Archive | ข่าว

ร่วมเปิดโลกการศึกษาเด็กตาบอด เพื่ออนาคตเด็กพิการทางสายตา

ร่วมเปิดโลกการศึกษาเด็กตาบอด เพื่ออนาคตเด็กพิการทางสายตา

Posted on 12 มกราคม 2026 by writer

DSC_1710-1_resize

        เนื่องในโอกาส วันเด็กแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี และในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 บรรยากาศแห่งความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของเด็กๆ ทั่วประเทศต่างถูกเติมเต็มด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์และของขวัญมากมายที่สังคมมอบให้ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความสุขเหล่านี้ ยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจไม่สามารถเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียม นั่นคือ เด็กผู้พิการทางสายตา เด็กกลุ่มเล็กๆ ที่แม้มองไม่เห็นโลกภายนอกด้วยดวงตา แต่ยังรอคอยโอกาส การยอมรับ และการสนับสนุนจากสังคม เพื่อให้พวกเขาได้เติบโตอย่างมีศักดิ์ศรี มีความหวังและมีอนาคตที่มั่นคงไม่ต่างจากเด็กคนอื่นๆ โดยเฉพาะโอกาสด้านการศึกษา

        แม้ว่าการศึกษาจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กทุกคน แต่สำหรับเด็กพิการทางสายตา เส้นทางการเรียนรู้มีข้อจำกัดที่มากกว่าเด็กทั่วไป ทั้งการเข้าถึงสื่อการเรียนการสอน บุคลากรเฉพาะทาง รวมถึงโอกาสทางการศึกษาในระยะยาว แต่ทั้งนี้ท่ามกลางอุปสรรคเหล่านี้ ยังมีพลังแห่งความหวังจากความร่วมมือของภาคสังคม หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ร่วมกันยื่นมือเข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบการเรียนรู้ เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก หรือการสร้างโอกาสที่เท่าเทียม เพื่อเปิดโลกการศึกษาที่แม้มองไม่เห็นด้วยตา แต่สามารถสัมผัสได้ด้วยหัวใจ ให้เด็กพิการทางสายตาได้ก้าวไปสู่อนาคตอย่างมั่นคงและมีคุณค่าในสังคม ช่วยให้พวกเขาสามารถเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคม สามารถสร้างอาชีพ พึ่งพาตนเอง และช่วยเหลือครอบครัวได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

DSC_1726_resize

        เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้พิการทางสายตา บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้โครงการ “ชลิต อินดัสทรีฯ เติมน้ำใจให้น้องตาบอด” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดย นางสุชญา ยงเห็นเจริญ รองประธานกรรมการ ร่วมด้วย นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เป็นผู้แทนมอบเงินสมทบทุนการศึกษา อาหารกลางวัน รวมถึงสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาของนักเรียนผู้พิการทางสายตาให้แก่น้อง นักเรียนของโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โดยมี ครูวีระชัย เกียรติจรรยา เป็นผู้แทนรับมอบ ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ฯ  เมื่อเร็วๆ นี้

        นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า แม้น้องๆ ผู้พิการทางสายตาจะมองไม่เห็นโลกภายนอกด้วยดวงตา แต่พวกเขามีศักยภาพและความสามารถไม่ต่างจากเด็กทั่วไป หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม ชลิต อินดัสทรี ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมโอกาสทางการศึกษา เพื่อเปิดทางให้เด็กๆเหล่านี้ก้าวไปสู่อนาคตที่มั่นคง

        ด้านนางสุชญา ยงเห็นเจริญ รองประธานกรรมการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า “เด็กทุกคนควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะเด็กพิการทางสายตาที่ต้องการการดูแลและสนับสนุนเป็นพิเศษ เราหวังว่าการให้ในครั้งนี้จะเป็นอีกแรงหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิต และสร้างความหวังให้กับน้องๆ และครอบครัวในระยะยาว”

DSC_1732_resize

        สำหรับโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2529 เป็นองค์กรการกุศลที่มุ่งให้โอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กผู้พิการทางสายตา อายุระหว่าง 3-20 ปี ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เด็กส่วนใหญ่จะพักอาศัยอยู่ในโรงเรียน โดยเด็กๆจะได้รับการศึกษาควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพและพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อเตรียมตัวสู่สังคมหรือศึกษาต่อในอนาคต  อาทิ การฝึกอาชีพ ดนตรี กีฬา งานนวด งานฝีมือ รวมถึงการฝึกทักษะการใช้ชีวิตสำหรับคนตาบอด เช่น การช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน การเคลื่อนไหวและการเดินทาง การอ่านและเขียนอักษรเบรลล์ นันทนาการ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสังคม เพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม โดยนักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคได้ที่ SCB เลขที่ 669-2-10787-4 สาขาพัทยาสาย 2 ชื่อ บ/ช ทุนบรมราชกุมารีเพื่อคนตาบอด (2536) หรืออาหารและสิ่งของจำเป็นต่างๆ ได้ที่ โทรศัพท์ 038-225-479 และ 081-359-0788 หรือเว็บไซต์ www.prsb.ac.th

ปิดความเห็น บน ร่วมเปิดโลกการศึกษาเด็กตาบอด เพื่ออนาคตเด็กพิการทางสายตา

S__118210603_resize

“เช็คลิสต์ที่คนใช้รถต้องรู้ ก่อนเดินทางไกล”

Posted on 29 ธันวาคม 2025 by writer

       ในช่วงวันหยุดยาว หรือเทศกาลสำคัญ การเดินทางไกลด้วยรถยนต์เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างไรก็ตาม  ในทุกปีเรายังพบข่าวรถเสียกลางทาง หรืออุบัติเหตุที่มีสาเหตุจาก “รถไม่พร้อมใช้งาน” อยู่เสมอ

       ข้อมูลจากนายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนอะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากลฝีมือคนไทย ภายใต้แบรนด์ “POP” ซึ่งอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมากกว่า 30 ปี ระบุว่า หากมองในภาพรวมปัญหารถเสียระหว่างทางไกลมักไม่ใช่เรื่องเหตุฉุกเฉินที่เกิดขึ้นแบบฉับพลัน  แต่เป็นผลจาก “ความเสื่อมสะสม” ที่ถูกมองข้ามมาเป็นเวลานาน

