Posted on 12 กรกฎาคม 2020 by writer

ดังที่ทราบกันอยู่แล้วว่า พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงเสียสละบำเพ็ญพระกรณียกิจในด้านสังคมสงเคราะห์ โดยไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย เพื่อมุ่งช่วยเหลือพสกนิกรผู้ตกทุกข์ได้ยากมาเป็นเวลายาวนาน ทรงลงพื้นที่เพื่อปลอบขวัญและให้กำลังใจแก่ผู้ประสบความเดือดร้อน ทรงประทานทรัพย์ ส่วนพระองค์ให้ไว้แก่โครงการต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะโครงการที่เกี่ยวข้องกับปัญหาผู้หญิงและเด็ก ซึ่งทรงห่วงใยเป็นอย่างยิ่งเสมอมา ทรงรับโครงการสำคัญๆ ไว้ในพระอุปถัมภ์หลายโครงการด้วยกัน อาทิ โครงการ “ช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก” “กองทุนยาพระวรราชาทินัดดามาตุสำหรับผู้ติดเชื้อเอดส์” “กองทุนพระวรราชาทินัดดามาตุ เพื่อช่วยลดการติดเอดส์จากแม่ลูก” “กองทุนนมสำหรับเด็กในโครงการช่วยลดการติดเอดส์จากแม่สู่ลูก” และ “โครงการคืนชีวิตให้พ่อแม่เพื่อลูกน้อยที่ติดเอดส์” นอกจากนี้ยังทรงเป็นนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพของ “มูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” ทรงมีความสัมพันธ์อันดีกับ “มูลนิธิเด็กโลก” ส่งผลให้ความช่วยเหลือในด้านที่เกี่ยวกับเด็กหลั่งไหลเข้าสู่ประเทศไทย
ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง เลขาธิการ กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เปิดเผยว่า เมื่อมูลนิธิคุณแม่คุณภาพได้ก่อตั้งกองทุนเพื่อหารายได้ในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคมะเร็งในเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศ ทางมูลนิธิฯ ได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ (พระอิสริยยศในขณะนั้น) เสด็จมาเปิดกองทุนนี้ เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2544 และได้ทรงประทานเงินส่วนพระองค์ จำนวน ๑ ล้านบาท สำหรับเป็นงบตั้งต้นของกองทุน และทรงประทานชื่อกองทุนนี้ว่า “กองทุนโรคมะเร็งในเด็ก ในพระอุปถัมภ์ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ” โดยมีพระดำริว่าอยากที่จะสนับสนุนช่วยเหลือเด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง ทรงมีรับสั่งว่าเมื่อจัดตั้งกองทุนนี้แล้ว มิใช่เพื่อโรงพยาบาลใดโรงพยาบาลหนึ่ง เพราะฉะนั้นเงินที่ได้มาทางกองทุนฯ จึงกระจายไปทุกโรงพยาบาลทั่วประเทศที่ขอความช่วยเหลือเข้ามา และในปัจจุบันนี้มีโรงพยาบาลกว่า ๒๐ แห่ง ได้แก่ โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ โรงพยาบาลศูนย์ลำปาง โรงพยาบาลศูนย์พิษณุโลก โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โรงพยาบาลศรีนครินทร์ โรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์ โรงพยาบาลศรีสะเกษ โรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี โรงพยาบาลหาดใหญ่ โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ โรงพยาบาลพระปกเกล้าจันทบุรี โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติ เป็นต้น ซึ่งทางกองทุนฯ ได้ให้เงินสนับสนุนโรงพยาบาลต่อเนื่องกันมาจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังได้สนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วนในการปลูกถ่ายไขกระดูกจนถึงปัจจุบันเป็นจำนวนกว่า ๒๐๐ ราย