Archive | ข่าว

เอนี่เพย์ ช่วยการศึกษาเด็กพิการ ของ ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคาย

เอนี่เพย์ ช่วยการศึกษาเด็กพิการ ของ ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคาย

Posted on 24 กุมภาพันธ์ 2026 by writer

ภาพ เอนี่เพย์ รับมอบฯ_resize

นายสันทวัฒน์ สินาเจริญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอนี่เพย์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการฟินเทค (Fintech) ด้านระบบรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยและมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง มอบเงินบริจาคช่วยการศึกษาแก่เด็กนักเรียนผู้พิการ โดยมี นายชิด สุขหนู ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน ส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาและมุ่งสู่การพัฒนาอาชีพอย่างยั่งยืนต่อไป ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ จังหวัดหนองคาย เมื่อเร็วๆนี้

ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนช่วยเหลือน้องๆผู้พิการ ผ่านการบริจาคเงินหรือสิ่งของจำเป็น ได้ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองคาย บัญชีเลขที่ 295-6-00370-4 หรือผ่านระบบ e -Donation สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 0-4246-5645

Comments (0)

ชลิต อินดัสทรี ร่วมสานต่อก่ออาชีพผู้พิการ ปี 3

ชลิต อินดัสทรี ร่วมสานต่อก่ออาชีพผู้พิการ ปี 3

Posted on 17 กุมภาพันธ์ 2026 by writer

Chalit DSC_1783_resize

      “เราไม่ควรให้ปลาแก่เขา แต่ควรจะให้เบ็ดตกปลา และสอนให้รู้จักวิธีตกปลาจะดีกว่า”

      พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวง รัชกาลที่ 9) เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2541 ถือเป็นหลักคิดสำคัญของการพัฒนาที่ยั่งยืน ที่มุ่งเน้นการสร้างอาชีพ ถ่ายทอดความรู้ พัฒนาทักษะ และมอบเครื่องมือในการดำรงชีวิต เพื่อให้ประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคง มากกว่าการช่วยเหลือเพียงระยะสั้น

624647224_resize

      จากแนวคิดดังกล่าว การส่งเสริมอาชีพให้กับผู้ด้อยโอกาส โดยเฉพาะ ผู้พิการและผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษา  ช่วยเหลือในระยะยาวที่แท้จริง เนื่องจากข้อจำกัดด้านร่างกาย เศรษฐกิจ และการเข้าถึงโอกาสทางการเรียนรู้ อาจเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพและการมีอาชีพในอนาคต การเปิดโอกาสทางการศึกษาอย่างเหมาะสมจึงไม่เพียงช่วยเสริมความรู้และทักษะที่จำเป็นต่อการประกอบอาชีพ แต่ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และเปิดพื้นที่ให้ศักยภาพ ความสามารถ และคุณค่าของผู้พิการได้รับการยอมรับในสังคม

      ด้วยตระหนักถึงความสำคัญดังกล่าว นางสุชญา ยงเห็นเจริญ รองประธานกรรมการ พร้อมด้วย นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” จึงเดินหน้าจัดโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพผู้พิการ” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยมอบเงินสมทบทุนเพื่อการศึกษา พร้อมเครื่องอุปโภคบริโภคและสิ่งของจำเป็น ให้แก่นักเรียนพิการประจำวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน การฝึกอาชีพ และการพัฒนาทักษะชีวิตอย่างยั่งยืน

Chalit GF8A0784-1-ok_resize

      ในการนี้ นางวิภา อรรถจารุสิทธิ์ หัวหน้าฝ่ายธุรการการเงิน วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา พร้อมด้วยคณะครูและตัวแทนนักเรียนผู้พิการ เป็นผู้แทนรับมอบ ณ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เมื่อเร็ว ๆ นี้

      ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เป็นสถานศึกษาเพื่อคนพิการที่มุ่งผลิตบุคลากรด้านวิชาชีพ ฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการในทุกมิติ เพื่อพัฒนาสู่การมีงานทำ พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน และสร้างคุณประโยชน์ต่อสังคม จัดการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนพิการโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ พร้อมดูแลด้านที่พัก อาหาร การศึกษา และกิจกรรมเสริมทักษะชีวิต เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้พิการเข้าถึงการศึกษาได้มากขึ้น โดยจัดการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) และมีงานทำเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน อาทิ หลักสูตรเทคโนโลยีสารสนเทศ คอมพิวเตอร์ธุรกิจ เทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล รวมถึงหลักสูตรระยะสั้นด้านการเตรียมพื้นฐานวิชาชีพและคอมพิวเตอร์สำนักงาน ที่ผ่านมาได้ช่วยเหลือคนพิการมาแล้วมากกว่า 5,000 คน

Chalit DSC_1800_resize

      นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า ผู้พิการมีศักยภาพในการสร้างอาชีพและสามารถก้าวสู่ความเป็น “ช่างมืออาชีพ” เพื่อเลี้ยงดูตนเองได้ไม่แพ้คนทั่วไป หากได้รับโอกาสและการสนับสนุนที่เหมาะสม บริษัทฯ จึงเดินหน้าสานต่อโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพผู้พิการ” ปีที่ 3 สนับสนุนวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมการศึกษาทักษะวิชาชีพช่าง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้พิการได้เรียนรู้เชิงปฏิบัติ สามารถต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้ และพึ่งพาตนเองได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

      การลงทุนด้านการศึกษาผู้พิการเป็นการสร้างโอกาสระยะยาว และเสริมพลังให้ผู้พิการก้าวขึ้นเป็นกำลังสำคัญของสังคม   ผู้มีจิตศรัทธาและสถานประกอบการสามารถร่วมสนับสนุนเพื่อส่งเสริมการศึกษาและการฝึกอาชีพแก่ผู้พิการ ด้วยการมอบทุนการศึกษา ทุนอาหาร หรือสิ่งของจำเป็น โดยร่วมบริจาคได้ที่บัญชีเลขที่ 342-4-73627-4 ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ประเภทออมทรัพย์