       ตัวอย่างเช่น ระบบระบายความร้อนที่เริ่มทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ แบตเตอรี่ที่แรงดันไฟเริ่มตก หรือยางที่มีสภาพไม่สม่ำเสมอ เมื่อรถต้องทำงานต่อเนื่องเป็นเวลานาน ความบกพร่องเล็กน้อยเหล่านี้จะถูกขยายผลอย่างรวดเร็ว กล่าวง่าย ๆ คือ รถเสียเพราะไม่ได้ถูกเตรียมให้พร้อมสำหรับภาระการใช้งานแบบเดินทางไกล

       ทั้งนี้ ปัญหารถเสียระหว่างทางไม่ได้สะท้อนเพียงพฤติกรรมของผู้ใช้รถเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงช่องว่างระหว่างการใช้งานจริงกับการบำรุงรักษาเชิงระบบ รถส่วนใหญ่มักถูกใช้งานในเมืองระยะสั้น เมื่อถึงเวลาต้องเดินทางไกล รถจะต้องทำงานหนักและต่อเนื่องยาวนาน ความเสื่อมที่สะสมไว้จึงแสดงผลออกมาในช่วงเวลานั้น

S__118210603_resize

ดังนั้นมีคำแนะนำเบื้องต้นเกี่ยวกับวิธีการดูแลรถ “เช็คลิสต์ที่คนใช้รถต้องรู้ ก่อนเดินทางไกล” ได้แก่

  • ตรวจความพร้อม 4 ระบบหลัก ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน

ก่อนเดินทางไกลผู้ใช้รถควรให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมของรถอย่างรอบด้าน การตรวจเช็คไม่ควรจำกัดเพียงบางรายการ แต่ควรประเมินความพร้อมของระบบหลักทั้งคัน ซึ่งประกอบด้วย 4 ระบบสำคัญ การตรวจเช็กระบบเหล่านี้ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานจะช่วยลดความเสี่ยงระหว่างการเดินทางได้อย่างชัดเจน ได้แก่

  1. ระบบที่ทำให้รถ “ไปได้” เช่น เครื่องยนต์ น้ำมันเครื่อง และของเหลวต่าง ๆ
  2. ระบบที่ทำให้รถ “หยุดได้” เช่น ระบบเบรก ผ้าเบรก และน้ำมันเบรก
  3. ระบบที่ทำให้รถ “ทรงตัวได้” เช่น ยาง ลมยาง และช่วงล่าง
  4. ระบบที่ทำให้รถ “สื่อสารได้” เช่น ระบบไฟส่องสว่าง ไฟเตือน และที่ปัดน้ำฝน
  • อะไหล่ที่ใกล้หมดอายุควรเปลี่ยนก่อนเดินทางไกล อย่ารอให้ “หมดอายุการใช้งาน” บนถนน

อะไหล่ หรือชิ้นส่วนที่มีอายุการใช้งานตามเวลา ควรเปลี่ยนล่วงหน้าก่อนเดินทางไกล เช่น ยาง สายพาน แบตเตอรี่ หรือผ้าเบรก หากอยู่ในช่วงใกล้ครบอายุการใช้งาน ควรตัดสินใจเปลี่ยนก่อนเดินทาง แม้ยัง “พอใช้งานได้” เพราะต้นทุนของการเปลี่ยนก่อนเดินทาง ต่ำกว่าต้นทุนความเสี่ยงจากการเกิดอุบัติเหตุ ความเสียหายที่อาจลุกลาม ผลกระทบต่อชีวิต และค่าเสียเวลา เมื่อต้องจอดเสียกลางทางอย่างเทียบไม่ได้ หลักคิดสำคัญคือ อย่ารอให้อะไหล่ “หมดอายุการใช้งาน” บนถนน

  • รถอายุเกิน 5 ปี หรือระยะทางเกิน 100,000 กิโลเมตร ควรตรวจเช็กเชิงลึก

สำหรับรถที่มีอายุการใช้งานมากกว่า 5 ปี หรือมีระยะทางเกิน 100,000 กิโลเมตร ควรได้รับการตรวจเช็กเชิงลึกในจุดที่ไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า เช่น ระบบยางและท่อในห้องเครื่อง ระบบระบายความร้อนทั้งชุด ระบบช่วงล่างและบุชยาง รวมถึงระบบไฟและเซนเซอร์เตือนต่าง ๆ เนื่องจากอุปกรณ์เหล่านี้มักเสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะทางเพียงอย่างเดียว

  • หากเกิดเหตุฉุกเฉินกลางทาง สิ่งที่ผู้ใช้ต้องรู้

สิ่งที่ควรทำ ได้แก่ จอดรถในจุดที่ปลอดภัย เปิดไฟฉุกเฉิน ดับเครื่องยนต์ ประเมินอาการจากสัญญาณเตือน และติดต่อผู้เชี่ยวชาญหรือศูนย์บริการก่อนตัดสินใจดำเนินการใดๆ

สิ่งที่ไม่ควรทำ คือ ไม่ควรฝืนขับต่อเมื่อมีไฟเตือนรุนแรง ห้ามเปิดฝาหม้อน้ำขณะเครื่องยนต์ร้อน และไม่ควรซ่อมแซมเฉพาะหน้า โดยไม่เข้าใจสาเหตุที่แท้จริง

  • เลือกใช้อะไหล่คุณภาพสูง ลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

       อะไหล่ไม่ใช่เพียงชิ้นส่วนทดแทน แต่เป็นส่วนหนึ่งของระบบความปลอดภัยโดยตรง อะไหล่คุณภาพไม่ได้วัดจากราคา หรือรูปลักษณ์ภายนอก แต่คือความสามารถในการทำงานได้อย่างสม่ำเสมอภายใต้สภาวะกดดัน การเดินทางไกลถือเป็นบททดสอบที่แท้จริงของอะไหล่ เนื่องจากรถต้องทำงานหนักต่อเนื่อง อะไหล่คุณภาพต่ำอาจใช้งานได้ดีในเมือง แต่อาจไม่ทนต่อความร้อน ความเร็ว และระยะเวลา ซึ่งท้ายที่สุดจะสะท้อนออกมาเป็นความเสี่ยงด้านความปลอดภัย