นอกจากนี้นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๘ ทางกองทุนฯ ได้เพิ่มความช่วยเหลือค่ายาที่จำเป็นให้โรงพยาบาลในเครือข่ายในการรักษาโรคมะเร็งต่อมหมวกไตในเด็กซึ่งเป็นโรครักษายากอีกด้วย นอกจากนี้ในปี ๒๕๖๐ และ ๒๕๖๑ ได้ทรงประทานเงินส่วนพระองค์ อีกปีละจำนวน หนึ่งล้านบาท ล่าสุดเมิ่อ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๒ ได้ประทานพระอนุญาตแก้ไขชื่อกองทุนฯ เป็น กองทุนโรคมะเร็งในเด็ก ในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ”

ปัจจุบันมีผู้ป่วยโรคมะเร็งในเด็กซึ่งอายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึง ๑๕ ปี มีอุบัติการณ์ในแต่ละปีประมาณ ๑,๐๐๐ รายและมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่าอะไรเป็นต้นเหตุ แต่ก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูว่าดีหรือไม่ดี หากจะมีเพียงร้อยละ ๑-๓ เท่านั้นที่มีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์ เช่น โรคมะเร็งจอภาพตาของนัยน์ตา ในขณะนี้พบว่าเด็กเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวมากที่สุด ร้อยละ ๓๐ รองลงมาคือมะเร็งเนื้องอกในสมอง ร้อยละ ๒๐ มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ร้อยละ ๑๕ มะเร็งต่อมหมวกไต ร้อยละ ๑๐ ส่วนมะเร็งไต มะเร็งกระดูกและกล้ามเนื้อลาย มะเร็งตับ มะเร็งลูกนัยน์ตา และโรคมะเร็งอื่นๆ พบในสัดส่วนที่เท่ากัน คือร้อยละ ๕
รูปแบบในการให้ความช่วยเหลือของกองทุนโรคมะเร็งในเด็กฯ คือช่วยค่าใช้จ่ายสำหรับการรักษา รวมทั้งค่ายา ค่าเดินทางมาตรวจรักษา ค่าที่พัก ตลอดจนเวชภัณฑ์ต่างๆ รวมไปถึงการรักษาที่มีค่าใช้จ่ายที่สูง เช่น การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต โดยในแต่ละปีทางกองทุนฯ ได้ช่วยเหลือผู้ป่วยดังกล่าวผ่านทางแพทย์ที่ทำการรักษาตามโรงพยาบาลต่างๆทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด จากความช่วยเหลือของกองทุนฯทำให้อัตราการรอดชีวิตแล้วหายขาดจากโรคมีจำนวนมากขึ้น จนกล่าวได้ว่าผู้ป่วยมะเร็งเด็กมีโอกาสหายขาดจากโรคได้ถึงร้อยละ ๘๐ ในปัจจุบัน

ขณะเดียวกันทางกองทุนฯ ยังได้สนับสนุนให้กลุ่มแพทย์ที่เชี่ยวชาญโรคมะเร็งในเด็กได้ทำการวิจัยอีกด้วย นั่นคือ ได้มอบเงินให้กับชมรมโรคมะเร็งในเด็กตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ให้ทำการวิจัยในการรักษาโรคมะเร็งต่อมหมวกไตในระยะลุกลามให้มีโอกาสหายขาดมากยิ่งขึ้น โดยในปัจจุบันชมรมโรคมะเร็งในเด็กมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญตามโรงพยาบาลต่างๆ ทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดเป็นจำนวนกว่า ๒๐ แห่งด้วยกัน จากความช่วยเหลือของกองทุนฯ ทำให้เด็กที่เป็นมะเร็งมีโอกาสหายขาดมากขึ้นแล้วยังทำให้วงการแพทย์ไทยมีโอกาสทำกาวิจัยให้ทัดเทียมกับต่างประเทศอีกด้วย
นอกจากการรักษาโรคมะเร็งในเด็กให้หายขาดมากขึ้นแล้ว ทางกองทุนฯ ยังได้ช่วยเหลือให้เด็กมีโอกาสทุพพลภาพน้อยลง เช่น ได้มอบเงินค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์แขนขาโลหะที่ใช้แทนกระดูกที่เป็นมะเร็งที่ถูกตัดออก ทำให้เด็กไม่ต้องถูกตัดแขนขาออกไป
