Archive | ข่าว

โควิด -19พ่นพิษ รร.สอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาฯ วอน! ช่วยเหลือน้องๆ นักเรียนตาบอดกว่า 100 ชีวิต

โควิด -19พ่นพิษ รร.สอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาฯ วอน! ช่วยเหลือน้องๆ นักเรียนตาบอดกว่า 100 ชีวิต

Posted on 10 มีนาคม 2021 by writer

001_resize

             โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาฯ วอนช่วยเหลือน้องๆนักเรียนตาบอดกว่า 100 ชีวิตได้รับผลกระทบจากโควิด-19 อย่างหนักจนไม่สามารถเรียนได้เต็มที่ และยากต่อการเข้าถึงการเรียนแบบออนไลน์ นักเรียนไม่สามารถมาเรียนได้ทั้งหมด สืบเนื่องจากเป็นโรงเรียนประจำและมีข้อจำกัดการเว้นระยะห่าง จึงต้องให้นักเรียนที่สามารถเรียน และต้องมีการสอบวัดผลประเมินผล มาเรียนก่อน คือนักเรียนระดับประถม มัธยม ส่วนระดับอนุบาลเพื่อความปลอดภัยให้อยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง สถานการณ์โควิด-19 มีผู้บริจาคลดลงมากส่งผลให้ไม่เพียงพอต่การดำเนินการของโรงเรียน จึงขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินและสิ่งของจำเป็นเพื่อช่วยเหลือให้น้องๆให้ได้รับการศึกษา ฟื้นฟูสมรรถภาพ และฝึกอาชีพ  “พร้อมช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้” สามารถบริจาคได้ที่ SCB เลขที่ 669-2-10787-4 สาขาพัทยาสาย 2 ชื่อ บ/ช ทุนบรมราชกุมารีเพื่อคนตาบอด (2536) ใบเสร็จลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

ผอ. รร.สอนคนตาบอดฯ_resize

             นายชิด สุขหนู ผู้อำนวยการ  โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เปิดเผยว่า โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์กรการกุศล ซึ่งจัดการศึกษาและฟื้นฟูพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับนักเรียนตาบอดและตาบอดพิการซ้อน ตั้งแต่ ระดับอนุบาลถึงระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น นอกจากนี้ยังได้ขยายโอกาสทางการศึกษาโดยการจัดการศึกษานอกระบบ และมีโครงการเรียนรวมในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ปัจจุบันโรงเรียนมีนักเรียนอยู่ในความดูแลทั้งหมดจำนวน 104 คน โดยนักเรียนทั้งหมดเป็นนักเรียนอยู่ประจำในหอพักของโรงเรียน และโรงเรียนยังได้มีการจัดกิจกรรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของเด็กตาบอดและเด็กตาบอดพิการซ้อนด้วยกระบวนการต่าง ๆ ในการเตรียมความพร้อมทางด้านความมั่นคงทางอารมณ์ สังคม สติปัญญา ทักษะการดำรงชีวิตอิสระสำหรับคนตาบอด เช่น การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล การปฏิบัติกิจวัตรในชีวิตประจำวัน การเคลื่อนไหวและการเดินทาง การอ่าน การเขียนอักษรเบรลล์ นันทนาการ ตลอดจนการส่งเสริมให้นักเรียนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ ในสังคมเพื่อสร้างความภาคภูมิใจและความรู้สึกเป็นสมาชิกของสังคม นอกจากนี้ยังมีการส่งเสริม การสร้างความเป็นเลิศด้านการกีฬา ดนตรี งานนวดและงานฝีมือ เพื่อเป็นการสร้างความก้าวหน้าในอนาคต โดยนักเรียนผู้เข้ารับบริการไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายใด ๆ

41491177_1843286855761466_8791534893675839488_o_resize

             สืบเนื่องจากเป็นโรงเรียนประจำและมีข้อจำกัดการเว้นระยะห่างเพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19  จึงต้องให้นักเรียนที่สามารถเรียน และต้องมีการสอบวัดผลประเมินผล มาเรียนก่อน คือนักเรียนระดับประถม มัธยม ส่วนระดับอนุบาลเพื่อความปลอดภัยให้อยู่ในความดูแลของผู้ปกครอง

             จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19 ประกอบกับสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะทำให้มีผู้บริจาคลดลงอย่างมาก การดำเนินชีวิตของคนตาบอดก็ลำบากมากขึ้นการคนปกติทั่วไปรวมทั้งการได้รับการศึกษาด้วย ทั้งนี้โรงเรียนเป็นองค์กรการกุศลที่ไม่ได้แสวงหาผลกำไรจากการดำเนินงาน ดังนั้น งบประมาณหลักจึงมาจากการบริจาค โดยโรงเรียนได้รับเงินสนับสนุนจากภาครัฐเพียงร้อยละ 20 ส่วนร้อยละ 80 เป็นการจัดกิจกรรมเพื่อขอการสนับสนุนจากภาคส่วนต่างๆ ในสังคม ซึ่งรายจ่ายต่อเดือนอยู่ที่ 8 แสน ถึง 1 ล้านบาท ทั้งนี้ทางโรงเรียนเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับผลกระทบดังกล่าว จึงได้มีกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อหารายได้เป็นทุนการศึกษาให้กับเด็ก ๆ อาทิ  ขายอาหารแห้งของดีภาคตะวันออก  เปิดหน่ายงานฝีมือของนักเรียน จัดคอนเสิร์ตออนไลน์ทุกสัปดาห์ เป็นต้น แต่ก็ยังไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินการดูแลทั้งในเรื่องที่พัก อาหาร การจัดการศึกษาและกิจกรรมอื่น ๆ อาทิ การฟื้นฟูสมรรถภาพ การฝึกอบรมเพื่อการประกอบอาชีพ เป็นต้น ผู้อำนวยการ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาฯ กล่าวในตอนท้าย