ชวิศ ยงเห็นเจริญDSC_3109_resize_resize

       นายชวิศ กล่าวเพิ่มเติมว่า การตัดสินใจผิดพลาดเพียงครั้งเดียว อาจทำให้ความเสียหายลุกลามจากเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่ สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ใช้รถต้องยึดสัญญาณเตือนของรถเป็นหลัก ไม่ฝืนใช้งาน และไม่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยขาดข้อมูล เนื่องจากความเสียหายรุนแรงส่วนใหญ่มักเกิดจากการ “ฝืนใช้งานต่อ” ทั้งที่ระบบแจ้งเตือนแล้ว

       “อย่างไรก็ตาม ความปลอดภัยบนท้องถนนไม่ใช่เรื่องของรถเพียงอย่างเดียว แต่เป็นเรื่องของระบบทั้งหมด ตั้งแต่การเตรียมรถ การเลือกใช้อะไหล่ การวางแผนการเดินทาง ไปจนถึงสภาพร่างกายของผู้ขับขี่ ดังนั้น นอกจากการเตรียมรถแล้ว ผมอยากเน้นเรื่อง การเตรียมความพร้อมของผู้ขับขี่ด้วย พักผ่อนให้เพียงพอ วางแผนเส้นทางและเวลาพัก ไม่ฝืนขับเมื่อร่างกายไม่พร้อม เพราะรถที่พร้อม แต่คนไม่พร้อม ก็ยังไม่ปลอดภัย ผมเชื่อว่า ‘การเดินทางที่ดี’ คือการเดินทางที่ทุกคนถึงบ้านอย่างปลอดภัย ไม่ใช่แค่ถึงเร็วที่สุดครับ”

       บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด มุ่งมั่นพัฒนาและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์คุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ “POP” ซึ่งได้รับการยอมรับในอุตสาหกรรมยานยนต์มาอย่างยาวนานมากกว่า 30 ปี  โดยมุ่งเน้นการผลิตชิ้นส่วนที่มีความทนทานและได้มาตรฐานสากล เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการขับขี่ของผู้ใช้รถยนต์ครอบคลุมตั้งแต่รถยนต์ส่วนบุคคลจนถึงรถยนต์เพื่อการพาณิชย์   สอบถามรายละเอียด ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำ ตัวแทนจำหน่าย หรือเว็บไซต์ https://chalitindustry.com  โทร.02 8026400   Email: info@chalitindustry.com

ปิดความเห็น บน “เช็คลิสต์ที่คนใช้รถต้องรู้ ก่อนเดินทางไกล”

สภาอุตสาหกรรมสมุทรสาคร เยี่ยมชมโรงงานชลิต อินดัสทรีฯ ยกระดับอะไหล่ยานยนต์ไทยสู่มาตรฐานสากล

สภาอุตสาหกรรมสมุทรสาคร เยี่ยมชมโรงงานชลิต อินดัสทรีฯ ยกระดับอะไหล่ยานยนต์ไทยสู่มาตรฐานสากล

Posted on 24 ธันวาคม 2025 by writer

Chalit DSC_4366_resize

           สภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร นำโดย ดร.อัจฉรีย์ งามพร้อมสกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดสมุทรสาคร พร้อมด้วย ดร.อภิสิทธิ์ เตชะนิธิสวัสดิ์ ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคกลาง เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตของ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยางรายใหญ่ของไทย ณ  ต.พันท้ายนรสิงห์ จ.สมุทรสาคร เมื่อเร็วๆนี้

           โดยมี นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ และ นางมนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์ กรรมการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ให้การต้อนรับ พร้อมพาเยี่ยมชมนวัตกรรมการผลิตชิ้นส่วนยางและอะไหล่รถยนต์ ภายใต้แบรนด์ “POP” ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมานานกว่า 30 ปี  เพื่อศึกษาระบบการผลิต มาตรฐานคุณภาพ เทคโนโลยีการพัฒนาอะไหล่ยานยนต์ ตลอดจนแนวทางการยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก สะท้อนศักยภาพของผู้ประกอบการไทยที่สามารถพัฒนาและผลิตอะไหล่ยานยนต์คุณภาพสูงด้วยฝีมือแรงงานไทยอย่างแท้จริง

DSC_4463_resize

           ทั้งนี้ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ถือเป็นผู้นำตลาดอะไหล่ทดแทน REM (Replacement Equipment Manufacturing) และเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนให้กับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ (OEM) ทั้งในและต่างประเทศ ได้รับความเชื่อมั่นและการยอมรับอย่างต่อเนื่อง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมมากกว่า 6,000 รายการ อาทิ ยางแท่นเครื่อง ยางแท่นเกียร์ ยางกันกระแทก ยางเพลากลาง บูชปีกนก และบูชโช๊คอัพล่าง รองรับทั้งรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถเพื่อการพาณิชย์ รวมถึงรถแข่งในระดับมอเตอร์สปอร์ต ภายใต้มาตรฐานคุณภาพสากล ISO 9001 และ IATF 16949 ครอบคลุมความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือของชิ้นส่วนยานยนต์ พร้อมการรับรองจากโครงการอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry) ใส่ใจทั้งด้านคุณภาพ ความปลอดภัย  สิ่งแวดล้อม และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

DSC_4501_resize

           การเยี่ยมชมในครั้งนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคอุตสาหกรรมและผู้ประกอบการไทย ในการร่วมกันผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์และการผลิตอะไหล่คุณภาพสูงด้วยฝีมือไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนในตลาดโลก

           ผู้ประกอบการและลูกค้าที่สนใจชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยางคุณภาพ ภายใต้แบรนด์ “POP” สามารถสอบถามรายละเอียด ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำ ตัวแทนจำหน่าย หรือเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ https://chalitindustry.com หรือโทร. 02 8026400  หรือ Email: info@chalitindustry.com

ปิดความเห็น บน สภาอุตสาหกรรมสมุทรสาคร เยี่ยมชมโรงงานชลิต อินดัสทรีฯ ยกระดับอะไหล่ยานยนต์ไทยสู่มาตรฐานสากล

ชลิต อินดัสทรีฯปลื้มยอดขายอะไหล่รถยนต์ “POP” โตตามเป้า ชี้เทรนด์ “รถใช้นาน” หนุนดีมานด์ชิ้นส่วนคุณภาพสูง