สำหรับค่าเดินทางก็มีความสำคัญมาก ในคนไข้เด็กบางรายหยุดการรักษาไปเฉยๆ เพราะว่าพ่อแม่ไม่มีค่าเดินทางมาโรงพยาบาล และอีกประการหนึ่ง ซึ่งสำคัญยิ่งกว่า คือค่าเปลี่ยนถ่ายไขกระดูก สำหรับคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งในเม็ดเลือดขาว เพราะค่าเปลี่ยนถ่ายไขกระดูกรวมถึงค่ารักษาพยาบาลต่างๆ จะมีประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อราย ฉะนั้นกองทุนโรคมะเร็งในเด็กฯ ก็จะช่วยสนับสนุนเรื่องค่าใช้จ่ายนี้ด้วย ที่ผ่านมามีกว่า ๒๐ โรงพยาบาลที่ทางกองทุนฯได้ให้ความช่วยเหลือไปแล้ว เนื่องจาก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของเด็กที่ป่วยเป็นโรคมะเร็งทางบ้านมีฐานะยากจน บางคนอย่าว่าแต่ค่าบำบัดรักษาเลย ค่าเดินทางก็ยังไม่มี เราก็ต้องออกค่าเดินทางให้เขาด้วยและยาบางตัวที่โครงการ ๓๐ บาทไม่ครอบคลุม แต่เป็นยาที่มีความจำเป็นกับคนไข้ กองทุนฯ ช่วยเหลือสนับสนุน

นับตั้งแต่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ทรงรับกองทุนโรคมะเร็งในเด็กฯ ไว้ในพระอุปถัมภ์จวบจนปัจจุบันเป็นเวลากว่า ๑๙ ปีแล้ว ที่ทรงมีพระเมตตาช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเด็กที่ยากไร้ทั่วประเทศ และยังทรงมีพระดำรัสห่วงใยในสถานการณ์ของภาวะโรคมะเร็งในเด็ก ซึ่งยังมีอัตราสูงทุกปี ถึงแม้ว่าความก้าวหน้าทางการรักษาจะพัฒนาไปมากขึ้นกว่าเดิม กล่าวได้ว่า กองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ มีคุณูปการอันสูงยิ่งต่อวงการแพทย์ นอกจากช่วยชีวิตผู้ป่วยที่ยากไร้แล้ว ยังถือเป็นกองทุนตั้งต้น สำหรับงานศึกษาวิจัยเพื่อความก้าวหน้าทางการรักษาต่อไปในอนาคต
13 กรกฎาคม นี้ ตรงกับวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนานและขอถวายพระพรให้ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ววัน
Posted on 10 กรกฎาคม 2020 by writer
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จแทนพระองค์ ให้ผู้แทนองค์กรต่างๆเข้าเฝ้าถวายพระพร เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ในวันจันทร์ที่ 13 ก.ค. เวลา 14.00 น. ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรดา
Posted on 10 กรกฎาคม 2020 by writer

รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา นวัตกรรมและวิจัย (อว.) บรรยายพิเศษ เรื่อง เปลี่ยนอย่างไรให้เป็นองค์กรดิจิทัล (Smart Organization : Government & Private) ให้กับผู้บริหารระดับสูงทั้งจากภาครัฐและเอกชน จำนวน 83 คน ที่เข้าอบรมหลักสูตร “ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล” (Digital CEO) รุ่นที่3 โดยมี รศ.นพ.ปฐม สวรรค์ปัญญาเลิศ นายคมสัน จำรูญพงษ์ นายศักดา เด่นแดนโดม นายรัชพล วงศ์สถิตย์พร นายสุวิทัศท์ สุรสิงห์โตทอง นพ.ณรงค์ ธาดาเดช นายพิศุทธิ์ อารีมิตร ให้การต้อนรับ ณ พิพิธภัณฑ์เทคโนโลยีสารสนเทศ (อพวช.) คลองห้า จ.ปทุมธานี เมื่อเร็วๆนี้
Posted on 08 กรกฎาคม 2020 by writer
ชลิต อินดัสทรีฯ ส่ง “ยางเพลากลาง หรือ ตุ๊กตาเพลากลาง” เจาะตลาดในกลุ่มสินค้าประเภทอะไหล่ทดแทน ชูจุดเด่นประสิทธิภาพที่เหนือกว่า อาทิ ลดแรงสั่นสะเทือน ลดเสียงรบกวน และช่วยยืดอายุการใช้งานเพลาคู่หน้าให้ยาวนานยิ่งขึ้น เป็นตัวช่วยสำคัญให้สมรรถนะการขับขี่ของระบบขับเคลื่อนล้อหน้ามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยานยนต์ และอะไหล่ยางสำหรับใช้ในรถยนต์ภายใต้แบรนด์ “POP” เปิดเผยว่า “ยางเพลากลางหรือตุ๊กตาเพลากลาง” เป็นอุปกรณ์มาตรฐานติดในรถยนต์ประเภทรถบรรทุกขนาดเล็ก