71531591_2431971026893043_8194518934699900928_n_resize

             ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคช่วยเหลือให้น้องๆเหล่านี้ให้ได้รับการศึกษา ฟื้นฟูสมรรถภาพ และฝึกอาชีพ  “พร้อมช่วยเหลือตนเองและผู้อื่นได้” สามารถบริจาคเงินได้ที่ SCB เลขที่ 669-2-10787-4 สาขาพัทยาสาย 2 ชื่อ บ/ช ทุนบรมราชกุมารีเพื่อคนตาบอด (2536) ใบเสร็จลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า หรืออาหารและสิ่งของจำเป็นต่างๆ ได้ที่ โทรศัพท์ 038-225-479 และ 081-359-0788 หรือ สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่  auapattayablind@gmail.com หรือเว็บไซต์  www.prsb.ac.th  

ปิดความเห็น บน โควิด -19พ่นพิษ รร.สอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยาฯ วอน! ช่วยเหลือน้องๆ นักเรียนตาบอดกว่า 100 ชีวิต

ชลิต อินดัสทรีฯ เข้าเฝ้าฯ

Posted on 09 มีนาคม 2021 by writer

          สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เข้าเฝ้าทูลเกล้าฯ ถวายเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุน โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่ พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ฯ วันจันทร์ ที่ 15 มีนาคม 2564 เวลา 09.00 น. ณ  หอพระสมุด วังสระปทุม

ปิดความเห็น บน ชลิต อินดัสทรีฯ เข้าเฝ้าฯ

คณะผู้บริหาร “ดิจิทัล ด้านธุรกิจเกษตรฯ” รุ่นที่2 ศึกษาดูงาน ธ.ก.ส.

คณะผู้บริหาร “ดิจิทัล ด้านธุรกิจเกษตรฯ” รุ่นที่2 ศึกษาดูงาน ธ.ก.ส.

Posted on 04 มีนาคม 2021 by writer

522058-1_resize_resize

        นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์  รองผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมดิจิทัลด้านธุรกิจเกษตร  (CDA) รุ่นที่2  อาทิ ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล นายนราพัฒน์ แก้วทอง  ดร.ชินาวุธ ชินะประยูร นายสมัย ลี้สกุล เป็นต้น เพื่อศึกษาดูงาน  พร้อมรับฟังบรรยายพิเศษเรื่อง ธ.ก.ส. กับการส่งเสริมเกษตรกรฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจโควิด19 และกรณีศึกษา smart famers โครงการ New Gen Hug บ้านเกิด พร้อมแลกเปลี่ยนความรู้เพื่อที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในองค์กรตัวเอง ซึ่งคณะผู้บริหารต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ณ  ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ บางเขน เมื่อเร็วๆนี้

ปิดความเห็น บน คณะผู้บริหาร “ดิจิทัล ด้านธุรกิจเกษตรฯ” รุ่นที่2 ศึกษาดูงาน ธ.ก.ส.

ครีเอเตอร์_resize-1

SIBA แนะเส้นทางการศึกษาสายอาชีพ เรียนได้เงิน จบได้งาน เปิดโผ 8 อาชีพมาแรง สู่ความมั่นคงในอาชีพ ในยุคดิจิทัล หลังโควิด-19

Posted on 03 มีนาคม 2021 by writer

            ใครๆก็อยากมีอนาคตที่มั่นคง… มีอาชีพ มีงานทำ มีรายได้ดำรงชีวิตในสังคมได้อย่างเป็นสุข แต่ด้วยวิกฤตของสังคมโควิด-19 มีหลากหลายปัญหา ส่งผลให้คนตกงานและอื่นๆอีกมากมาย แต่เมื่อหันกลับมามองเรื่องของมิติการศึกษาแล้ว เส้นทางการศึกษาสายอาชีพ ที่ SIBA นั้นถือว่าเป็นโอกาสสำคัญยิ่ง เพราะระหว่างเรียนได้เงิน จบแล้วมีงานทำ SIBA ได้สัมมนาครั้งสำคัญในหัวข้อ ”การแนะแนวเส้นทางการศึกษาสายอาชีพ ในยุคดิจิตอลหลังโควิด-19”  โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิระดับแนวหน้าของเมืองไทย ร่วมชี้แนวทางการศึกษาอย่างไรไม่ตกงาน ทำงานได้ ใช้ชีวิตเป็น พร้อมเปิดโผ 8 อาชีพมาแรง สู่ความมั่นคงในอาชีพในยุคดิจิทัลหลังโควิด-19