ปิดความเห็น บน ชลิต อินดัสทรี ร่วมสานต่อก่ออาชีพผู้พิการ ปี 3

ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคายฯ เปิดรับน้องผู้พิการเรียนกินอยู่ฟรี! สร้างโอกาสสู่อาชีพยั่งยืน…

ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคายฯ เปิดรับน้องผู้พิการเรียนกินอยู่ฟรี! สร้างโอกาสสู่อาชีพยั่งยืน…

Posted on 12 กุมภาพันธ์ 2026 by writer

          วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดรับสมัครนักเรียน นักศึกษาคนพิการ เข้าศึกษาประจำปีการศึกษา 2569 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งค่าเล่าเรียน ที่พัก และอาหาร กับหลักสูตรต่างๆ ทั้งระดับ ปวช. ปวส. และชั้นเตรียมการศึกษา (สำหรับคนพิการที่ไม่มีวุฒิมัธยมศึกษาตอนต้น อายุ 15 ปี ขึ้นไป) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้พิการได้มีโอกาสทางการศึกษา พัฒนาศักยภาพ และต่อยอดสู่อาชีพอย่างยั่งยืน และขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตคนพิการให้มีชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนต่อไป เริ่มสมัครได้แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึง 28 มีนาคม 2569 และผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคเพื่อสนับสนุนการศึกษาน้องๆ ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้

e card _nk รับสมัครนักเรียนฯ ok_resize

          นายชิด สุขหนู ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดเผยว่า วิทยาลัยฯ เป็นสถานศึกษาสำหรับคนพิการแห่งแรกของภาคอีสาน ก่อตั้งขึ้นปี 2560 มุ่งจัดการศึกษาและฝึกอาชีพให้กับผู้พิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย ให้ดูแลตนเองและครอบครัวได้ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับวิทยาลัย ไว้ในพระราชูปถัมภ์ตั้งแต่ 16 มีนาคม 2563 ที่ผ่านมาวิทยาลัยฯ สามารถผลิตบุคลากรคนพิการเข้าสู่ตลาดแรงงานระดับมืออาชีพเพื่อทำงานรับใช้สังคมมาแล้วกว่า 628 คน

สำหรับปีการศึกษา 2569 วิทยาลัยฯ จะเปิดรับสมัคร 3 หลักสูตร คือ

1.) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล (ผู้จบ ม.3 หรือเทียบเท่า)

2.) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) สาขาวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล (ผู้จบ ม.6)  มุ่งเน้นการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ การเขียนโปรแกรม การออกแบบกราฟิก และการพัฒนาเว็บไซต์  ฯลฯ

3.) หลักสูตรขั้นเตรียมการศึกษา สำหรับคนพิการที่ไม่มีวุฒิมัธยมศึกษาตอนต้นอายุ 15ปี ขึ้นไป

34910_resize

          ทั้งนี้เอกสารที่ใช้ในการสมัคร ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน  สำเนาทะเบียนบ้าน รูปถ่าย 1.5 นิ้ว 4 รูป  สำเนาบัตรคนพิการ สำเนาวุฒิการศึกษา ใบสูติบัตร(ถ้ามี) ใบรับรองแพทย์ (ไม่เป็นโรคติดต่อ) โดยน้องๆ ผู้เรียนจะได้รับการสนับสนุนให้ศึกษาจนจบระดับ ปวช.–ปวส. เพื่อให้สามารถมีงานทำ ดูแลตนเองและครอบครัวได้

          ทางวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย มีหอพักและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ พร้อมอาหาร 3 มื้อ รวมทั้งอุปกรณ์การเรียนการสอนที่เป็นสื่อทันสมัย โดยเปิดรับตั้งแต่วันนี้ถึง 28 มีนาคม 2569 ซึ่งผู้พิการทางการเคลื่อนไหวสามารถสมัครได้แล้วที่ ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ  หรือ fb วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ฯ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่คุณแพร โทร 064 109 4401 หรือ 042 465 645 หรือ ดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ www.nrtc.ac.th

ภาพ ว เทคโนโลยีมห่ไถ่ NK_resize

          ทั้งนี้ สำหรับผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคได้ที่บัญชี วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองคาย เลขที่ 295 6 00370 4 หรือผ่านระบบ e -Donation โดยสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ รายได้ทั้งหมดจะนำไปใช้ในการจัดการศึกษา ฝึกอาชีพ บริหารจัดการ และยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการอย่างยั่งยืนต่อไป

ปิดความเห็น บน ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคายฯ เปิดรับน้องผู้พิการเรียนกินอยู่ฟรี! สร้างโอกาสสู่อาชีพยั่งยืน…

Mahatai-Nongkhai_e card ok_resize_resize

ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ เชิญร่วมสนับสนุนการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าฯเพื่อพลังงานสะอาด

Posted on 27 มกราคม 2026 by writer

Mahatai-Nongkhai_e card ok_resize_resize

          วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สถานศึกษาเพื่อคนพิการ ขอเชิญร่วมเป็นพลังสนับสนุนโครงการ “พัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์)”  จัดขึ้นเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้า พัฒนา-เพิ่มประสิทธิภาพระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ สร้างแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและทักษะอาชีพด้านเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่นักศึกษาคนพิการ ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของวิทยาลัยฯ ให้มีความมั่นคงและยั่งยืน สร้างทักษะวิชาชีพให้นักศึกษาคนพิการสามารถพึ่งพาตนเอง มีอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน โดยไม่เป็นภาระต่อสังคม จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนโครงการฯ ได้ทั้งการบริจาคสิ่งของเครื่องใช้หรือการบริจาคเงิน โดยบริจาคได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองคาย เลขที่บัญชี  295 6 00370 4 หรือผ่านระบบ e -Donation นำไปลดหย่อนภาษีได้