เช่น รถกระบะ ปิ๊กอัพ ไปจนถึงรถบรรทุกขนาดใหญ่ จำพวก รถหกล้อ รถสิบล้อ รองรับน้ำหนักของเพลากลาง มีบุชยางหุ้มลูกปืน ส่วนปลายด้านหนึ่งของเพลากลางสวมอยู่ และติดตั้งยึดติดกับตัวถังรถยนต์ และเพลากลางถูกแยกออกเป็น 2 ท่อน ทำให้บุชยางดูดซับการสั่นสะเทือน และเสียงดังที่เกิดกับตัวถังรถที่มีความเร็วรอบสูงและมีประสิทธิภาพ ดังนั้นยางเพลากลางจึงมีความสำคัญ เพราะเป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างกะปุกเกียร์ ที่ติดตั้งอยู่บนแชสซีส์กับเฟืองท้ายเพลาขับ โดยตำแหน่งของชุดเฟืองท้ายจะเคลื่อนที่เปลี่ยนแปลงสัมพันธ์กับกระปุกเกียร์ และรองรับด้วยระบบช่วงล่างของรถ เพื่อให้เกิดความสอดคล้องกับภาระการบรรทุกของตัวรถ และสภาพถนนที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และการบรรทุกของรถ
บริษัท ชลิตฯ จึงสบโอกาสส่ง “ยางเพลากลางหรือตุ๊กตาเพลากลาง” เจาะตลาดในกลุ่มสินค้าประเภทอะไหล่ทดแทน ด้วยจุดเด่นผลิตจากยางที่มีความยืดหยุ่นสูง และมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่ายางเพลากลางที่เป็นอะไหล่ทดแทนทั่วไป ช่วยลดแรงสั่นสะเทือน ลดเสียงรบกวน และช่วยยืดอายุการใช้งานเพลาคู่หลังให้ยาวนานยิ่งขึ้น ทำให้สมรรถนะการขับขี่ของระบบขับเคลื่อนล้อหลังที่มีการออกแบบการขับเคลื่อน หรือระบบส่งถ่ายกำลัง จึงเป็นทางเลือกที่ดีของผู้ใช้รถยนต์

“สำหรับรถยนต์เพื่อการพาณิชย์หรือรถบรรทุกที่ทำตลาดอยู่ในเมืองไทย ตั้งแต่ขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ ส่วนใหญ่เป็นรถยนต์แบบขับเคลื่อนล้อหลัง จำเป็นต้องดูแลเพลาคู่หลังเป็นพิเศษ สืบเนื่องจากเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทำหน้าที่ถ่ายทอดแรงม้า-แรงบิดโดยตรง ดังนั้นการเลือกใช้ยางเพลากลางที่มีคุณภาพ จะช่วยยืดอายุการใช้งานเพลาคู่หลังให้ยาวนานขึ้น และยังช่วยเสริมสมรรถนะการขับขี่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นอีกด้วย จึงนับเป็นทางเลือกที่ดีของผู้บริโภค ตามสโลแกนของบริษัทที่กล่าวว่า “อะไหล่ยางให้ POP เป็นผู้ดูแล”นายชวิศ กล่าวในท้ายสุด
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเรื่อง “ยางเพลากลาง” หรือ “ตุ๊กตาเพลากลาง” ภายใต้แบรนด์ “POP” ได้แล้วที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำใกล้บ้าน หรือสนใจเป็นตัวแทนจำหน่ายคลิกเว็บไซต์ www.chalitindustry.com
Posted on 02 กรกฎาคม 2020 by writer
“วี ฟู้ดส์ฯ” เปิดตัว น้ำนมข้าวโพด V Farm สูตรใหม่! เพิ่มเนื้อข้าวโพด-ความหอม รับกระแสสุขภาพเครื่องดื่ม Plant – Based Beverage ยุค New Normal พร้อมประกาศ! บุกตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเมืองไทย…..

“วี ฟู้ดส์ฯ” ตอกย้ำผู้นำตลาดข้าวโพดหวาน เปิดตัวสูตรใหม่! น้ำนมข้าวโพด V Farm เพิ่มเนื้อข้าวโพด – ความหอมหวานสดใหม่ มุ่งเจาะกลุ่มผู้บริโภคคนไทยยุค (New Normal) ที่รักสุขภาพและผู้ชื่นชอบเครื่องดื่ม Plant-Based Food & Beverage โดยเฉพาะในช่วงหลังวิกฤต COVID-19 พร้อมชูจุดขายด้วยคุณภาพจากน้ำนมข้าวโพดแท้ทุกขวด โดดเด่นด้วยความหอมหวานสดใหม่จากธรรมชาติแบบหวานน้อย รสชาติอร่อย เสมือนคั้นสดจากฝัก นับเป็นเจ้าแรกเจ้าเดียวของเมืองไทยที่บุกเบิกตลาดข้าวโพดหวาน พร้อมประกาศบุกตลาดอาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพเมืองไทย…..