DSC_9501_resize_resize

            SIBA หรือวิทยาลัยอาชีวศึกษาสันติราษฎร์ ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอเจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ในฐานะสถาบันการศึกษาสายอาชีพระดับแถวหน้าของประเทศ จัดงานสัมมนาในหัวข้อ “การแนะแนวเส้นทางการศึกษาสายอาชีพ ในยุคดิจิตอลหลังโควิด-19” มีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิชั้นนำของเมืองไทย ร่วมงานในครั้งนี้…

            นายณรงค์ แผ้วพลสง ที่ปรึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยว่า “หากมองในเส้นทางการศึกษาสายอาชีพ ยังมีความสนใจในด้านนี้น้อย ซึ่งเกิดจากองค์ประกอบ หรือสาเหตุหลายประการ อาทิ ผู้ปกครองหรือนักเรียน นักศึกษาอาจจะมุ่งไปในเรื่องการเรียนในมหาวิทยาลัยเลยมองข้ามในเรื่องของสายอาชีพไป แต่ปัจจุบันวันที่โลกได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้ปกครอง และเด็กได้สนใจการศึกษาสายอาชีพกันมากขึ้น เพราะอย่างน้อยการมีความรู้ทางด้านอาชีพผู้เรียนสามารถนำความรู้ไประกอบอาชีพได้จริง”  ต้องยอมรับว่าทุกวันนี้เกิดวิกฤตของสังคมหลายเรื่อง ทำให้เราเห็นภาวะของคนตกงาน คนเจ็บป่วย ทั้งแง่บวกและแง่ลบ แต่เมื่อหันกลับมามองเรื่องของมิติการศึกษาแล้วในด้านอาชีพนั้น ถือว่ามีความสำคัญต่อสังคม ประเทศชาติเป็นอย่างมาก จะเห็นภาพที่เกิดขึ้นว่ามีลูกหลานเราหลายคนที่จบการศึกษา แต่ก็ยังหางานทำไม่ได้ ขณะที่ลูกหลานเราที่มีงานทำอยู่แล้วก็กลายเป็นคนตกงาน แต่มีกลุ่มงานหนึ่งที่มีระดับทักษะฝีมือนั้นยังคงมีงานทำ แม้ว่าจะเจอวิกฤตอย่างไร ทั้งนี้การพัฒนาประเทศสู่ความเป็นสากล จำเป็นต้องอาศัยกำลังแรงงานในระดับทักษะฝีมือ หรือที่เรียกกันสั้นๆ ว่า ”สายอาชีพ”  ซึ่งยังขาดแรงงานประเภทนี้อยู่มาก

นายมณฑล ภาคสุวรรณ์_resize

            ด้าน นายมณฑล  ภาคสุวรรณ์ รองเลขาธิการ คณะกรรมการการอาชีวศึกษา กล่าวว่า เด็กในทศวรรษที่ 21 ต้องสามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปได้ เพราะว่าคนที่อยู่รอดไม่ใช่คนฉลาดหรือคนเก่งแต่เป็นคนที่ปรับตัวได้  เป้าหมายของการศึกษาตามยุทธศาสตร์ของประเทศต้องการให้เด็กได้รับการศึกษาที่มีมาตรฐานสากลและถ้าเป็นอาชีวะก็จบมามีงานทำ 100 %  ในเบื้องต้นสำหรับสถานศึกษาจะต้องปรับตัวแล้วก็วางรากฐานที่มั่นคงให้กับเด็กของเรา ขณะที่การเปลี่ยนแปลงความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีดิจิทัล หรือปัญหาของการะบาดโควิด-19 เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ แต่สิ่งที่เราต้องทำคือ การปรับตัวการนำเทคโนโลยีดิจิทัล หรือระบบ Online มาใช้ในการเรียนการสอน ไม่ว่าเป็น Online, On air, On Demand ต้องใช้ทุกรูปแบบเข้ามาในการบริหารจัดการ ซึ่งจะมี Platform หลาย ๆ อย่าง เช่น Microsoft หรือ Zoom เข้ามาใช้เป็นเครื่องมือในการสอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเรียนการสอน เป็นต้น

นายโอม ศิวะดิตถ์_resize

            ส่วนทางด้านนายโอม ศิวะดิตถ์ ผู้บริหาร บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า การทำ Digital Transformation ถ้าก่อนเกิดเหตุการณ์โควิด-19 สิ่งที่เรามองมันคือ การวางแผนระยะยาว แต่หลังจากเราเจอ โควิด-19 คำว่า Digital Transformation ที่เคยวางแผนกันเป็นปี ต้องปรับเปลี่ยนแผนให้ เกิดขึ้นภายในระยะเวลาแค่ 1-2 เดือน ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้พฤติกรรมของคนไทยเปลี่ยนไป โดยทางไมโครซอฟท์ มองการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 4 ระดับ ประกอบด้วยระดับที่ 1 เรียกว่า Digital literacy คือ ระดับพื้นฐานในการใช้ชีวิตในสังคมเริ่มไปสู่การเป็นดิจิทัล ระดับที่ 2 เรียกว่า Foundation เป็นระดับที่สูงขึ้นเพื่อเตรียมที่จะใช้งานได้คนที่เป็น Digital marketer ระดับที่ 3 เรียกว่า Job role เช่น Financial analyst  ต้องใช้เครื่องมือเป็น  แต่พอไปอยู่ในงานนั้นจริงๆ ก็จะมี Soft skills ทักษะของการทำงาน ในสายงานนั้น Project manager, IT , Software developer, IT Admin ระดับ 4 เป็นระดับที่สูงสุดที่เรียกว่า Job ดิจิทัลเข้ามามีความสำคัญกับทุก ๆ คน โดยต้องใช้คอมพิวเตอร์เป็นตัวจัดการหมด ถ้าคุณเป็น Digital marketer จะวิเคราะห์พื้นๆ ไม่ได้แล้ว เอา Excel มาดูข้อมูลหรือมาทำ Dashboard ก็ไม่พอ จะต้องไปทำในเรื่องของ Machinery ขณะที่คุณอยากจะไปเป็น Software development  ต้องทำโปรเจคที่เป็น AI ที่เป็นทักษะใหม่ ต้องเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้น