ชลิต อินดัสทรีฯปลื้มยอดขายอะไหล่รถยนต์ “POP” โตตามเป้า ชี้เทรนด์ “รถใช้นาน” หนุนดีมานด์ชิ้นส่วนคุณภาพสูง

Posted on 13 ธันวาคม 2025 by writer

         ตลาดอะไหล่รถยนต์ยังคงแข็งแกร่ง แม้เศรษฐกิจโดยรวมชะลอตัว พฤติกรรมผู้ใช้รถหันมาให้ความสำคัญกับอะไหล่คุณภาพสูง ใช้งานได้ยาวนานและคุ้มค่า ส่งผลให้ความต้องการอะไหล่สำหรับการซ่อมบำรุง REM ยังเติบโตต่อเนื่อง หนุนยอดขาย “POP” อะไหล่รถยนต์มาตรฐานสากลโดยฝีมือคนไทย ภายใต้การดำเนินงานของ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด  ผู้นำตลาดอะไหล่ทดแทน REM (Replacement Equipment Manufacturing) (REM) และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ให้ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ (OEM) รายใหญ่ของไทยและต่างประเทศ  โตตามเป้าที่วางไว้15% พร้อมเดินหน้ารุกตลาดปี 2569 ด้วยการเพิ่มเครือข่ายร้านค้า อู่ซ่อมบำรุง และการเพิ่มสัดส่วนการส่งออกเพื่อขยายโอกาสในต่างประเทศให้มากขึ้น

ชวิศ ยงเห็นเจริญ IMG_5579-1_resize

         นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท  ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ของไทย ภายใต้แบรนด์ “POP” ที่ได้รับการยอมรับทั้งในและต่างประเทศมากว่า 30 ปี มีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมมากกว่า 6,000 รายการ อาทิ ยางแท่นเครื่อง ยางแท่นเกียร์ ยางกันกระแทก ยางเพลากลาง บูชปีกนก และบูชโช๊คอัพล่าง ครอบคลุมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถเพื่อการพาณิชย์ และรถแข่ง เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอะไหล่ยานยนต์ไทยปี 2568 เป็นปีที่อุตสาหกรรมอะไหล่ยานยนต์ไทยต้องปรับตัวทั้งจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว พฤติกรรมผู้ใช้รถให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความทนทาน และรถยนต์อายุการใช้งานเฉลี่ยที่ยาวขึ้น ซึ่งเจ้าของรถส่วนใหญ่เลือก “ซ่อม–บำรุง” รถที่ใช้อยู่แทนการเปลี่ยนรถใหม่ ผู้บริโภคจึงต้องการอะไหล่ที่ทนจริง คุ้มค่าจริง และเหมาะกับสภาพถนนเมืองไทย ทำให้ดีมานด์อะไหล่คุณภาพสูงเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาดซ่อมบำรุง (REM) ยังแข็งแกร่งต่อเนื่อง แม้เศรษฐกิจชะลอตัว

         “จากการที่รถมีอายุใช้งานเฉลี่ยที่ยาวขึ้น ทำให้ผู้บริโภคต้องการชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและความทนทานมียอดใช้สูงขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มช่วงล่างและระบบรองรับต่างๆ  ซึ่งอะไหล่ POP ได้รับความไว้วางใจมานานกว่า 30 ปี เพราะความทนจริง และการทดสอบคุณภาพที่เข้มงวดในระดับโรงงาน ทำให้อะไหล่ POP สามารถรักษาการเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้15%  ด้วยการใช้กลยุทธ์เชิงรุกทั้งด้านคุณภาพสินค้า การขยายเครือข่ายคู่ค้า และการผลักดันสินค้ากลุ่มหลักให้ตรงกับพฤติกรรมผู้บริโภคที่มุ่งหาความทนทานมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มแท่นเครื่องและบูชปีกนกที่มียอดเติบโตโดดเด่นที่สุด” นายชวิศ กล่าวและเสริมว่า

         สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทฯในปี 2568 แบรนด์ POP เติบโตได้ตามเป้าหมาย จากหลายปัจจัยร่วมกัน โดยเฉพาะสินค้ากลุ่มยางรองแท่นเครื่อง และ บูชปีกนก เป็นกลุ่มที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด เนื่องจากเป็นชิ้นส่วนที่สึกหรอเร็ว ผู้ใช้รถต้องการคุณภาพที่พิสูจน์ได้จริง ขณะเดียวกัน บริษัทได้ขยายคู่ค้าร้านอะไหล่และอู่บริการในหลายจังหวัด พร้อมยกระดับการบริหารควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวดทุกขั้นตอน

         นายชวิศ กล่าวเสริมว่า การเติบโตของอะไหล่ POP มาจากการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทั้งด้านคุณภาพสินค้าและมาตรฐานการผลิต วยคุณภาพ ISO 9001 พร้อมทดสอบชิ้นส่วนในหลายด้าน เช่น Fatigue, Hardness, NVH รวมถึงการพัฒนาสูตรยางที่เหมาะกับอากาศร้อนและการใช้งานในประเทศไทย ซึ่งเป็นจุดที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญอย่างมากในช่วงปีที่ผ่านมา  ซึ่งปีนี้ลูกค้าผู้ใช้รถเน้นที่ความทนทาน ความคุ้มค่า และความน่าเชื่อถือ เราจึงมุ่งพัฒนานวัตกรรมสินค้าใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานจริง ทั้งในเมืองและต่างจังหวัด พร้อมขยาย SKU ให้ครอบคลุมมากขึ้นจาก 5,000 กว่ารายการเพิ่มกว่า 6,000 รายการ ครอบคลุมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถเพื่อการพาณิชย์ และรถแข่งเพื่อเสริมความมั่นใจให้ลูกค้าและคู่ค้าของเรา

Chalit Product 2025-2 copy_resize

         ปัจจุบันแบรนด์ POP  มียอดขายในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20% โดยบริษัทมีแผนเพิ่มสัดส่วนการส่งออกในปีหน้าผ่านตัวแทนจำหน่ายที่มีความเชี่ยวชาญตลาดอะไหล่หลังการขาย (Aftermarket) ในภูมิภาคต่างๆ พร้อมมีแผนที่จะเพิ่ม SKU อะไหล่ในแต่ละประเภทให้รองรับรถรุ่นยอดนิยมในแต่ละประเทศมากขึ้น  ส่วนตลาดในประเทศบริษัทตั้งเป้าครอบคลุมร้านอะไหล่และอู่บริการ พร้อมพัฒนาโปรแกรมเพื่อสนับสนุนความรู้ให้ช่างและอู่ซ่อมรถทั่วประเทศเพื่อรองรับการแข่งขันที่เข้มข้นและเทรนด์การค้นหาข้อมูลออนไลน์มากขึ้นของผู้ใช้รถ

