ำท่วมทุกครั้ง เนื่องจากน้ำท่วมขังอาจปนเปื้อนเชื้อแบคทีเรีย สารเคมี และสิ่งสกปรกต่าง ๆ ซึ่งอาจทำให้เกิดโรคผิวหนัง โรคระบบทางเดินอาหาร หรือการติดเชื้อจากบาดแผลได้

การทำความสะอาดบาดแผล ควรล้างด้วยน้ำสะอาดและสบู่ ทำความสะอาดสิ่งสกปรกออก และปิดแผลด้วยวัสดุสะอาด หากแผลมีอาการบวม แดง ร้อน ปวดมาก มีหนอง หรือมีไข้ ควรไปพบแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์เพื่อประเมินการติดเชื้อและการรักษา นอกจากนี้ ยังต้องระวังสัตว์มีพิษ หรือสัตว์ที่อาจซ่อนตัวมากับน้ำท่วม เช่น งู ตะขาบ หรือแมลงต่าง ๆ จึงไม่ควรใช้มือเปล่าหยิบจับสิ่งของที่จมน้ำหรือบริเวณที่มองไม่เห็นพื้น
การใช้ยาในช่วงน้ำท่วม เป็นอีกเรื่องที่ มูลนิธิสภาเภสัชกรรม อยากเน้นย้ำ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือโรคหอบหืด ควรเตรียมยาที่ใช้ประจำให้เพียงพอ และเก็บยาไว้ในบริเวณที่แห้ง พ้นจากน้ำและความร้อน หากต้องอพยพ ควรนำยาประจำตัวติดตัวไปด้วย พร้อมฉลากยา หรือข้อมูลชื่อยา ขนาดยา และวิธีใช้ เพื่อช่วยให้บุคลากรทางการแพทย์สามารถให้การดูแลได้อย่างถูกต้อง
หากยาสัมผัสน้ำท่วม เปียกชื้น หรือบรรจุภัณฑ์เสียหาย ไม่ควรนำมารับประทาน เพราะยาอาจปนเปื้อนหรือเสื่อมสภาพได้ ควรนำยาและบรรจุภัณฑ์ไปปรึกษาเภสัชกรเพื่อพิจารณาว่ายังสามารถใช้ได้หรือควรเปลี่ยนใหม่ โดยเฉพาะยาที่มีความไวต่อความชื้น
ขอฝากหลักสำคัญในช่วงน้ำท่วมว่า “ป้องกันการสัมผัสน้ำ ดูแลอาหารและน้ำดื่ม เก็บยาให้ถูกต้อง และใช้ยาอย่างเหมาะสม” การเตรียมตัวที่ดีและการได้รับคำแนะนำจากบุคลากรทางการแพทย์ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและช่วยให้ผู้ที่มีโรคประจำตัวสามารถใช้ยาได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย
โรคที่มักมาพร้อมกับน้ำท่วม ได้แก่ (1) โรคระบบทางเดินหายใจ มีไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ และโควิด-19 (2) โรคระบบทางเดินอาหาร เช่น อุจจาระร่วง อาหารเป็นพิษ (3) โรคฉี่หนู (4) โรคน้ำกัดเท้าจากเชื้อรา และแผลติดเชื้อ (5) ไข้เลือดออก (6) ถูกสัตว์มีพิษกัดต่อย (7) อุบัติเหตุจากไฟดูด จมน้ำ เหยียบของมีคมเป็นบาดทะยัก เป็นต้น
Posted on 15 กันยายน 2026 by writer

การศึกษาเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเปิดโอกาสให้เด็กพิเศษได้ค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตนเอง เพราะเด็กแต่ละคนมีความสามารถและความต้องการที่แตกต่างกัน การเรียนรู้จึงไม่ควรจำกัดอยู่เพียงการอ่านเขียนหรือความรู้ในห้องเรียน แต่ควรครอบคลุมถึงการพัฒนาทักษะการสื่อสาร การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น การช่วยเหลือตนเอง และการฝึกทักษะอาชีพ เพื่อให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านความถนัดของตนเองและนำไปต่อยอดในชีวิตจริง การสร้างโอกาสทางการศึกษาที่เหมาะสมจึงเป็นพื้นฐานสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้เด็กพิเศษสามารถเติบโตอย่างมีคุณภาพ ก้าวสู่การมีงานทำ และพึ่งพาตนเองได้ในอนาคต…
ด้วยความสำคัญของการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กพิเศษ โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ และศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษพระมหาไถ่ ภายใต้การบริหารงานของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จึงจัดโครงการ “ทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษ” ขึ้นเพื่อระดมทุนสนับสนุนการจัดการศึกษา การฝึกอาชีพ ตลอดจนจัดหาอุปกรณ์และทรัพยากรที่จำเป็น เพื่อให้เด็กพิเศษได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสมและต่อเนื่อง พร้อมเตรียมความพร้อมสู่การมีงานทำและพึ่งพาตนเองในอนาคต โดยงานจะจัดขึ้นในวันอังคารที่ 29 กันยายน 2569 เวลา 08.00–12.00 น. ณ หอประชุมศูนย์มหาไถ่ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี

นางสาววรรณวนัช กันพรม ผู้จัดการโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ กล่าวว่า โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ และศูนย์พัฒนาการเด็กพิเศษพระมหาไถ่ จัดตั้งขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2561 เพื่อให้บริการด้านการกระตุ้นพัฒนาการ การศึกษาและฝึกอาชีพแก่เด็กพิเศษที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไปโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ครอบคลุมการเรียนตั้งแต่ระดับประถมศึกษา ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ไปจนถึงระดับฝึกอาชีพ ปัจจุบันมีเด็กพิเศษในโรงเรียนกว่า 170 คน
การจัดการศึกษาให้กับเด็กพิเศษไม่ได้มุ่งเพียงให้เด็กอ่านออกเขียนได้หรือเรียนจบตามระดับการศึกษาเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับการค้นหาศักยภาพของเด็กแต่ละคน เพื่อให้นำความสามารถของตนเองมาต่อยอดเป็นทักษะที่ใช้ได้จริง ทั้งในชีวิตประจำวัน การสื่อสาร การอยู่ร่วมกับผู้อื่น ตลอดจนการฝึกทักษะอาชีพที่เหมาะสมกับความถนัดและศักยภาพของแต่ละบุคคล
“เด็กพิเศษแต่ละคนมีความสามารถและศักยภาพที่แตกต่างกัน สิ่งที่โรงเรียนให้ความสำคัญคือการค้นหาว่าเด็กแต่ละคนมีความสามารถด้านใด แล้วนำสิ่งนั้นมาพัฒนาให้เกิดเป็นทักษะ ทั้งด้านการเรียนรู้ การใช้ชีวิต และการฝึกอาชีพ เพราะเราอยากเห็นเด็ก ๆ สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ด้วยตัวเอง และมีโอกาสเข้าสู่การทำงานจริงในอนาคต” นางสาววรรณวนัช กล่าว
ขณะเดียวกัน การจัดการศึกษาและการฝึกทักษะสำหรับเด็กพิเศษจำเป็นต้องมีสื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์ฝึกอาชีพ และเครื่องมือเฉพาะที่เหมาะสมกับความต้องการของเด็ก รวมถึงบุคลากรและทรัพยากรที่เพียงพอต่อการดูแลและพัฒนาเด็กอย่างต่อเนื่อง การสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ จึงมีส่วนสำคัญในการช่วยให้โรงเรียนสามารถจัดการศึกษาและพัฒนาทักษะที่จำเป็นให้กับเด็กได้อย่างเต็มศักยภาพ ทุกการสนับสนุนอาจดูเหมือนเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับเด็กพิเศษอาจหมายถึงโอกาสที่จะได้เรียน ได้ฝึก ได้ค้นพบความสามารถของตัวเอง และอนาคตที่สามารถมีงานทำและดูแลตัวเองได้ การให้โอกาสเด็กพิเศษจึงไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือในวันนี้ แต่เป็นการวางรากฐานให้เด็กพิเศษสามารถเติบโตอย่างมีคุณค่าและมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ

สำหรับโครงการ “ทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษ” ได้รับเกียรติจาก พระโสภณคณาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดญาณสังวราราม เจ้าคณะจังหวัดชลบุรี (ธรรมยุต) และนายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา ศิษย์เก่า ตลอดจนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาในพื้นที่เมืองพัทยาและพื้นที่ใกล้เคียงเข้าร่วมงาน
นางสาววรรณวนัช กล่าวอีกว่า ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธา องค์กรภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสให้เด็กพิเศษ เพราะสิ่งที่เด็กๆ ต้องการไม่ใช่ความสงสาร แต่คือโอกาสในการเรียนรู้ การพัฒนาตัวเอง และโอกาสที่จะได้แสดงให้เห็นว่าเขาก็สามารถทำอะไรได้อีกมากมาย หากได้รับการสนับสนุนที่เหมาะสม” โครงการ “ทอดผ้าป่าเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กพิเศษ” จึงเป็นมากกว่ากิจกรรมระดมทุน แต่เป็นการร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษา พัฒนาทักษะชีวิตและอาชีพ และสร้างเส้นทางสู่การพึ่งพาตนเองให้กับเด็กพิเศษ เพื่อให้พวกเขาสามารถเติบโตอย่างมีคุณค่าและมีส่วนร่วมในสังคมได้อย่างเต็มศักยภาพ
ร่วมสร้างโอกาส เพื่ออนาคตของน้องๆ ร่วมบริจาคเงินหรือสิ่งของจำเป็นได้ที่ ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 591-6-00135-5 ชื่อบัญชี “โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์” หรือผ่านระบบ e-Donation ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 092-739-0990