คุณชิด สุขหนู_04-1_0_resize

          นายชิด สุขหนู  ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เปิดเผยว่า วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ เป็นสถานศึกษาสำหรับคนพิการแห่งแรกของภาคอีสาน รองรับนักศึกษาคนพิการจากจังหวัดใกล้เคียงและมีแผนขยายโอกาสรับคนพิการจากประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต วิทยาลัยฯ จัดการศึกษาพร้อมฝึกอบรมวิชาชีพให้แก่นักศึกษาคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมจนสำเร็จการศึกษาระดับ ปวช. – ปวส. โดยเป็นโรงเรียนประจำ มีหอพักและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมสำหรับคนพิการ พร้อมอาหาร 3 มื้อ อุปกรณ์การเรียนการสอนและสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงการส่งเสริมให้นักศึกษามีงานทำ สามารถพึ่งพาตนเอง และดูแลครอบครัวได้อย่างยั่งยืน

          อย่างไรก็ตามวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ เป็นองค์กรการกุศลที่มิได้แสวงหาผลกำไร งบประมาณหลักมาจากการรับบริจาค แต่จากภาวะสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดบริจาคลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคโดยเฉพาะค่าไฟฟ้า มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการงบประมาณและการดูแลคุณภาพชีวิตนักเรียน นักศึกษาคนพิการในระยะยาว

ภาพประกอบ1_resize_resize

          เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าและการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อความยั่งยืน วิทยาลัยฯ จึงจัดทำ โครงการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) เพื่อเป็นแนวทางลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว และยังสอดคล้องกับนโยบายรัฐด้านการส่งเสริมพลังงานสะอาด พลังงานทดแทนและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ และ SDG 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

          นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาด ประหยัดพลังงานและเทคโนโลยีพลังงานทดแทน ผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการฝึกอบรม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทักษะอาชีพให้แก่นักศึกษาคนพิการ สามารถนำไปต่อยอดประกอบอาชีพในอนาคตได้จริง โดยงบประมาณที่ประหยัดได้จากการลดค่าไฟฟ้าจะนำกลับไปพัฒนาการเรียนการสอน จัดหาสื่ออุปกรณ์ และยกระดับคุณภาพชีวิตนักศึกษาคนพิการอย่างยั่งยืน

ภาพประกอบ2_resize

          ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นพลังสนับสนุนโครงการ “พัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์)” สามารถร่วมบริจาคได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองคาย บัญชีเลขที่ 295-6-00370-4 หรือผ่านระบบ e -Donation นำไปลดหย่อนภาษีได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 042-465-645

          “การร่วมทำบุญสนับสนุนโครงการฯนี้ ถือเป็นการสร้างแหล่งเรียนรู้พลังงานสะอาด ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้แก่คนพิการ” นายชิดกล่าวในท้ายสุด

ปิดความเห็น บน ว.เทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ เชิญร่วมสนับสนุนการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าฯเพื่อพลังงานสะอาด

Digital jumpstart รุ่น3 เยี่ยมชมเทคโนโลยีดิจิทัลทางการแพทย์ รพ.เวชธานี

Digital jumpstart รุ่น3 เยี่ยมชมเทคโนโลยีดิจิทัลทางการแพทย์ รพ.เวชธานี

Posted on 27 มกราคม 2026 by writer

DSC_5224_resize

          สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) นำโดย ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล พร้อมด้วย นายวาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ นำผู้เข้าร่วมหลักสูตร Digital Jumpstart รุ่นที่ 3 เยี่ยมชมเทคโนโลยีดิจิทัลทางการแพทย์และการบริหารจัดการภายในรพ. พร้อมทั้งเนื้อหาเรื่องเทคโนโลยีในการทำงาน ณ โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว เมื่อเร็วๆนี้

          ดร.นพ.ตุลวรรธน์ พัชราภา ผู้อำนวยการปฏิบัติการ โรงพยาบาลเวชธานี ให้เกียรติเปิดบ้านต้อนรับพร้อมบรรยายในหัวข้อ “Revolutionizing Hospital Operations : The Impact of Transformation” และให้ความรู้เกี่ยวกับ 1.) Logistic Transformation (Patient Logistic) เป็นแนวคิดที่ดีในการบริหารองค์กร เพราะคนไข้ส่วนใหญ่เป็นต่างชาติ เทคโนโลยีนี้จึงทำให้คนไข้เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว สะดวกในการนัดหมายและคนไข้สามารถทำแบบประเมินความพึงพอใจในการใช้บริการได้เช่นกัน

ดร.นพ.ตุลวรรธน์ พัชราภา รพ เวชธานี_resize

2.) Clinical Operation Transformation เป็นแพลตฟอร์มที่จัดการระบบข้อมูลของโรงพยาบาล เช่น ระบบสั่งยาของหมอและเภสัชกร มี AI ในการตรวจเม็ดยา สามารถจ่ายยาเป็นมื้อได้

3.) Service Operation Transformation เป็นแพลตฟอร์มเกี่ยวกับการจัดการต่างๆของบุคลากร เช่น ระบบ Doctor Attendant Time Stamp ระบบการบริการของหมอ Power App เป็นการ coaching หมอเพื่อสร้างความประทับใจให้กับคนไข้ และระบบ QR Visitor Security เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงในโรงพยาบาล

4.) Analytic Transformation เป็นระบบการทำงานของ AI ที่ช่วยค้นข้อมูลจากคนไข้ สามารถค้นหาราคา Package ต่างๆของโรงพยาบาล และสามารถจ่ายงานในนักกายภาพบำบัดได้

          พร้อมทั้งศึกษาดูงานการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในโรงพยาบาลเวชธานี ซึ่งมี 5 ฐาน คือ Mobile-Enable EMR, Ai Robotic Powered Pharmacy Workflow, Smart Patient Logistics, Robotic Assisted Human Movement Rehabilitation และ Digital Imaging for Diagnostic Support