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท วี ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ข้าวโพด น้ำนมข้าวโพด V Corn ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ V Farm เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ก่อตั้งในปี 2557 ซึ่งเป็นเจ้าแรกเจ้าเดียวที่บุกเบิกตลาดข้าวโพดหวานพร้อมทานในเมืองไทย พร้อมทั้งได้มีการวิจัยและพัฒนาข้าวโพดหวานสายพันธุ์ Golden Sweet Corn นับเป็นการส่งเสริมเกษตรกรในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี และพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทย โดยมีการผลิตด้วยระบบพาสเจอไรซ์ สดใหม่ ทุกวัน และเป็นผู้นำในตลาดข้าวโพดหวานพร้อมทาน ตรา V Corn และผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มสุขภาพ ตรา V Farm อีกด้วย

ส่วนทางด้าน นายอนรรฆ โกษะโยธิน ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท วี ฟู้ดส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ทำการวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภคคนไทยยุคใหม่ ผ่านการทำ Social Listening โดยบริษัท WISESIGHT และการทดสอบผลิตภัณฑ์ ผ่านสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) โดยมีการพัฒนาต่างๆเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ คือ 1. พัฒนาน้ำนมข้าวโพด V Farm สูตรใหม่! เพิ่มเนื้อข้าวโพด อร่อยกว่าเดิม ได้รสชาติและประโยชน์ของข้าวโพดเต็มฝัก 2.บรรจุภัณฑ์ขวดใหม่ ขนาด 220 มิลลิลิตร 3. ฉลากใหม่ให้มีความเป็นธรรมชาติ เห็นข้าวโพดเต็มฝัก 4.มีการ Rebranding ตราสินค้าใหม่จาก V Corn เป็น V Farm เพื่อตอกย้ำ Brand Positioning ของผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าวโพด V Farm ที่ส่งเสริมเครือข่ายเกษตรกรชุมชนในพื้นที่ปลูกข้าวโพดหวานคุณภาพสูง เพื่อนำมาผลิตเป็นน้ำนมข้าวโพดที่สดใหม่ อร่อย มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยกระแส Plant-Based Beverage นี้กำลังได้รับความนิยมสูง ในผู้บริโภคที่มองหาผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ และยังเป็นทางเลือกของผู้บริโภคที่แพ้นม และทานเจอีกด้วย
นอกจากนี้ ผู้บริโภคยุคใหม่ยังต้องการเครื่องดื่มที่มีรสหวานน้อย ปราศจากน้ำตาลหรือมีน้ำตาลน้อย ตลอดจนมีประโยชน์ต่อสุขภาพ เนื่องจากในข้าวโพดมีสาร Antioxidant สูง มีเบต้าแคโรทีน และมีวิตามิน B1 พร้อมด้วยแคมเปญการตลาด #ไม่มีช่องว่างให้หายใจ สำหรับผู้บริโภคคนไทยยุค วิถีปกติใหม่ (New Normal) ที่มองหาเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพ เพื่อเติมพลังและประโยชน์ต่อตนเองและคนในครอบครัว ให้ชีวิตคุณพร้อมไปต่อในการทำงาน การดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตที่เร่งรีบในสถานการณ์ช่วงหลังวิกฤต COVID-19
สำหรับผลิตภัณฑ์น้ำนมข้าวโพด V Farm สูตรใหม่ เพิ่มเนื้อข้าวโพด เพิ่มความหอมและรสชาติเนื้อข้าวโพดแบบเต็มฝักใน 1 ขวด ผลิตด้วยระบบพาสเจอไรซ์ มีอายุ 12 วัน เก็บในตู้เย็นอุณหภูมิ 2-5 องศาเซลเชียส ผลิตจากข้าวโพดสดแท้ 100% คั้นสดใหม่ สดจากไร่ทุกวัน ไม่ผสมแป้งและนมผง ไม่แต่งกลิ่น บรรจุในขวด PET ขนาดบรรจุ 220 มิลลิลิตร ราคา 19 บาท ปริมาณพอดีสำหรับการดื่มต่อครั้ง ขวดสามารถนำมา Recycle ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่บริษัทให้ความสำคัญในการส่งเสริมจิตสำนึกในเรื่องสิ่งแวดล้อมในโครงการ V Foods Green อีกด้วย
ท่านที่สนใจ สามารถหาซื้อได้แล้วที่ร้านสะดวกซื้อ 7-11 ทั่วประเทศเท่านั้น #น้ำนมข้าวโพด #วีฟาร์ม #อร่อยพร้อมไป #ไม่มีช่องว่างให้หายใจ #vfarm #vfoods #livehealthy
“วี ฟู้ดส์” ในฐานะเป็นผู้นำตลาดน้ำนมข้าวโพด ได้เล็งเห็นความสำคัญของตลาดน้ำนมข้าวโพด จึงต้องการที่จะขยายฐานให้กว้างมากขึ้น สืบเนื่องจากปัจจุบันฐานการบริโภคน้ำนมข้าวโพดในเมืองไทยยังมีน้อย เมื่อเทียบกับตลาดเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพอื่นๆ เนื่องจากผู้บริโภคยังไม่ทราบถึงประโยชน์และคุณค่าทางโภชนาการ และยังไม่มีโอกาสทดลองชิมน้ำนมข้าวโพด การเปิดตัวสูตรใหม่ในครั้งนี้ คาดว่าจะสามารถเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดน้ำนมธัญพืชและข้าวโพดได้ สำหรับตลาดรวมมีมูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท ประกอบด้วยตลาดน้ำนมธัญพืชและข้าวโพด ที่ไม่ใช่นมถั่วเหลืองและนมวัว” ประธานกรรมการบริหาร กล่าวทิ้งท้าย
Posted on 30 มิถุนายน 2020 by writer
ขอแสดงความเสียใจกับ ครอบครัว ภญ.สุภาพร ติพพะมงคล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ องค์การเภสัชกรรมฯ ที่สูญเสียมารดา นางม่วย แซ่โค้ว กำหนดสวดพระอภิธรรมศพ วันที่ 27 มิ.ย.-1 กค. เวลา 18.00 น. ณ ศาลา 1
วัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และ ฌาปนกิจ วันที่ 2 กค. เวลา 17.00 น.