นักเขียน Application

            และ ดร.เบญจมาภรณ์ คุณะรังษี  ผู้อำนวยการ SIBA  กล่าวว่า จากการสำรวจอาชีพในอนาคตอีก 5 ปี ข้างหน้ามีอาชีพเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน และเป็นอาชีพยอดนิยมหลังจากการแพร่ระบาดของโควิดซึ่ง 8 อาชีพมาแรงคือ 1.“Online Marketing นักการตลาดออนไลน์” ปัจจุบันเราใช้โทรศัพท์มือถือเช็คข้อมูลข่าวสารกันแทบทุกวินาที จะเห็นว่ามีโฆษณาที่ pop up ขึ้นมาตลอด นั้นคือ หน้าที่ของนักการตลาดออนไลน์เป็นผู้ออกแบบและผลิตโฆษณาเหล่านี้   2. “Application Creator นักพัฒนาแอพพลิเคชั่น”  เนื่องจากผู้คนในยุคข้อมูลข่าวสารต้องการเสพข้อมูลที่ดูง่าย เป็นระเบียบ สบายตา ช่วยอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ 3. “Social Admin ผู้ดูแลโซเชียลมีเดีย”   ไว้เป็นสื่อกลางระหว่างผู้บริโภคกับหน่วยงานหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์หรือบริการและคอยดูแลให้พื้นที่โซเชียลมีเดียให้อยู่ในความเรียบร้อยและเหมาะสมกับผู้บริโภค  4. “นักกูรูออนไลน์ หรือ Youtuber” ผู้ที่คอยแยกย่อย จัดระเบียบข้อมูล ให้คำวิเคราะห์ ให้คำแนะนำ ชี้ทางให้กับมือใหม่ ในเรื่องต่างๆ 5. “ผู้ดูแลเครือข่ายระบบคอมพิวเตอร์ หรือ Programmer”  เป็นอาชีพที่คอยสนับสนุนทุกอาชีพที่เกี่ยวข้องกับระบบออนไลน์ ทุกรูปแบบบริษัทใหญ่ๆ ที่มีการบริหารข้อมูลในลักษณะของ Big Data ที่ต้องใช้การวิเคราะห์ความเป็นไปของกิจการ 6. “เจ้าของธุรกิจ Start Up” วัยรุ่นหลายคนมีฝันอยากประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย เป็นอายุน้อยร้อยล้าน ต่างก็ตบเท้าเข้ามาลองเชิงทำธุรกิจ Start Up ใครมีไอเดียดี ๆ อย่าเก็บเอาไว้ ลองเอามันออกมาสร้างฝันให้เป็นจริงได้ 7. “นักบัญชีที่เชี่ยวชาญเรื่องภาษีอากร” มีหน้าที่ให้คำปรึกษากับองค์กรด้านบัญชีและด้านภาษีอากรต่างๆ ลดความเสี่ยงทางภาษี   8.“เชฟ” อาชีพนี้มีรายได้สูง ไม่ว่าจะเป็นการเปิดร้านอาหารออนไลน์ไม่ต้องมีหน้าร้านร่วมกับ applications อย่าง Food Panda /Lineman / Grab เป็นธุรกิจที่ทำเงินในขณะนี้

DSC_9669_resize-1_resize

            พร้อมกันนี้  “ก็ขอฝากถึงทุกๆ คนให้เห็นความสำคัญในการเรียนหลักสูตรที่มีทักษะเฉพาะทางที่เรียนเกี่ยวกับสายอาชีพซึ่งมีหลากหลายประเภททั้ง ด้านเทคโนโลยี ด้านบัญชี ด้านการตลาด ด้านอาหารส่วนใหญ่จะสอดคล้องกับอาชีพที่เป็นที่ต้องการของภาคธุรกิจและตลาดแรงงาน  ผู้เรียนจะได้รับความรู้ ได้ ประสบการณ์ ได้รายได้ระหว่างเรียน ได้ทักษะวิชาชีพติดตัว ได้เลือกเรียนอย่างหลากหลาย ได้มีโอกาสเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาได้รับการสนับสนุนทั้งภาครัฐภาคเอกชน และได้ทำอะไรตอบแทนสังคม”