IMG_4527_resize

          พร้อมกันนี้ ฟังการบรรยาย “Data Discovery to new Business Industry” โดย คุณณัฐกรณ์ รัตนชัยสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีดิกทิฟ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้คำปรึกษาด้านข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ ใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าทางธุรกิจ  ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่เชี่ยวชาญด้าน Digital Analytics และ Customer Experience ในไทย และเป็นพันธมิตรทางเทคนิคกับ Google Marketing Platform และ Google Cloud

          ต่อด้วยการบรรยาย “Cybersecurity in 2026 : Trends shaping the future digital security” โดย คุณณิชาภัทร บุญนัดดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท อัลฟ่าเซค จำกัด

DSC_5324_resize

          และสุดท้ายเป็นการบรรยาย “Challenges and Future Directions of Big Data and AI in Digital Economy” โดย คุณโชค วิศวโยธิน ผู้ร่วมเขียนหนังสือ ChatGPT : AI ปฏิวัติโลก ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Media Big Data และ AI เป็นหัวใจของ Digital Economy เพราะช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้จากข้อมูลจริง สามารถสร้างนวัตกรรมสินค้าหรือบริการได้ ฯลฯ

ปิดความเห็น บน Digital jumpstart รุ่น3 เยี่ยมชมเทคโนโลยีดิจิทัลทางการแพทย์ รพ.เวชธานี

เปิดศักราชใหม่ “POP” อะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากล ประกาศพร้อมลุยปีม้าทอง ตอกย้ำอะไหล่คุณภาพฝีมือคนไทย

เปิดศักราชใหม่ “POP” อะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากล ประกาศพร้อมลุยปีม้าทอง ตอกย้ำอะไหล่คุณภาพฝีมือคนไทย

Posted on 23 มกราคม 2026 by writer

1-DSC_5817_resize_resize

           บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์และอะไหล่รถยนต์ภายใต้แบรนด์ “POP” ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจรับศักราชใหม่  โดยนายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ พร้อมทีมผู้บริหาร นางมนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์ กรรมการบริษัท และนางสาวชัญญา ยงเห็นเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ประกาศความพร้อมก้าวสู่ศักราชใหม่ 2569  เดินหน้าเปิดเกมรุกธุรกิจปีม้าทองอย่างเต็มกำลัง พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยังมีความท้าทายและการแข่งขันสูง มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมอะไหล่ยานยนต์ไทย ตอกย้ำจุดยืนการเป็นผู้ผลิตอะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากลโดยฝีมือคนไทย

           นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพสินค้าและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตอะไหล่ยานยนต์ภายใต้แบรนด์ “POP” อย่างต่อเนื่อง โดยยึดมาตรฐานการผลิตระดับสากล ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน เพื่อรองรับความต้องการของตลาดอะไหล่ยานยนต์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจากแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน บริษัทฯ ประเมินว่าตลาดอะไหล่ยานยนต์ยังมีโอกาสขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้งานรถยนต์ยาวนานขึ้น ส่งผลให้ความต้องการอะไหล่ทดแทนที่มีคุณภาพ ความทนทาน และความปลอดภัยสูงเพิ่มขึ้น

3- DSC_5863-2_resize (OK)_resize

           “ปีม้าทอง 2569 ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการเร่งเสริมความแข็งแกร่งขององค์กร ชลิต อินดัสทรี พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจเชิงรุก ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการขยายตลาด โดยบริษัทฯยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความทนทาน และความปลอดภัย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของอุตสาหกรรมอะไหล่ยานยนต์” นายชวิศกล่าวและเสริมว่า

           ชลิต อินดัสทรี ยังเดินหน้าลงทุนในด้านเทคโนโลยีการผลิต การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอะไหล่ยานยนต์ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีสากล ตอกย้ำภาพลักษณ์ “อะไหล่รถยนต์ฝีมือคนไทย” และสร้างความมั่นคงให้กับฐานการผลิตในประเทศ รวมถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งขององค์กรและอุตสาหกรรมอะไหล่ยานยนต์ไทยในระยะยาว

2- DSC_5818_resize_resize

           บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ของประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ “POP” ที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 30 ปี นับเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดอะไหล่ทดแทน (Replacement Equipment Manufacturing: REM) และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ (OEM) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 6,000 รายการ อาทิ ยางแท่นเครื่อง ยางแท่นเกียร์ ยางกันกระแทก ยางเพลากลาง บูชปีกนก และบูชโช๊คอัพล่าง ครอบคลุมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถเพื่อการพาณิชย์ และรถแข่ง  โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล อาทิ Thailand Trust Mark (T MARK) ระบบ IATF 16949:2016 มาตรฐาน ISO9001 และผ่านการทดสอบคุณภาพในหลากหลายด้าน อาทิ Fatigue, Hardness และ NVH เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอุตสาหกรรมยานยนต์

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.chalitindustry.com โทรศัพท์ 02-802-6400

ปิดความเห็น บน เปิดศักราชใหม่ “POP” อะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากล ประกาศพร้อมลุยปีม้าทอง ตอกย้ำอะไหล่คุณภาพฝีมือคนไทย

ร่วมเปิดโลกการศึกษาเด็กตาบอด เพื่ออนาคตเด็กพิการทางสายตา

ร่วมเปิดโลกการศึกษาเด็กตาบอด เพื่ออนาคตเด็กพิการทางสายตา

Posted on 12 มกราคม 2026 by writer

DSC_1710-1_resize

        เนื่องในโอกาส วันเด็กแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี และในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 บรรยากาศแห่งความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของเด็กๆ ทั่วประเทศต่างถูกเติมเต็มด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์และของขวัญมากมายที่สังคมมอบให้ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความสุขเหล่านี้ ยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจไม่สามารถเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียม นั่นคือ เด็กผู้พิการทางสายตา เด็กกลุ่มเล็กๆ ที่แม้มองไม่เห็นโลกภายนอกด้วยดวงตา แต่ยังรอคอยโอกาส การยอมรับ และการสนับสนุนจากสังคม เพื่อให้พวกเขาได้เติบโตอย่างมีศักดิ์ศรี มีความหวังและมีอนาคตที่มั่นคงไม่ต่างจากเด็กคนอื่นๆ โดยเฉพาะโอกาสด้านการศึกษา