         “สำหรับทิศทางปีหน้า บริษัทพร้อมเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีชิ้นส่วนยางสูตรใหม่ เพิ่มความทนทานของอะไหล่ในกลุ่มช่วงล่าง และขยายตลาดในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์แบรนด์ POP ให้เป็นผู้นำอะไหล่คุณภาพสูงของไทย ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้รถในทุกสภาพการใช้งานอย่างแท้จริงกว่า 30 ปี ที่อะไหล่ POP เติบโตมาจากความไว้วางใจของร้านอะไหล่ ช่าง และผู้ใช้รถ เราจะไม่หยุดพัฒนาคุณภาพ เพื่อให้ POP เป็นแบรนด์ไทยที่ทุกคนภูมิใจ” นายชวิศ กล่าวปิดท้าย

         ผู้ประกอบการและลูกค้าที่สนใจชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยางคุณภาพ ภายใต้แบรนด์ “POP” สามารถสอบถามรายละเอียด ที่ร้านอะไหล่รถยนต์ชั้นนำ ตัวแทนจำหน่าย หรือเยี่ยมชมที่เว็บไซต์ https://chalitindustry.com หรือโทร. 02 8026400  หรือ Email: info@chalitindustry.com

ปิดความเห็น บน ชลิต อินดัสทรีฯปลื้มยอดขายอะไหล่รถยนต์ “POP” โตตามเป้า ชี้เทรนด์ “รถใช้นาน” หนุนดีมานด์ชิ้นส่วนคุณภาพสูง

คณะผู้บริหาร Digital Jumpstart รุ่น 3 ศึกษาดูงาน Microsoft

คณะผู้บริหาร Digital Jumpstart รุ่น 3 ศึกษาดูงาน Microsoft

Posted on 08 ธันวาคม 2025 by writer

S__24895649_resize

คุณโอม ศิวะดิตถ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ต้อนรับและบรรยายหัวข้อ “The Rise of Frontier Firm” ให้กับคณะผู้บริหารที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตร ดิจิทัลจั๊มสตาร์ท (Digital Jumpstart) รุ่นที่ 3 จำนวน 48 ท่าน  นำโดย นายวาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาการเกษตรสมัยใหม่ depa  พร้อมด้วย นายศิรสิทธิ์ ประทีปมงคล  นายชวิศ ยงเห็นเจริญ  เรือโทภัทธวุฒิ กนกวรรณากร นางอรุชิดา เด่นแดนโดม ฯลฯ เพื่อศึกษาดูงานและแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในโลกธุรกิจและสังคมยุคใหม่  ณ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ตึก One Bangkok ทาวเวอร์4 ถนนวิทยุ เมื่อเร็วๆนี้

DSC_4154_resize

ปิดความเห็น บน คณะผู้บริหาร Digital Jumpstart รุ่น 3 ศึกษาดูงาน Microsoft

ชลิต อินดัสทรีฯ ลงนาม MOU วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร

ชลิต อินดัสทรีฯ ลงนาม MOU วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร

Posted on 27 พฤศจิกายน 2025 by writer

Chalit MOU DSC_6419-2_resize

           นายพุทธพร ปราโมทย์ ผู้อำนวยการ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนยางอะไหล่รถยนต์ ภายใต้แบรนด์ “POP” เพื่อร่วมมือพัฒนาการเรียนการสอนและสนับสนุนการฝึกงานของนักเรียน นักศึกษา โดยมี นายโสรัจ นาคทัต รองผู้อำนวยการฝ่ายแผนงานและความร่วมมือ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร ร่วมเป็นสักขีพยาน  ณ วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร เมื่อเร็วๆ นี้

DSC_6388-1_resize

           ความร่วมมือครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน ในการร่วมกันส่งเสริมและพัฒนากำลังคนสายอาชีพ การรับนักเรียน นักศึกษาฝึกประสบการณ์วิชาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ ผ่านการจัดการเรียนการสอนเชิงปฏิบัติจริง การอบรมเสริมทักษะ การให้ความรู้ด้านการปฏิบัติงานในโรงงานอุตสาหกรรม ตลอดจนการสนับสนุนการฝึกงานและฝึกอาชีพของผู้เรียน เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการฝึกประสบการณ์วิชาชีพ สร้างโอกาสการทำงาน และยกระดับคุณภาพบุคลากรสู่อุตสาหกรรมในอนาคต

ปิดความเห็น บน ชลิต อินดัสทรีฯ ลงนาม MOU วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาคร

depa ยกทัพวิทยากรชั้นนำแนวหน้าวงการเทคโนโลยีดิจิทัล จัดเต็ม “หลักสูตร Digital Jumpstart รุ่นที่ 3”

depa ยกทัพวิทยากรชั้นนำแนวหน้าวงการเทคโนโลยีดิจิทัล จัดเต็ม “หลักสูตร Digital Jumpstart รุ่นที่ 3”

Posted on 23 พฤศจิกายน 2025 by writer

S__23429227_0_resize

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย คุณธีรนันท์ ศรีหงส์ ประธานคณะกรรมการกำกับ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล พร้อมด้วย ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมบรรยายเปิดหลักสูตรอบรม “ดิจิทัลจั๊มสตาร์ท รุ่นที่ 3” (Digital Jumpstart 3) เพื่อพัฒนาผู้บริหารยุคใหม่ รองรับการพัฒนาเทคโนโลยีและผลิตกำลังคนดิจิทัล เพื่อเสริมทักษะองค์ความรู้ สร้างความเข้าใจ และเปิดมุมมองด้านเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับผู้บริหารยุคใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาหน่วยงานหรือองค์กรในอนาคต ณ โรงแรมควีนสแลนด์ กรุงเทพ