Chef_resize

            “SIBA”  ต้องการยกระดับอาชีวะให้สูงขึ้น พร้อมสร้างความอยากเรียนรู้ให้กับนักเรียนอาชีวะมาจากข้างในของตนเอง  โดยมีหลักสูตรอยู่ในอาชีพนี่คือความได้เปรียบของการเรียนสายอาชีพที่สามารถตอบโจทย์ทุกอาชีพในอนาคต นักเรียนของ SIBA มีรายได้ระหว่างเรียน จบแล้วมีงานทำ และที่สำคัญสามารถกู้เงินเรียนได้ หรือจะขอทุนเรียนฟรีก็ได้ สำหรับปีการศึกษา 2564 นี้ SIBA ได้เปิดรับสมัครนักเรียนทั้ง ม.3, ม.6 และปวช. แล้วตั้งแต่วันนี้จนถึงเมษายน 2564 มีหลักสูตรวิชาชีพที่ทันสมัยให้เลือกหลากหลาย ทั้งระดับชั้น ปวช. (3 ปี) และ ระดับ ปวส. (2 ปี) สามารถดูรายละเอียดได้ที่ www.siba.ac.th หรือโทร.02-9393000

ปิดความเห็น บน SIBA แนะเส้นทางการศึกษาสายอาชีพ เรียนได้เงิน จบได้งาน เปิดโผ 8 อาชีพมาแรง สู่ความมั่นคงในอาชีพ ในยุคดิจิทัล หลังโควิด-19

เชิญร่วมงาน Open House หลักสูตรเตรียมปริญญาตรีไฮบริดนิวซีแลนด์ ฟรี! อาทิตย์ 7 มีนาคมนี้  10.00-12.00 น. ณ ศูนย์การเรียนรู้ไทย – นิวซีแลนด์ (TNZC)

เชิญร่วมงาน Open House หลักสูตรเตรียมปริญญาตรีไฮบริดนิวซีแลนด์ ฟรี! อาทิตย์ 7 มีนาคมนี้ 10.00-12.00 น. ณ ศูนย์การเรียนรู้ไทย – นิวซีแลนด์ (TNZC)

Posted on 02 มีนาคม 2021 by writer

Ready1200x628 pixel_01_resize

          หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ขอเชิญน้องๆ มัธยมปลายและผู้ปกครอง ร่วมงาน Open House หลักสูตรเตรียมปริญญาตรีไฮบริดนิวซีแลนด์ ระหว่างมหาวิทยาลัยโอทาโกของนิวซีแลนด์ กับ RMUTT (มทร.ธัญญบุรีของไทย)  เรียนปรับพื้นฐานด้านธุรกิจ (Business Foundation Studies Programme)เพียง 8 เดือน เรียนได้เลยไม่ต้องรอ จบแล้วต่อปริญญาตรีนิวซีแลนด์จบใน 3 ปี และสามารถต่อวีซ่าทำงานได้อีก 3 ปีเต็ม

          ผู้สนใจสามารถร่วมพูดคุย สำรวจสถานที่เรียนจริงของศูนย์การเรียนรู้ไทย – นิวซีแลนด์  และพบกับอาจารย์ผู้สอนหลักสูตรแบบตัวต่อตัว สัมภาษณ์เพื่อสมัครตรงกับมหาวิทยาลัยโอทาโก ทดลองเรียนในห้องเรียนจำลอง พร้อมขอคำปรึกษาข้อมูลทุนการศึกษากับมหาวิทยาลัยโอทาโกภายในงานนี้เท่านั้น ในงาน Open House ในวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคมนี้ เวลา 10.00 – 12.00 น.  ณ ศูนย์การเรียนรู้ไทย – นิวซีแลนด์ (TNZC) อาคาร DD Mall ชั้น 7  (โดยไม่มีค่าใช้จ่าย)

          ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ https://line.me/ti/p/%40nzenglish

ปิดความเห็น บน เชิญร่วมงาน Open House หลักสูตรเตรียมปริญญาตรีไฮบริดนิวซีแลนด์ ฟรี! อาทิตย์ 7 มีนาคมนี้ 10.00-12.00 น. ณ ศูนย์การเรียนรู้ไทย – นิวซีแลนด์ (TNZC)

นิวซีแลนด์สัญญาณดี เปิดพรมแดนรับนักเรียนต่างชาติ กลับเข้าประเทศรอบ 2 อีก 1,000 คน

นิวซีแลนด์สัญญาณดี เปิดพรมแดนรับนักเรียนต่างชาติ กลับเข้าประเทศรอบ 2 อีก 1,000 คน

Posted on 01 มีนาคม 2021 by writer

          รายงานข่าวจากหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ Education New Zealand (ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำเทศไทย ระบุว่า เมื่อเร็วๆนี้ รัฐบาลนิวซีแลนด์ได้ประกาศเปิดพรมแดนต้อนรับรับนักศึกษาต่างชาติ รุ่นที่ 2 อีกจำนวน 1,000 คน สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาต่อระดับปริญญาตรีและปริญญาโทให้สามารถเดินกลับเข้าประเทศนิวซีแลนด์เพื่อไปศึกษาต่อจนสำเร็จ

ENZ photo-1_2_resize

          การประกาศเปิดพรมแดนต้อนรับนักศึกษาต่างชาติของนิวซีแลนด์ครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 2 โดยเป็นการต่อยอดจากการประกาศครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคม 2563 ที่ผ่านมาที่ได้อนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติกลุ่มแรกสำหรับผู้ที่กำลังศึกษาระดับปริญญาเอกและปริญญาโท จำนวน 250 คน สามารถเข้าสู่นิวซีแลนด์และศึกษาต่อได้ นับเป็นสัญญาณที่ดีและยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและการให้ความสำคัญยิ่งของรัฐบาลนิวซีแลนด์ต่อการศึกษานานาชาติและยังคงต้อนรับนักเรียนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