        แม้ว่าการศึกษาจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กทุกคน แต่สำหรับเด็กพิการทางสายตา เส้นทางการเรียนรู้มีข้อจำกัดที่มากกว่าเด็กทั่วไป ทั้งการเข้าถึงสื่อการเรียนการสอน บุคลากรเฉพาะทาง รวมถึงโอกาสทางการศึกษาในระยะยาว แต่ทั้งนี้ท่ามกลางอุปสรรคเหล่านี้ ยังมีพลังแห่งความหวังจากความร่วมมือของภาคสังคม หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ร่วมกันยื่นมือเข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบการเรียนรู้ เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก หรือการสร้างโอกาสที่เท่าเทียม เพื่อเปิดโลกการศึกษาที่แม้มองไม่เห็นด้วยตา แต่สามารถสัมผัสได้ด้วยหัวใจ ให้เด็กพิการทางสายตาได้ก้าวไปสู่อนาคตอย่างมั่นคงและมีคุณค่าในสังคม ช่วยให้พวกเขาสามารถเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคม สามารถสร้างอาชีพ พึ่งพาตนเอง และช่วยเหลือครอบครัวได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

DSC_1726_resize

        เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้พิการทางสายตา บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้โครงการ “ชลิต อินดัสทรีฯ เติมน้ำใจให้น้องตาบอด” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดย นางสุชญา ยงเห็นเจริญ รองประธานกรรมการ ร่วมด้วย นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เป็นผู้แทนมอบเงินสมทบทุนการศึกษา อาหารกลางวัน รวมถึงสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาของนักเรียนผู้พิการทางสายตาให้แก่น้อง นักเรียนของโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โดยมี ครูวีระชัย เกียรติจรรยา เป็นผู้แทนรับมอบ ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ฯ  เมื่อเร็วๆ นี้

        นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า แม้น้องๆ ผู้พิการทางสายตาจะมองไม่เห็นโลกภายนอกด้วยดวงตา แต่พวกเขามีศักยภาพและความสามารถไม่ต่างจากเด็กทั่วไป หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม ชลิต อินดัสทรี ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมโอกาสทางการศึกษา เพื่อเปิดทางให้เด็กๆเหล่านี้ก้าวไปสู่อนาคตที่มั่นคง

        ด้านนางสุชญา ยงเห็นเจริญ รองประธานกรรมการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า “เด็กทุกคนควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะเด็กพิการทางสายตาที่ต้องการการดูแลและสนับสนุนเป็นพิเศษ เราหวังว่าการให้ในครั้งนี้จะเป็นอีกแรงหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิต และสร้างความหวังให้กับน้องๆ และครอบครัวในระยะยาว”

DSC_1732_resize

        สำหรับโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2529 เป็นองค์กรการกุศลที่มุ่งให้โอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กผู้พิการทางสายตา อายุระหว่าง 3-20 ปี ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เด็กส่วนใหญ่จะพักอาศัยอยู่ในโรงเรียน โดยเด็กๆจะได้รับการศึกษาควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพและพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อเตรียมตัวสู่สังคมหรือศึกษาต่อในอนาคต  อาทิ การฝึกอาชีพ ดนตรี กีฬา งานนวด งานฝีมือ รวมถึงการฝึกทักษะการใช้ชีวิตสำหรับคนตาบอด เช่น การช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน การเคลื่อนไหวและการเดินทาง การอ่านและเขียนอักษรเบรลล์ นันทนาการ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสังคม เพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม โดยนักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคได้ที่ SCB เลขที่ 669-2-10787-4 สาขาพัทยาสาย 2 ชื่อ บ/ช ทุนบรมราชกุมารีเพื่อคนตาบอด (2536) หรืออาหารและสิ่งของจำเป็นต่างๆ ได้ที่ โทรศัพท์ 038-225-479 และ 081-359-0788 หรือเว็บไซต์ www.prsb.ac.th

ปิดความเห็น บน ร่วมเปิดโลกการศึกษาเด็กตาบอด เพื่ออนาคตเด็กพิการทางสายตา

S__118210603_resize

“เช็คลิสต์ที่คนใช้รถต้องรู้ ก่อนเดินทางไกล”

Posted on 29 ธันวาคม 2025 by writer

       ในช่วงวันหยุดยาว หรือเทศกาลสำคัญ การเดินทางไกลด้วยรถยนต์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม  ในทุกปีเรายังพบข่าวรถเสียกลางทาง หรืออุบัติเหตุที่มีสาเหตุจาก “รถไม่พร้อมใช้งาน” อยู่เสมอ

       ข้อมูลจากนายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากลฝีมือคนไทย ภายใต้แบรนด์ “POP” ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมากกว่า 30 ปี ระบุว่า หากมองในภาพรวมปัญหารถเสียระหว่างทางไกลมักไม่ใช่เรื่องเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน  แต่เป็นผลจาก “ความเสื่อมสะสม” ที่ถูกมองข้ามมาเป็นเวลานาน

       ตัวอย่างเช่น ระบบระบายความร้อนที่เริ่มทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แบตเตอรี่ที่แรงดันไฟเริ่มตก หรือยางที่มีสภาพไม่สม่ำเสมอ เมื่อรถต้องทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ความบกพร่องเล็กน้อยเหล่านี้จะถูกขยายผลอย่างรวดเร็ว กล่าวง่าย ๆ คือ รถเสียเพราะไม่ได้ถูกเตรียมให้พร้อมสำหรับภาระการใช้งานแบบเดินทางไกล

       ทั้งนี้ ปัญหารถเสียระหว่างทางไม่ได้สะท้อนเพียงพฤติกรรมของผู้ใช้รถเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงช่องว่างระหว่างการใช้งานจริงกับการบำรุงรักษาเชิงระบบ รถส่วนใหญ่มักถูกใช้งานในเมืองระยะสั้น เมื่อถึงเวลาต้องเดินทางไกล รถจะต้องทำงานหนักและต่อเนื่องยาวนาน ความเสื่อมที่สะสมไว้จึงแสดงผลออกมาในช่วงเวลานั้น