หลักสูตร “ดิจิทัลจั๊มสตาร์ท รุ่นที่ 3” ได้รับเกียรติจาก คุณธีรนันท์ ศรีหงส์ บรรยายในหัวข้อ“Management in Digital #1” ที่บรรยายภาพรวมและยกตัวอย่างการเปลี่ยนผ่านของธุรกิจต่างๆ ในยุคดิจิทัล ตลอดจนการวางแผนด้านกลยุทธ์ดิจิทัล เป็นต้น และ ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ได้บรรยายในหัวข้อ “Digital Agenda for Thailand” ที่บรรยายภาพรวมโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศไทยและแนวโน้มตลาดอุตสาหกรรมดิจิทัลในปี 2024 อาทิ Hardware & Smart Device, Digital Services, Software & Software Service และ Digital Content เป็นต้น

S__23429229_0_resize

นอกจากนี้ ยังได้รับเกียรติจากวิทยากรทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้แก่ คุณพลอยรวี เกริกพันธ์กุล จากสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ บรรยายในหัวข้อ “แนวทางและการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัลของประเทศ” ดร.นเรนทร์ ชุติจิรวงศ์ จากบริษัท ดีลอยท์ ประเทศไทย จำกัด บรรยายในหัวข้อ “Future Digital Technology and Disruptive Innovation in Agriculture and Wellness” และผศ.ดร.ชาญวิทย์ บุญช่วย นายกสมาคมผู้ประกอบการปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย บรรยายในหัวข้อ “Big Data and Artificial Intelligence: How the work together” เป็นต้น

ทั้งนี้ ผู้บริหารที่เข้าร่วมหลักสูตรฯ จะได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ควบคู่การเรียนรู้เกี่ยวกับแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงให้สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันและอนาคต ส่งเสริมประสิทธิผลของความรู้และวิสัยทัศน์ ตลอดจนทักษะที่สำคัญในการบริหารจัดการที่จะมีส่วนช่วยในการปรับเปลี่ยนองค์กรเข้าสู่ยุคดิจิทัล

S__23429240_0_resize

พร้อมกันนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมทั้งจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนจำนวน 48 ท่าน คือ นางกฤติย์ภรณ์ เตียไพรัชกูลกิจ การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย, นางสาวกฤษกร เตกิตติพงษ์ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) , นายกันตพัฒน์ วงษ์ประเสริฐ บริษัท สตรีม ไอที คอนซัลติ้ง จำกัด, ดร.กิตติ เรืองเริงกุลฤทธิ์ สำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา, นางสาวเกษสิริ ทรงเดชะ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, นางสาวแก้วใจ มโนวิไลกุล โรงพยาบาลเวชธานี, นายจิตติ วัฒนจัง ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร, นายจิรวัฒน์ เด่นแดนโดม บริษัท แดน-ไทย อีควิปเม้นท์ จำกัด, นายฉัตรเทพ อินทมาส การรถไฟแห่งประเทศไทย, พญ.ชญานิน นิติวรางกูร คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดีมหาวิทยาลัยมหิดล, นายชวิศ ยงเห็นเจริญ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด, นายณัฐวุฒิ พนาพิทักษ์กุล บริษัท พิทักษ์ปาล์มออยล์ จำกัด, นายธนภัทร นิลวัชรมณี บริษัท เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ที่ปรึกษาธุรกิจ จำกัด, นพ.ธีรพัฒน์ ตันพิริยะกุล รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่, นายนัฐพงษ์ ทองสะโคม บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน), พ.อ.(พิเศษ) นำพล ไพบูลย์ฐิติพรชัย กรมยุทธการทหารบก กองทัพบก, นายบรรจง พูลศรี บริษัท โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ จำกัด, นายบุญทวี ดวงนิราช สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล, นายบุญธรรม ถาวรทัศนกิจ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา, ผศ.ประสิทธิชัย ณรงค์เลิศฤทธิ์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา, นางสาวปริตตาภา ประมวลวรชาติ บริษัท ซีพีเอฟ เทรนนิ่งเซ็นเตอร์ จำกัด, นพ.ปรีดี ดิษร โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชนครไทย, นางสาวปาริฉัตร ธำรงค์อนันตสกุล บริษัท เมอร์เคเทอร์ จำกัด, นายพชร แก้ววิเศษ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, นางสาวพัทธนันท์ กองบุญมา บริษัท จันวาณิชย์ จำกัด, นายพิชญ์พัฒน์ บัณฑูรนิพิท บริษัท แอดวานซ์ บิสซิเนส โซลูชั่น แอนด์ เซอร์วิสเซส จำกัด,

DSC_2361_resize

นายพีระ เชาว์เฉลิมพงศ์ สำนักงานสภานโยบายการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมแห่งชาติ (สอวช.), ผศ.ดร.ไพโรจน์ เร้าธนชลกุล มหาวิทยาลัยบูรพา, เรือโทภัทธวุฒิ กนกวรรณากร การท่าเรือแห่งประเทศไทย, นายภาณุพงศ์ ธนธรรมสิริ บริษัท นาคีราเบย์ จำกัด, ดร.รัชลิตา นาราธิภานนท์ บริษัท เซโต (ประเทศไทย) จำกัด ,นางสาวรับพร พรหมวงศานนท์ บริษัท จี ตรอน กรีน เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด, นายวิชัย เพ็ญศักดิ์สงวน องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ ,นางสาววิสุทธิดา นครชัย บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด, ดร.ศิรญา ชาวนา สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.), นายศิรสิทธิ์ ประทีปมงคล บริษัท ซัคเซส เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด, นายเศรษฐา เอี่ยมชูนาม บริษัท ซีพีเอฟ ไอทีเซ็นเตอร์ จำกัด, ดร.สถาพร ลิมป์ปัทมปาณี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย, นายสันต์ทศน์ สุริยันต์ บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), นางสาวสิริพร ธีรปกรณ์ บริษัท โคลอสซอล อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, นางสาวสุภิรัก แสงอรุณศิริ บริษัท อัลฟ่าเซค จำกัด, นายอนณ เงาวิริยศิริพงศ์ บริษัท วีดูเวล จำกัด, นายอนิรุทธิ์ เทศสิงห์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน, นางสาวอนุธิดา ดีขัน บริษัท ราส พอล จำกัด , นางอรุชิดา เด่นแดนโดม บริษัท เจ.แอนด์ จี. อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด , ดร.อรุณ ศิริจานุสรณ์ บริษัท วันส์ โซลูชั่น แอนด์ เมเนจเมนท์ จำกัด, นายอัศวเมธี เหล่าวิริยภาพกุล บริษัท โซลูแมท จำกัด และนายอาณัติ จันดี การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ปิดความเห็น บน depa ยกทัพวิทยากรชั้นนำแนวหน้าวงการเทคโนโลยีดิจิทัล จัดเต็ม “หลักสูตร Digital Jumpstart รุ่นที่ 3”

depa นำคณะหลักสูตร SCL#5 ดูงานเจาะลึกจากหน่วยงาน สู่การพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน

depa นำคณะหลักสูตร SCL#5 ดูงานเจาะลึกจากหน่วยงาน สู่การพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน

Posted on 20 พฤศจิกายน 2025 by writer

DSC_7101_resize

          สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย ดร.ภาสกร ประถมบุตร ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ depa และคณะทำงานฝ่ายส่งเสริมแพลตฟอร์มและบริการดิจิทัล สานต่อความเข้มข้นของ หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City Leadership Program) รุ่นที่ 5 (SCL#5) ลงพื้นที่ศึกษาดูงาน (Site Visit) เพื่อเรียนรู้และถอดบทเรียนจากหน่วยงานต้นแบบ เพื่อพัฒนาไปสู่เมืองอัจฉริยะในมิติต่าง ๆ

          คณะผู้เข้าอบรมฯ ได้เข้าศึกษาดูงาน บริษัท ทัช เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก คุณชัชฎา อภิชาสุทธากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทัช เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งได้การต้อนรับ พร้อมบรรยายในหัวข้อ “Smart Health, Sustainable Cities เทคโนโลยีสุขภาพเพื่อพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน” สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของมิติด้านสุขภาพในการยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในเมือง

DSC_7102

          จากนั้น ได้เดินทางเยี่ยมชมศึกษาดูงานถอดบทเรียน (KIDC) สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบังโดยมี ผศ.ดร.รัชนี กุลยานนท์ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและนวัตกรรม สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ให้การต้อนรับ  ณ ศูนย์นวัตกรรมเสมือนจริงแบบครบวงจรแห่งแรกของไทย (KIDC)”

          กิจกรรมตลอดทั้งวันทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมหลักสูตร SCL#5 ได้รับความรู้และแรงบันดาลใจผ่านประสบการณ์จริง ซึ่งการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโปรแกรมการศึกษาดูงานที่ครอบคลุมหลากหลายมิติ เพื่อสร้างมุมมองและเสริมสร้างวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำเมืองอัจฉริยะอย่างครบวงจร

ปิดความเห็น บน depa นำคณะหลักสูตร SCL#5 ดูงานเจาะลึกจากหน่วยงาน สู่การพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน

“ชลิต อินดัสทรีฯ ปันน้ำใจให้เด็กพิเศษ” ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษา พัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

“ชลิต อินดัสทรีฯ ปันน้ำใจให้เด็กพิเศษ” ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษา พัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

Posted on 14 พฤศจิกายน 2025 by writer

 Chalit 000_resize

        บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยางคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ “POP” เดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์การดำเนินธุรกิจควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดกิจกรรม “ชลิต อินดัสทรีฯ ปันน้ำใจให้เด็กพิเศษ” มอบทุนการศึกษา สิ่งของจำเป็น และเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับน้องๆโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ จังหวัดชลบุรี เพื่อร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

          เด็กพิเศษ คือกลุ่มเด็กที่มีพัฒนาการแตกต่างจากเด็กทั่วไปและต้องการการดูแลเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นด้านร่างกาย สติปัญญา การเรียนรู้ การสื่อสาร หรือพฤติกรรม เด็กเหล่านี้มักมีศักยภาพเฉพาะตัวที่รอการส่งเสริมอย่างเหมาะสม หากได้รับโอกาสทางการศึกษาและการพัฒนาทักษะชีวิตตั้งแต่ต้น  จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตนเองสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุขและเปิดโอกาสให้พวกเขาเติบโตเป็นส่วนหนึ่งของสังคมอย่างเท่าเทียม การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนจึงมีบทบาทสำคัญในการเติมเต็มช่องว่างทางสังคม และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กพิเศษอย่างต่อเนื่อง

Chalit 001_resize

          ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและการศึกษาให้กับเด็กพิเศษ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด จึงจัดกิจกรรมภายใต้โครงการ “ชลิต อินดัสทรีฯ ปันน้ำใจให้เด็กพิเศษ” เพื่อร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษา แบ่งปันรอยยิ้มและแรงบันดาลใจแก่เยาวชนกลุ่มนี้ โดยมี นางสุชญา ยงเห็นเจริญ รองประธานกรรมการบริษัทฯ  และ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการบริษัทฯ เป็นผู้แทนมอบเงินสมทบทุนการศึกษา พร้อมสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น และจัดเลี้ยงอาหารกลางวันให้กับน้องๆเด็กพิเศษ โดยมี นางสาววรรณวนัช กันพรม ผู้จัดการโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ เป็นผู้รับมอบ

          นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กล่าวว่า บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่รถยนต์ ภายใต้แบรนด์ “POP” ครอบคลุมการใช้งานทั้งตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รถบรรทุก และรถเพื่อการพาณิชย์ ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากตลาดทั้งในและต่างประเทศมานานกว่า 30 ปี บริษัทฯดำเนินธุรกิจด้วยมาตรฐานการผลิตระดับสากล ควบคู่กับความรับผิดชอบต่อสังคมมาโดยตลอด โดยเฉพาะด้านการศึกษาและคุณภาพชีวิตของเยาวชนไทย ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของอนาคตประเทศ เราเชื่อว่าการร่วมกันแบ่งปันแม้เพียงเล็กน้อย จะสามารถช่วยสร้างรอยยิ้มและเสริมสร้างโอกาสให้กับน้องๆได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการส่งเสริมโอกาสให้กับผู้ที่ด้อยโอกาสและต้องการความช่วยเหลือ อย่างน้องๆเด็กพิเศษ ซึ่งมีศักยภาพซ่อนอยู่ในตัว หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม พวกเขาสามารถเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมได้ในอนาคต ซึ่งกิจกรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของบริษัทชลิต ดัสทรีฯ ที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกับชุมชนและสังคม

Chalit 002_resize

          ทั้งนี้โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ เป็นสถานศึกษาสำหรับเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา โดยมุ่งส่งเสริมศักยภาพและพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อให้นักเรียนสามารถพึ่งพาตนเองและดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างมีความสุข ปัจจุบันมีเด็กในความดูแลกว่า 170 คน ครอบคลุมความบกพร่องหลากหลายรูปแบบ เช่น ปัญญาอ่อน หูหนวก ตาบอด สมาธิสั้น ออทิสติก รวมถึงผู้ที่มีความพิการซ้ำซ้อน โรงเรียนฯ มีเป้าหมายให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการฝึกอาชีพ เพื่อให้สามารถสร้างรายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ลดปัญหาสังคม และดำรงชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี

Chalit 003_resize

          สำหรับผู้ที่มีจิตศรัทธา สามารถร่วมบริจาคเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กพิเศษและเด็กออทิสติก เพื่อช่วยให้พวกเขามีอาชีพที่ยั่งยืน โอนเงินบริจาคได้ที่ ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 591-6-00135-5 ชื่อบัญชี โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์

ปิดความเห็น บน “ชลิต อินดัสทรีฯ ปันน้ำใจให้เด็กพิเศษ” ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษา พัฒนาคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน

ดีป้า สานต่อหลักสูตร “Digital CEO รุ่นที่ 9” พัฒนาผู้นำดิจิทัล เปิดมุมมองใหม่สู่ยุคดิจิทัล พร้อมอัปเดตเทรนด์-เติมความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

ดีป้า สานต่อหลักสูตร “Digital CEO รุ่นที่ 9” พัฒนาผู้นำดิจิทัล เปิดมุมมองใหม่สู่ยุคดิจิทัล พร้อมอัปเดตเทรนด์-เติมความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

Posted on 10 พฤศจิกายน 2025 by writer

     สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เดินหน้าสานต่อยกระดับองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลแก่ผู้บริหารระดับสูงจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ผ่าน หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 9 ซึ่งมุ่งพัฒนาศักยภาพผู้นำให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของโลกดิจิทัล พร้อมเสริมสร้างความสามารถในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลกับองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน หลักสูตรนี้ออกแบบมาเพื่อเสริมสร้างทักษะที่จำเป็นในยุคดิจิทัล ทั้งด้านเทคโนโลยี การบริหารจัดการ การตลาด และการเปลี่ยนแปลงองค์กร พร้อมเปิดมุมมองใหม่ผ่านการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้บริหารระดับสูง และการศึกษาดูงานทั้งในและประเทศฝรั่งเศส หน่วยงานเอกชนสามารถนำค่าลงทะเบียนเรียนไปหักลดหย่อนภาษีได้ 250%เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ถึงวันที่ 16 ธันวาคมนี้ รายละเอียดที่ www.depa.or.th/digitalceo

ผอ_ณัฐพล_resize_resize

     ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เปิดเผยว่า “หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO)” เป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของ depa ที่มุ่งส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัลของประเทศ โดยเฉพาะการผลักดันให้เกิดการนำเทคโนโลยีดิจิทัลไปใช้ประโยชน์ในภาคเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และความมั่นคง เพื่อขับเคลื่อนประเทศอย่างมีประสิทธิภาพในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล

     “depa เล็งเห็นถึงบทบาทสำคัญของผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนประเทศ จึงได้จัดทำหลักสูตร Digital CEO ขึ้นตั้งแต่ปี 2561 เพื่อพัฒนาผู้บริหารให้มีความรู้ ความเข้าใจ และทักษะที่จำเป็นต่อการบริหารองค์กรในยุคดิจิทัล โดยตลอด 8 รุ่นที่ผ่านมา มีผู้บริหารเข้าร่วมแล้ว 697 คน และในปี 2569 นี้ เราจะเดินหน้าจัดอบรมรุ่นที่ 9 อย่างต่อเนื่อง” ผอ.ดีป้า กล่าว

สำหรับเนื้อหาหลักสูตร Digital CEO มุ่งเน้นการพัฒนาทักษะใน 3 มิติหลัก ได้แก่

  1. ทักษะด้านเทคโนโลยีและการจัดการในยุคดิจิทัล เช่น Big Data, AI, Blockchain, Automation, Digital Transformation, Quantum computingและ Digital Marketing
  2. การเรียนรู้แนวโน้มและโอกาสทางธุรกิจในอนาคต (Future Trends and Opportunities) เพื่อให้ผู้บริหารสามารถวางแผนกลยุทธ์ได้อย่างแม่นยำ
  3. การแลกเปลี่ยนประสบการณ์จากผู้บริหารระดับสูง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านกิจกรรมศึกษาดูงานและเวิร์กชอป เพื่อเรียนรู้จากความสำเร็จและข้อผิดพลาดจริง

DCEO_9_resize

“หลักสูตรนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเรียนรู้ในห้องเรียน แต่ยังเป็นเวทีสร้างเครือข่ายผู้นำดิจิทัลระดับประเทศ ที่จะร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” ผอ.ณัฐพล กล่าวเสริม

     หลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 9 มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 มกราคม – 20 มิถุนายน 2569 โดยอบรมสัปดาห์ละ 1-2 วัน (ศุกร์-เสาร์) รวมไม่น้อยกว่า 165 ชั่วโมง พร้อมได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญกว่า 100 คนทั้งชาวไทยและต่างประเทศมาร่วมถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์อย่างใกล้ชิด หน่วยงานเอกชนสามารถนำค่าลงทะเบียนเรียนไปหักลดหย่อนภาษีได้ 250% ตามสิทธิประโยชน์ที่กรมสรรพากรกำหนด ผู้สนใจสามารถศึกษาดูรายละเอียดพร้อมดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่ www.depa.or.th/digitalceo หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 082 449 4598, 083 116 6581 หรืออีเมล digitalceoprogram@gmail.com

ปิดความเห็น บน ดีป้า สานต่อหลักสูตร “Digital CEO รุ่นที่ 9” พัฒนาผู้นำดิจิทัล เปิดมุมมองใหม่สู่ยุคดิจิทัล พร้อมอัปเดตเทรนด์-เติมความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม

เมษายน 2026
พฤ อา
« มี.ค.    
 12345
6789101112
13141516171819
20212223242526
27282930  

RELATED SITES