Posted on 19 มิถุนายน 2020 by writer

พิธีบำเพ็ญกุศลออกเมรุพระราชทานเพลิงศพ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) อดีตกรรมการมหาเถรสมาคม อดีตเจ้าคณะใหญ่หนกลาง อดีตเจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการาม วรวิหาร ณ เมรุหลวงหน้าพลับพลาอิศริยาภรณ์ วัดเทพศิรินทราวาส เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร วันที่ ๒๖ – ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๓
– วันศุกร์ ที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๓
เวลา ๑๖.๐๐ น. พระสงฆ์ ๑ รูป สวดพระพุทธมนต์ ถวายพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์ พระ ๔ รูปสวดธรรรมคาถา พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมณ ศาลาปฏิบัติธรรมสมเด็จพระพุทธชินวงศ์สภา วัดพิชยญาติการาม วรวิหาร เขตคลองสาน กรุงเทพมหานคร
– วันเสาร์ ที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๓
เวลา ๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์ ๑๐ รูป ถวายพรพระ รับพระราชทานฉัน และบังสุกุล
เวลา ๑๓๐๐ น. เชิญโกศศพไปยังเมรุหลวงวัดเทพศิรินทราวาส
เวลา ๑๗.๐๐ น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์
– วันอาทิตย์ ที่ ๒๘ มิถุนายน ๒๕๖๓
เวลา ๐๗.๐๐ น. พระราชทานผ้าไตร และภัตตาหารสามหาบในการเก็บอัฐิ
Posted on 16 มิถุนายน 2020 by writer

พลาดไม่ได้ สำหรับใครที่อยากเก่งภาษาอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็น วัยทำงาน น้องๆ นักเรียน นักศึกษา การศึกษานิวซีแลนด์ เชิญค้นพบศักยภาพและพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษที่นิวซีแลนด์ กับหลักสูตรพัฒนาภาษาอังกฤษระยะสั้นในโครงการ English Pathway ภายใต้แนวคิด “Find your best English in New Zealand” ที่จะช่วยตอบโจทย์การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ ทั้งผู้ที่อยู่ในวัยทำงานช่วยเพิ่มความมั่นใจ ให้กล้าพูดกล้าใช้ภาษาอังกฤษสร้างความก้าวหน้าในการทำงาน รวมถึงน้องๆ นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ยังไม่ผ่าน IELTS ในระดับที่ต้องการ เพื่อการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาที่นิวซีแลนด์ โดยผู้ที่เรียน English Pathway แล้วจะสามารถสอบวัดระดับภาษากับสถาบันที่เรียนและสมัครเรียนในสถาบันต่างๆ
ค้นพบคำตอบภาษาอังกฤษที่นิวซีแลนด์ จะช่วยตอบโจทย์คนอยากเก่งภาษาอังกฤษได้อย่างไร กับสัมมนาออนไลน์ ฟรี “Find your best English in New Zealand” ร่วมฟังแนะแนวการไปเรียนภาษาอังกฤษที่นิวซีแลนด์ จากสถาบันต่างๆ ฟรี ทั้งมหาวิทยาลัยชั้นนำของนิวซีแลนด์ สถาบันเทคโนโลยี และโรงเรียนสอนภาษาระดับแนวหน้าของประเทศ พร้อมประสบการณ์ตรงจากศิษย์ปัจจุบันที่จะร่วมพูดคุยสดๆ สายตรงจากนิวซีแลนด์ และการแบ่งปันเคล็ดลับการไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์กับตัวแทนชั้นนำของประเทศนิวซีแลนด์

พิเศษสุด สำหรับสมาชิกบัตรเครดิตเคทีซี รับเลย!! กระเป๋าล้อลาก 20 นิ้ว สำหรับ 10 ท่านแรกเท่านั้น เพียงลงทะเบียนเข้าร่วมงาน และชำระคอร์สเรียนภาษาภายใต้โครงการ English Pathway กับเอเจ้นต์การศึกษาที่ร่วมรายการ ด้วยบัตรเครดิตKTC ที่มีชื่อและนามสกุลตรงกันเท่านั้น รับสิทธิ์ 1 ท่านต่อ 1สิทธิ์ตลอด โครงการ
ลงทะเบียนด่วน! ฟังสัมมนาออนไลน์ ฟรี 27 มิ.ย.นี้ เวลา 13.00-15.00 น. ลงทะเบียน ฟรีที่นี่ https://bit.ly/bestenglishinNZ
ดำเนินรายการเป็นภาษาไทย และบางส่วนจากสถาบันการศึกษาที่นิวซีแลนด์เป็นภาษาอังกฤษ ผ่านโปรแกรม Zoom
Posted on 01 มิถุนายน 2020 by writer
สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล สานต่อ “หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร” รุ่น 2 หลังการตอบรับดีเยี่ยมจากรุ่นแรก หันปรับเนื้อหาหลักสูตรเข้มข้น โดยหวังให้เกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในภาคการเกษตร เพื่อยกระดับภาคการเกษตรไทย รองรับยุคนิวนอร์มอล หลังผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19
ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล หรือ“ ดีป้า” เปิดเผยว่า ตามที่ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) มอบหมายให้ ดีป้า ดำเนินการผลักดันให้ทุกภาคส่วนเกิดการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัล รองรับยุคฐานวิถีชีวิตใหม่ (นิวนอร์มอล) ภายหลังสิ้นสุดวิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) นั้น ดีป้า พร้อมเป็นฟันเฟืองสำคัญในการช่วยเปลี่ยนผ่านประเทศด้วยการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลไปใช้ในทุกมิติ เพื่อก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลอย่างมั่นคงและยั่งยืน
โดยหนึ่งในภารกิจสำคัญคือ การปรับเนื้อหา “หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร” รุ่น 2 (Chief of Digital AGRO BUSINESS: CDA#2) ให้มีความเข้มข้น เพื่อให้ผู้บริหารจากองค์กรหรือหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน โดยเฉพาะด้านการเกษตร อุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป และธุรกิจที่เกี่ยวข้องสามารถนำองค์ความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการอบรมไปประยุกต์ใช้ในการนำพาองค์กรมีความเข้มแข็ง พร้อมเข้าสู่ยุคนิวมอร์มอลได้อย่างมั่นคง หลังผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 โดยหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร รุ่น 2 จะมุ่งเน้นการส่งเสริมทักษะและองค์ความรู้ สร้างความเข้าใจจากประสบการณ์จริง พัฒนาวิสัยทัศน์การกำหนดนโยบายให้สอดคล้องกับการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัลด้านการเกษตรสมัยใหม่รับยุคนิวนอร์มอล ด้วยเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีดิจิทัลด้านการเกษตรที่มีความทันสมัยในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น IoT (Internet of Things) การใช้ระบบเครื่องรับรู้ เทคนิคการวิเคราะห์ข้อมูลระดับสูง (Big Data Management) เครื่องจักรกลอัตโนมัติ (Robot) ระบบปัญญาประดิษฐ์ (AI) อากาศยานไร้คนขับ (Drone), Cloud, AR & VR, Blockchain, Digital Marketing และการวิจัยทางเทคโนโลยีชีวภาพ รวมถึงการบริหารจัดการผลิตผลเกษตรแบบครบวงจร
หลักสูตรดังกล่าวได้รับการบูรณาการความรู้จากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนรวมกว่า 60 ท่าน พร้อมให้ผู้เข้าอบรมได้สัมผัสประสบการณ์จริงจากกรณีศึกษา ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียนจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งในประเทศ อาทิ Kubota Farm, Future Tales Lab, Microsoft, DTAC, True Digital Park โรงงานผลิตยาองค์การเภสัชกรรม Smart Farms และประเทศต้นแบบความรู้และนวัตกรรมทางการเกษตรอย่าง เนเธอร์แลนด์ ที่ผู้เข้าร่วมอบรมจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับ Smart Agriculture, Digital Technology และ FoodTech ก่อนนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร สังคม และประเทศชาติต่อไป
“ดีป้า มั่นใจว่า ผู้บริหารที่ผ่านหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร รุ่นที่ 2 จะสามารถนำองค์ความรู้ ทักษะ และประสบการณ์ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลภาคการเกษตรที่ได้รับจากการอบรมไปประยุกต์ใช้เพื่อพัฒนาศักยภาพองค์กรของตนให้มีประสิทธิภาพ พร้อมแข่งขันทั้งในระดับประเทศและระดับสากล อีกทั้งรองรับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลในอนาคตอันใกล้นี้” ผู้อำนวยการใหญ่ ดีป้า กล่าว
สำหรับการอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร รุ่น 2 มีกำหนดการอบรมระหว่างวันที่ 30 กรกฎาคม – 28 พฤศจิกายน 2563 โดยวันอบรมอาจมีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมกับสถานการณ์โควิด-19 ผู้สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม และดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.depa.or.th/th/cda ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 และ/หรือจนกว่าจำนวนผู้ได้รับคัดเลือกอบรมจะเต็มจำนวน โดยส่งใบสมัครที่กรอกรายละเอียดครบถ้วน พร้อมแนบสำเนาหนังสือเดินทางมาที่ cda@outlook.co.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้ประสานงานหลักสูตรฯ คุณชัยวัฒน์ 083 1166581 คุณวรฉัตร 089 203 0183 คุณกษิดิ์เดช 095 665 5162 หรือ https://www.depa.or.th/th/cda
Posted on 01 มิถุนายน 2020 by writer

หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ ร่วมกับ มหาวิทยาลัย และสถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศนิวซีแลนด์ จัดสัมมนาออนไลน์ ฟรี เชิญชวนนักศึกษาไทยที่สนใจศึกษาต่อปริญญาโท และผู้สนใจทั่วไป ร่วมสัมมนา “ปริญญาโทที่นิวซีแลนด์ ประเทศแห่งการเรียนรู้ด้วยวิธีการใหม่” เชิญมาเรียนรู้ว่าทำไมนิวซีแลนด์เป็นที่ 1 จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในการสร้างเด็กสู่อนาคต พิเศษสุดกับ การสัมมนาแนะแนวศึกษาต่อพร้อมเปิดโอกาสถามตอบอย่างละเอียด ร่วมกับคณาจารย์และเจ้าหน้าที่จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศนิวซีแลนด์ อาทิ The University of Auckland, University of Otago, Auckland University of Technology และ Lincoln University พร้อมค้นพบข้อมูลทุนการศึกษาจากม.ดัง อาทิ ทุนจากมหาวิทยาลัยโอ๊คแลนด์มูลค่าสูงสุดถึง$20,000 ดูรายระเอียดเพิ่มเติมได้ที่https://www.auckland.ac.nz/en/study/scholarships-and-awards.html และทุนจากมหาวิทยาลัยลินคอล์นทั้งด้านบัญชี การบริหารธุรกิจการเกษตรและการบริหารธุรกิจนานาชาติสำหรับการพัฒนาพื้นที่ชนบทมูลค่าสูงสุดถึง $10,000
การสัมมนาออนไลน์ ฟรี แบ่งเป็น 2 หลักสูตร คือ
– วันที่ 6 มิ.ย.นี้ เวลา10.00-11.30 น. หลักสูตรปริญญาโทด้านธุรกิจ เป็นหลักสูตรการเรียนการสอนที่มีการเน้นการปฏิบัติ และมีความร่วมมือกับบริษัทเอกชนต่างๆ ให้ทำงานร่วมกัน และหลักสูตรเจาะจง เช่น หลักสูตรธุรกิจการเกษตร (Agribusiness) และการใช้เทคโนโลยีเพื่อหาโซลูชั่นให้ธุรกิจไม่ว่าจะเป็นการทำงานให้บริษัทใน scale ต่างๆ ให้ปรับตัวได้ในยุคดิจิตอล รวมไปถึงการสร้างธุรกิจใหม่ของคุณเองจาก Auckland University of Technology, Lincoln University, The University of Auckland and University of Otago ลงทะเบียนเข้างาน ฟรีที่นี่ https://bit.ly/ENZThailandWebinar
– วันที่ 10 มิ.ย.นี้ เวลา100-12.30 น.หลักสูตรปริญญาโทด้านเทคโนโลยี มีหลักสูตรหลากหลายจากมหาลัยชั้นนำที่มีความโดดเด่นทางด้านนี้ ที่เน้นศึกษาร่วมกับบริษัทเอกชน มีหลักสูตรที่ใช้แนวทางการสอนสมัยใหม่ เรียนได้ตั้งแต่คนที่ไม่มีพื้นฐาน โดยเน้นการใช้งาน แก้ปัญหาได้จริง ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีเพื่อ Consumer หรือเพื่อธุรกิจ อาทิ AUT ทางด้าน Information Security & Digital Forensics University of Canterbury ด้าน Business Information Systems, Lincoln University ด้าน Precision Agriculture และ Massey University สาขาวิชา Analytics และ University of Otago สาขาวิชา Applied Science ลงทะเบียนเข้างาน ฟรีที่นี่ https://bit.ly/ENZTechMaster
ผู้ลงทะเบียน จะได้รับอีเมล์ยืนยันเข้าร่วมสัมมนา หลังลงทะเทียน