S__118210603_resize

ดังนั้นมีคำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับวิธีการดูแลรถ “เช็คลิสต์ที่คนใช้รถต้องรู้ ก่อนเดินทางไกล” ได้แก่

  • ตรวจความพร้อม 4 ระบบหลัก ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

ก่อนเดินทางไกลผู้ใช้รถควรให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของรถอย่างรอบด้าน การตรวจเช็คไม่ควรจำกัดเพียงบางรายการ แต่ควรประเมินความพร้อมของระบบหลักทั้งคัน ซึ่งประกอบด้วย 4 ระบบสำคัญ การตรวจเช็กระบบเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานจะช่วยลดความเสี่ยงระหว่างการเดินทางได้อย่างชัดเจน ได้แก่

  1. ระบบที่ทำให้รถ “ไปได้” เช่น เครื่องยนต์ น้ำมันเครื่อง และของเหลวต่าง ๆ
  2. ระบบที่ทำให้รถ “หยุดได้” เช่น ระบบเบรก ผ้าเบรก และน้ำมันเบรก
  3. ระบบที่ทำให้รถ “ทรงตัวได้” เช่น ยาง ลมยาง และช่วงล่าง
  4. ระบบที่ทำให้รถ “สื่อสารได้” เช่น ระบบไฟส่องสว่าง ไฟเตือน และที่ปัดน้ำฝน
  • อะไหล่ที่ใกล้หมดอายุควรเปลี่ยนก่อนเดินทางไกล อย่ารอให้ “หมดอายุการใช้งาน” บนถนน

อะไหล่ หรือชิ้นส่วนที่มีอายุการใช้งานตามเวลา ควรเปลี่ยนล่วงหน้าก่อนเดินทางไกล เช่น ยาง สายพาน แบตเตอรี่ หรือผ้าเบรก หากอยู่ในช่วงใกล้ครบอายุการใช้งาน ควรตัดสินใจเปลี่ยนก่อนเดินทาง แม้ยัง “พอใช้งานได้” เพราะต้นทุนของการเปลี่ยนก่อนเดินทาง ต่ำกว่าต้นทุนความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายที่อาจลุกลาม ผลกระทบต่อชีวิต และค่าเสียเวลา เมื่อต้องจอดเสียกลางทางอย่างเทียบไม่ได้ หลักคิดสำคัญคือ อย่ารอให้อะไหล่ “หมดอายุการใช้งาน” บนถนน

  • รถอายุเกิน 5 ปี หรือระยะทางเกิน 100,000 กิโลเมตร ควรตรวจเช็กเชิงลึก

สำหรับรถที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปี หรือมีระยะทางเกิน 100,000 กิโลเมตร ควรได้รับการตรวจเช็กเชิงลึกในจุดที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น ระบบยางและท่อในห้องเครื่อง ระบบระบายความร้อนทั้งชุด ระบบช่วงล่างและบุชยาง รวมถึงระบบไฟและเซนเซอร์เตือนต่าง ๆ เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้มักเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะทางเพียงอย่างเดียว

  • หากเกิดเหตุฉุกเฉินกลางทาง สิ่งที่ผู้ใช้ต้องรู้

สิ่งที่ควรทำ ได้แก่ จอดรถในจุดที่ปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉิน ดับเครื่องยนต์ ประเมินอาการจากสัญญาณเตือน และติดต่อผู้เชี่ยวชาญหรือศูนย์บริการก่อนตัดสินใจดำเนินการใดๆ

สิ่งที่ไม่ควรทำ คือ ไม่ควรฝืนขับต่อเมื่อมีไฟเตือนรุนแรง ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำขณะเครื่องยนต์ร้อน และไม่ควรซ่อมแซมเฉพาะหน้า โดยไม่เข้าใจสาเหตุที่แท้จริง

  • เลือกใช้อะไหล่คุณภาพสูง ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

       อะไหล่ไม่ใช่เพียงชิ้นส่วนทดแทน แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัยโดยตรง อะไหล่คุณภาพไม่ได้วัดจากราคา หรือรูปลักษณ์ภายนอก แต่คือความสามารถในการทำงานได้อย่างสม่ำเสมอภายใต้สภาวะกดดัน การเดินทางไกลถือเป็นบททดสอบที่แท้จริงของอะไหล่ เนื่องจากรถต้องทำงานหนักต่อเนื่อง อะไหล่คุณภาพต่ำอาจใช้งานได้ดีในเมือง แต่อาจไม่ทนต่อความร้อน ความเร็ว และระยะเวลา ซึ่งท้ายที่สุดจะสะท้อนออกมาเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ชวิศ ยงเห็นเจริญDSC_3109_resize_resize

       นายชวิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจทำให้ความเสียหายลุกลามจากเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ใช้รถต้องยึดสัญญาณเตือนของรถเป็นหลัก ไม่ฝืนใช้งาน และไม่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยขาดข้อมูล เนื่องจากความเสียหายรุนแรงส่วนใหญ่มักเกิดจากการ “ฝืนใช้งานต่อ” ทั้งที่ระบบแจ้งเตือนแล้ว

       “อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยบนท้องถนนไม่ใช่เรื่องของรถเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของระบบทั้งหมด ตั้งแต่การเตรียมรถ การเลือกใช้อะไหล่ การวางแผนการเดินทาง ไปจนถึงสภาพร่างกายของผู้ขับขี่ ดังนั้น นอกจากการเตรียมรถแล้ว ผมอยากเน้นเรื่อง การเตรียมความพร้อมของผู้ขับขี่ด้วย พักผ่อนให้เพียงพอ วางแผนเส้นทางและเวลาพัก ไม่ฝืนขับเมื่อร่างกายไม่พร้อม เพราะรถที่พร้อม แต่คนไม่พร้อม ก็ยังไม่ปลอดภัย ผมเชื่อว่า ‘การเดินทางที่ดี’ คือการเดินทางที่ทุกคนถึงบ้านอย่างปลอดภัย ไม่ใช่แค่ถึงเร็วที่สุดครับ”

       บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด มุ่งมั่นพัฒนาและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์คุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ “POP” ซึ่งได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างยาวนานมากกว่า 30 ปี  โดยมุ่งเน้นการผลิตชิ้นส่วนที่มีความทนทานและได้มาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ส่วนบุคคลจนถึงรถยนต์เพื่อการพาณิชย์   สอบถามรายละเอียด ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำ ตัวแทนจำหน่าย หรือเว็บไซต์ https://chalitindustry.com  โทร.02 8026400   Email: info@chalitindustry.com

ปิดความเห็น บน “เช็คลิสต์ที่คนใช้รถต้องรู้ ก่อนเดินทางไกล”

สภาอุตสาหกรรมสมุทรสาคร เยี่ยมชมโรงงานชลิต อินดัสทรีฯ ยกระดับอะไหล่ยานยนต์ไทยสู่มาตรฐานสากล

สภาอุตสาหกรรมสมุทรสาคร เยี่ยมชมโรงงานชลิต อินดัสทรีฯ ยกระดับอะไหล่ยานยนต์ไทยสู่มาตรฐานสากล

Posted on 24 ธันวาคม 2025 by writer

Chalit DSC_4366_resize

           สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร นำโดย ดร.อัจฉรีย์ งามพร้อมสกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย ดร.อภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยางรายใหญ่ของไทย ณ  ต.พันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร เมื่อเร็วๆนี้

           โดยมี นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ และ นางมนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์ กรรมการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ให้การต้อนรับ พร้อมพาเยี่ยมชมนวัตกรรมการผลิตชิ้นส่วนยางและอะไหล่รถยนต์ ภายใต้แบรนด์ “POP” ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมานานกว่า 30 ปี  เพื่อศึกษาระบบการผลิต มาตรฐานคุณภาพ เทคโนโลยีการพัฒนาอะไหล่ยานยนต์ ตลอดจนแนวทางการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก สะท้อนศักยภาพของผู้ประกอบการไทยที่สามารถพัฒนาและผลิตอะไหล่ยานยนต์คุณภาพสูงด้วยฝีมือแรงงานไทยอย่างแท้จริง

DSC_4463_resize

           ทั้งนี้ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ถือเป็นผู้นำตลาดอะไหล่ทดแทน REM (Replacement Equipment Manufacturing) และเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้กับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ (OEM) ทั้งในและต่างประเทศ ได้รับความเชื่อมั่นและการยอมรับอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมมากกว่า 6,000 รายการ อาทิ ยางแท่นเครื่อง ยางแท่นเกียร์ ยางกันกระแทก ยางเพลากลาง บูชปีกนก และบูชโช๊คอัพล่าง รองรับทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถเพื่อการพาณิชย์ รวมถึงรถแข่งในระดับมอเตอร์สปอร์ต ภายใต้มาตรฐานคุณภาพสากล ISO 9001 และ IATF 16949 ครอบคลุมความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของชิ้นส่วนยานยนต์ พร้อมการรับรองจากโครงการอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ใส่ใจทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย  สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

DSC_4501_resize

           การเยี่ยมชมในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการไทย ในการร่วมกันผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิตอะไหล่คุณภาพสูงด้วยฝีมือไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในตลาดโลก

           ผู้ประกอบการและลูกค้าที่สนใจชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยางคุณภาพ ภายใต้แบรนด์ “POP” สามารถสอบถามรายละเอียด ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำ ตัวแทนจำหน่าย หรือเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ https://chalitindustry.com หรือโทร. 02 8026400  หรือ Email: info@chalitindustry.com

ปิดความเห็น บน สภาอุตสาหกรรมสมุทรสาคร เยี่ยมชมโรงงานชลิต อินดัสทรีฯ ยกระดับอะไหล่ยานยนต์ไทยสู่มาตรฐานสากล

ชลิต อินดัสทรีฯปลื้มยอดขายอะไหล่รถยนต์ “POP” โตตามเป้า ชี้เทรนด์ “รถใช้นาน” หนุนดีมานด์ชิ้นส่วนคุณภาพสูง

ชลิต อินดัสทรีฯปลื้มยอดขายอะไหล่รถยนต์ “POP” โตตามเป้า ชี้เทรนด์ “รถใช้นาน” หนุนดีมานด์ชิ้นส่วนคุณภาพสูง

Posted on 13 ธันวาคม 2025 by writer

         ตลาดอะไหล่รถยนต์ยังคงแข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว พฤติกรรมผู้ใช้รถหันมาให้ความสำคัญกับอะไหล่คุณภาพสูง ใช้งานได้ยาวนานและคุ้มค่า ส่งผลให้ความต้องการอะไหล่สำหรับการซ่อมบำรุง REM ยังเติบโตต่อเนื่อง หนุนยอดขาย “POP” อะไหล่รถยนต์มาตรฐานสากลโดยฝีมือคนไทย ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด  ผู้นำตลาดอะไหล่ทดแทน REM (Replacement Equipment Manufacturing) (REM) และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ให้ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ (OEM) รายใหญ่ของไทยและต่างประเทศ  โตตามเป้าที่วางไว้15% พร้อมเดินหน้ารุกตลาดปี 2569 ด้วยการเพิ่มเครือข่ายร้านค้า อู่ซ่อมบำรุง และการเพิ่มสัดส่วนการส่งออกเพื่อขยายโอกาสในต่างประเทศให้มากขึ้น