          นายกร้านท์  แม็คเฟอร์สัน (Mr.Grant McPherson) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ Education New Zealand (ENZ) กล่าวว่า การศึกษาระหว่างประเทศมีประโยชน์อย่างมากต่อนิวซีแลนด์ ดังนั้นจึงมีมาตรการจัดการอย่างรอบคอบสำหรับการกลับมาของนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งการจัดการเป็นกลุ่มเล็กๆเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูการศึกษาระหว่างประเทศของรัฐบาลนิวซีแลนด์

          นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่มีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพสูงเป็นที่ยอมรับจากนานาชาติติดอันดับต้นๆของโลก และได้รับการยอมรับด้านระบบการศึกษาที่เหมาะแก่การเรียนรู้ในโลกปัจจุบัน โดยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1  ในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จากการจัดอันดับของ Worldwide Educating for the Future Index 2019 โดย The Economist Intelligence Unit  ทำให้นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายปลายทางด้านการศึกษานานาชาติชั้นนำของโลกโดยในแต่ละปีมีนักเรียนนานาชาติกว่า 125,000 คน จากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก รวมถึงนักเรียนไทย ในปี 2019 มีนักเรียนไทยศึกษาอยู่ในนิวซีแลนด์กว่า 3,000 คน

           “ประเทศนิวซีแลนด์เต็มเปี่ยมไปด้วยมุมมองที่หลากหลายและนานาทัศนะของนักศึกษานานาชาติ ที่นำมาสู่ห้องเรียน ห้องบรรยาย และชุมชนของเรา อีกทั้งชื่อเสียงของการศึกษานิวซีแลนด์ในการจัดการศึกษาที่มุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมของนักเรียนสู่อนาคตนั้น มีความสำคัญมากยิ่งขึ้นสำหรับนักเรียนนักศึกษาที่ต้องการปรับตัวให้สอดคล้องต่อผลกระทบของแนวโน้มโลกและสิ่งที่ไม่คาดฝัน อย่างเช่นการแพร่ระบาดของ COVID-19 ซึ่งกำลังพลิกโฉมโลกของเรา”นายแม็คเฟอร์สัน กล่าว

ENZ photo-2_2_resize

          มร.ทาฮา แมคเฟอร์สัน เอกอัคราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า  การประกาศครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งสัญญาณถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลนิวซีแลนด์ที่มีต่อภาคการศึกษาระหว่างประเทศเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงความพยายามเพื่อนักศึกษาต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดด้วย การศึกษานิวซีแลนด์ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นรัฐบาลดำเนินการรับนักศึกษาต่างชาติกลับนิวซีแลนด์อย่างปลอดภัย และหวังว่าจะได้มีโอกาสได้ต้อนรับนักศึกษาต่างชาติ รวมถึงนักเรียนนักศึกษาไทยได้มากขึ้นเมื่อเวลาที่เหมาะสมต่อไป โดยทาง Education New Zealand กำลังทำงานร่วมกับพันธมิตรระหว่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความเชื่อมั่นในฐานะประเทศจุดหมายปลายทางสำหรับการศึกษาระดับโลกที่พร้อมให้การต้อนรับการกลับมาของนักศึกษาต่างชาติอีกครั้ง

          สำหรับนักศึกษาต่างชาติที่มีสิทธิ์ใน 1,000 คน จะต้องเป็นผู้ที่ถือวีซ่าที่ถูกต้องสำหรับการศึกษาในปี 2020 และได้ศึกษาในนิวซีแลนด์ในปี 2019 หรือ ปี 2020 และจะกลับไปศึกษาต่อให้จบกับสถาบันการศึกษาเดิมของพวกเขา ทั้งนี้นักศึกษาที่มีสิทธิ์ จะได้รับการลงทะเบียนจากสถาบันระดับอุดมศึกษาหลายแห่ง รวมถึงมหาวิทยาลัยโพลีเทคนิค สถาบันเทคโนโลยี สถานศึกษาที่สอนด้วยภาษาเมารี และสถาบันการศึกษาเอกชน และจะสามารถเดินทางกลับไปนิวซีแลนด์ในช่วงเวลาที่สอดคล้องกับการจัดการสถานที่กักตัวที่ได้รับการดูแลภายใต้รัฐบาลนิวซีแลนด์อย่างเหมาะสม ซึ่งสถาบันการศึกษาของนิวซีแลนด์จะเป็นผู้ระบุและเสนอชื่อนักศึกษาที่มีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์ โดยนักศึกษาไม่ต้องดำเนินการด้วยตนเอง ทั้งนี้ทุกคนที่เดินทางกลับเข้านิวซีแลนด์จะต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านสุขภาพและความปลอดภัยของ COVID-19 รวมถึงการกักกันตัวเองและอยู่ในสถานที่กักตัวที่มีการจัดการอย่างดีเป็นเวลา 14 วัน

          นิวซีแลนด์ได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่รับมือสู้โควิดดีที่สุดในโลก จากการสำรวจจัดอันดับจาก 98 ประเทศทั่วโลก (ใช้ข้อมูลถึงวัน 9 มกราคม 2564) โดยสถาบันโลวี ซึ่งเป็นสถาบันวิชาการอิสระที่ทำการศึกษาวิจัยด้านการเมือง ยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจ ตั้งอยู่ในนครซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย

ปิดความเห็น บน นิวซีแลนด์สัญญาณดี เปิดพรมแดนรับนักเรียนต่างชาติ กลับเข้าประเทศรอบ 2 อีก 1,000 คน

“ชลิต อินดัสทรีฯ” จัดกิจกรรมทำบุญเสริมสิริมงคลบริษัทประจำปี 2564

“ชลิต อินดัสทรีฯ” จัดกิจกรรมทำบุญเสริมสิริมงคลบริษัทประจำปี 2564

Posted on 23 กุมภาพันธ์ 2021 by writer

DSC_9096-BD_resize_resize

          นายชวิศ ยงเห็นเจริญ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยางรถยนต์รายใหญ่ของไทย ร่วมด้วย นางสุชญา-นางสาววิมลลักษณ์ ยงเห็นเจริญ นำทีมคณะผู้บริหาร พร้อมด้วยพนักงาน จัดกิจกรรมส่งเสริมพุทธศาสนา ร่วมใจทำบุญบริษัทประจำปี 2564 ถวายภัตตาหารเพล และเครื่องจตุปัจจัยไทยทาน แด่พระภิกษุสงฆ์จำนวน 9 รูป โดยได้อาราธนานิมนต์  พระราชพรหมาภรณ์ (ประวิทย์ สีหนาโท ป.ธ.๗) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดยานนาวา พระอารามหลวง และที่ปรึกษาเจ้าคณะเขตยานนาวา เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ มาเจริญพระพุทธมนต์ ประกอบพิธีทางศาสนา แสดงสัมโมทนียกถา โอวาทธรรม และฉันภัตตาหารเพล  ทั้งนี้เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล ให้บริษัทได้เจริญรุ่งเรือง และเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ผู้บริหาร –พนักงานในองค์กร ให้มีกำลังใจ สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้บรรลุเป้าหมายตามที่ตั้งไว้ และเพื่อให้พนักงานได้มีส่วนร่วมในการทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาอีกทางหนึ่ง รวมถึงการสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในองค์กรนับเป็นวันสำคัญที่บริษัทฯ ซึ่งจัดเป็นประจำทุกปี ณ โรงงานบริษัทชลิต อินดัสทรีฯ บางแค กรุงเทพฯ

DSC_9060-1_resize

ทั้งนี้ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เป็นผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยางคุณภาพสูง ภายใต้แบรนด์ “POP” ด้วยการรับรองมาตรฐานระบบบริหารงานคุณภาพ (ISO9001) และได้รับใบรับรองอุตสาหกรรมสีเขียวจนได้รับการยอมรับและความไว้วางใจอย่างกว้างขวางจากอุตสาหกรรมชิ้นส่วนยานยนต์ทั้งในและต่างประเทศ  ปัจจุบันมีศูนย์จำหน่ายผลิตภัณฑ์กระจายอยู่ในหลายภูมิภาคต่างๆ
ทั่วโลก ทั้งในเอเชียตะวันออก แอฟริกา ประเทศในตะวันออกกลาง ออสเตรเลีย อเมริกาใต้ และ ยุโรปตะวันออก

ปิดความเห็น บน “ชลิต อินดัสทรีฯ” จัดกิจกรรมทำบุญเสริมสิริมงคลบริษัทประจำปี 2564

นายกสมาคมการตลาดฯ แนะรับมือโควิดรอบใหม่ เตรียมพร้อมในการใช้ S.T.R.O.N.G เป็นวัคซีนทางธุรกิจ

นายกสมาคมการตลาดฯ แนะรับมือโควิดรอบใหม่ เตรียมพร้อมในการใช้ S.T.R.O.N.G เป็นวัคซีนทางธุรกิจ

Posted on 22 กุมภาพันธ์ 2021 by writer

          เมื่อวิกฤติโควิด-19 กลับมารอบใหม่นับเป็นความท้าทายของภาคธุรกิจ ที่จะหาทางรับมือกับสถานการณ์วิกฤตินี้อีกครา คุณอนุวัตร เฉลิมไชย นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ได้ให้คำแนะนำเป็นแนวทางในการปรับเปลี่ยนเพื่อรับมือกับความท้าทายรอบใหม่นี้โดยมุ่งเน้นให้ทุกๆธุรกิจ เตรียมพร้อมในการใช้ S.T.R.O.N.G เป็นวัคซีนทางธุรกิจ เป็นแนวทางได้นำไปประยุกติ์ให้ต่อไป

PDF_DMA3_091263_compressed_Page_1_resize

          โดยใจความสำคัญของ S.T.R.O.N.G ที่นักการตลาดควรกลับมาทบทวนเพื่อสร้างความแข็งแกร่ง คือ

         1.SEARCH for what they want กลับมาดูที่ความต้องการของลูกค้าของเราอีกครั้ง ในสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ความต้องการของลูกค้าเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง เราทำอะไรให้ตอบโจทย์ และช่วยแก้ปัญหาต่างๆให้ลูกค้าได้หรือเปล่า