ชวิศ ยงเห็นเจริญ IMG_5579-1_resize

         นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท  ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ของไทย ภายใต้แบรนด์ “POP” ที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศมากว่า 30 ปี มีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมมากกว่า 6,000 รายการ อาทิ ยางแท่นเครื่อง ยางแท่นเกียร์ ยางกันกระแทก ยางเพลากลาง บูชปีกนก และบูชโช๊คอัพล่าง ครอบคลุมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถเพื่อการพาณิชย์ และรถแข่ง เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอะไหล่ยานยนต์ไทยปี 2568 เป็นปีที่อุตสาหกรรมอะไหล่ยานยนต์ไทยต้องปรับตัวทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว พฤติกรรมผู้ใช้รถให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความทนทาน และรถยนต์อายุการใช้งานเฉลี่ยที่ยาวขึ้น ซึ่งเจ้าของรถส่วนใหญ่เลือก “ซ่อม–บำรุง” รถที่ใช้อยู่แทนการเปลี่ยนรถใหม่ ผู้บริโภคจึงต้องการอะไหล่ที่ทนจริง คุ้มค่าจริง และเหมาะกับสภาพถนนเมืองไทย ทำให้ดีมานด์อะไหล่คุณภาพสูงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดซ่อมบำรุง (REM) ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจชะลอตัว

         “จากการที่รถมีอายุใช้งานเฉลี่ยที่ยาวขึ้น ทำให้ผู้บริโภคต้องการชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและความทนทานมียอดใช้สูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มช่วงล่างและระบบรองรับต่างๆ  ซึ่งอะไหล่ POP ได้รับความไว้วางใจมานานกว่า 30 ปี เพราะความทนจริง และการทดสอบคุณภาพที่เข้มงวดในระดับโรงงาน ทำให้อะไหล่ POP สามารถรักษาการเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้15%  ด้วยการใช้กลยุทธ์เชิงรุกทั้งด้านคุณภาพสินค้า การขยายเครือข่ายคู่ค้า และการผลักดันสินค้ากลุ่มหลักให้ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มุ่งหาความทนทานมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มแท่นเครื่องและบูชปีกนกที่มียอดเติบโตโดดเด่นที่สุด” นายชวิศ กล่าวและเสริมว่า

         สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2568 แบรนด์ POP เติบโตได้ตามเป้าหมาย จากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มยางรองแท่นเครื่อง และ บูชปีกนก เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด เนื่องจากเป็นชิ้นส่วนที่สึกหรอเร็ว ผู้ใช้รถต้องการคุณภาพที่พิสูจน์ได้จริง ขณะเดียวกัน บริษัทได้ขยายคู่ค้าร้านอะไหล่และอู่บริการในหลายจังหวัด พร้อมยกระดับการบริหารควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน

         นายชวิศ กล่าวเสริมว่า การเติบโตของอะไหล่ POP มาจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งด้านคุณภาพสินค้าและมาตรฐานการผลิต วยคุณภาพ ISO 9001 พร้อมทดสอบชิ้นส่วนในหลายด้าน เช่น Fatigue, Hardness, NVH รวมถึงการพัฒนาสูตรยางที่เหมาะกับอากาศร้อนและการใช้งานในประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา  ซึ่งปีนี้ลูกค้าผู้ใช้รถเน้นที่ความทนทาน ความคุ้มค่า และความน่าเชื่อถือ เราจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริง ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด พร้อมขยาย SKU ให้ครอบคลุมมากขึ้นจาก 5,000 กว่ารายการเพิ่มกว่า 6,000 รายการ ครอบคลุมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถเพื่อการพาณิชย์ และรถแข่งเพื่อเสริมความมั่นใจให้ลูกค้าและคู่ค้าของเรา

Chalit Product 2025-2 copy_resize

         ปัจจุบันแบรนด์ POP  มียอดขายในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20% โดยบริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนการส่งออกในปีหน้าผ่านตัวแทนจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญตลาดอะไหล่หลังการขาย (Aftermarket) ในภูมิภาคต่างๆ พร้อมมีแผนที่จะเพิ่ม SKU อะไหล่ในแต่ละประเภทให้รองรับรถรุ่นยอดนิยมในแต่ละประเทศมากขึ้น  ส่วนตลาดในประเทศบริษัทตั้งเป้าครอบคลุมร้านอะไหล่และอู่บริการ พร้อมพัฒนาโปรแกรมเพื่อสนับสนุนความรู้ให้ช่างและอู่ซ่อมรถทั่วประเทศเพื่อรองรับการแข่งขันที่เข้มข้นและเทรนด์การค้นหาข้อมูลออนไลน์มากขึ้นของผู้ใช้รถ

         “สำหรับทิศทางปีหน้า บริษัทพร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีชิ้นส่วนยางสูตรใหม่ เพิ่มความทนทานของอะไหล่ในกลุ่มช่วงล่าง และขยายตลาดในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ POP ให้เป็นผู้นำอะไหล่คุณภาพสูงของไทย ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้รถในทุกสภาพการใช้งานอย่างแท้จริงกว่า 30 ปี ที่อะไหล่ POP เติบโตมาจากความไว้วางใจของร้านอะไหล่ ช่าง และผู้ใช้รถ เราจะไม่หยุดพัฒนาคุณภาพ เพื่อให้ POP เป็นแบรนด์ไทยที่ทุกคนภูมิใจ” นายชวิศ กล่าวปิดท้าย

         ผู้ประกอบการและลูกค้าที่สนใจชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยางคุณภาพ ภายใต้แบรนด์ “POP” สามารถสอบถามรายละเอียด ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำ ตัวแทนจำหน่าย หรือเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ https://chalitindustry.com หรือโทร. 02 8026400  หรือ Email: info@chalitindustry.com

ปิดความเห็น บน ชลิต อินดัสทรีฯปลื้มยอดขายอะไหล่รถยนต์ “POP” โตตามเป้า ชี้เทรนด์ “รถใช้นาน” หนุนดีมานด์ชิ้นส่วนคุณภาพสูง

มีนาคม 2026
พฤ อา
« ก.พ.    
 1
2345678
9101112131415
16171819202122
23242526272829
3031  

RELATED SITES