         2.TRIM the fat ถึงเวลาลดความอ้วนขององค์กร ค่าใช้จ่ายไหนที่ไม่จำเป็น เราต้องลดลงให้ได้ หลายๆองค์กรที่ผ่านวิกฤติครั้งแรกมาได้ ก็ด้วยการ “ควบคุมต้นทุน” อย่างรัดกุม ดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ

         3.RELOOK at your CORE STRENGTH คำถามนี้ ไม่ได้ถามว่า เราเก่งธุรกิจอะไร แต่เป็นคำถามเพื่อให้เรากลับมามององค์กรของเรา ว่าอะไรคือจุดแข็งที่แท้จริงของเรา เมื่อถึงเวลาที่เราต้องปรับธุรกิจ ขอให้เราปรับอยู่บนพื้นฐานของความเก่งของเรา เช่น เคยเป็นบริษัทอีเว้น ความสามารถของเราคือ คนที่มี creativity & production skill เราก็เอาสิ่งนั้นมาใช้ต่อยอด หากเป็นโรงแรมหรือร้านอาหาร สิ่งที่มีคือความสามารถด้านการบริการและการทำอาหารอร่อยๆ แต่รูปแบบจะต้องเปลี่ยน หากเรามองกลับมาที่ตัว S แรก … ค้นหาดูดีๆว่าลูกค้าต้องการอะไร แล้วจุดแข็งของเราเอามาทำอะไรตอบโจทย์ได้บ้าง ก็น่าจะพอมองเห็นเส้นทางเดินต่อไปได้

         4.OPENMIND แต่การจะปรับได้แบบข้อที่กล่าวมาด้านบน ต้องอาศัย ตัว O นี้เป็นอย่างมาก หลายๆธุรกิจติดกับดักของความกลัวในใจของผู้บริหาร ไม่กล้าลอง ไม่กล้าเปลี่ยน ไม่เชื่อมั่นในการเปลี่ยนแปลง … หากจะรอด เราต้องเปิดใจ … ดร. ดร.ลักขณา ลีละยุทธโยธิน ที่ปรึกษา Brand’s Suntory ได้กล่าวไว้ในงาน Thailand Marketing Day 2020 ว่า “สำหรับการเปลี่ยนแปลง ต้องเปลี่ยนในขณะที่ยังเปลี่ยนได้ อย่ารอจนกว่าเราขยับไม่ได้ ใช้สัญชาตญาณในการทำงานเหมือนกับเด็กเล่นของเล่น ที่ไม่ต้องสอน ไม่ต้องอ่านคู่มือก็เล่นได้ เช่นเดียวกับเด็กที่ล้มก็ไม่เป็นไร ขอให้พยายามต่อ ล้มเร็ว ลุกเร็ว เรียนรู้เร็ว” หากเราไม่ลองทำอะไรใหม่ๆ เราก็จะได้แต่ผลลัพธ์เดิมๆ ธุรกิจจึงจำเป็นที่จะต้องเปิดใจแล้วสู้ต่อไป

S__30670851_resize

         5.NETWORK and COLLABORATION ในยุคนี้เป็นยุคแห่งการพึ่งพากันอย่างเป็นพันธมิตร ในปีที่ผ่านมา เราได้เห็นการร่วมมือกันทางธุรกิจอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน นั่นเป็นเพราะหลายๆแบรนด์เริ่มเปลี่ยนมุมมองการทำธุรกิจ จากที่เคยมองทุกคนเป็นคู่แข่ง ก็เริ่มมองว่าเขามีจุดแข็งอะไรที่เราไม่มี แล้วเราจะมาจับมือร่วมกันรอดได้อย่างไร ยุคนี้ถึงตัวเราจะต้อง social distancing เพื่อความปลอดภัย แต่ในทางธุรกิจ เราต้องดึงเพื่อนของเราเข้ามาให้ใกล้กับเรายิ่งขึ้น ลองมองรอบๆตัวและหาพันธมิตรเพื่อโอกาสใหม่ๆในการเติบโตร่วมกันอย่างแข็งแกร่ง

         6.GROW your Skills and Experiences อย่ายึดติดกับความสำเร็จหรือความสามารถแบบเดิมๆ ในยุคนี้เราต้องมีไฟในการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆและพร้อมที่จะก้าวออกจาก comfort zone แสวงหาประสบการณ์ที่จะมาเติมเต็มความสามารถของเรา คนทุกคนสามารถเติบโตได้ และทุกๆธุรกิจยังสามารถเติบโตได้ แต่เราต้องพร้อมที่จะรับโอกาสใหม่ๆเหล่านั้น ในโลกการตลาดยุคใหม่ ใครที่หยุดเรียนรู้เท่ากับกำลังเดินถอยหลัง ดังนั้น เรามาเปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสกันนะคะ หากช่วงนี้ธุรกิจต้องหยุดชะงักไปบ้าง ก็เป็นเวลาที่จะได้ย้อนมาดูว่า เราจะพัฒนาบุคลากรและธุรกิจของเราต่อไปอย่างไรได้บ้าง มา Upskill & Reskill กัน

PDF_DMA3_091263_compressed_Page_3_resize

          สิ่งที่สำคัญที่สุดในการปรับองค์กรให้ S.T.R.O.N.G ในโลกการตลาดยุคใหม่ คือการปรับ mindset ควบคู่ไปกับ skillset ใหม่ๆที่จำเป็น โดยสมาคมการตลาดฯขอแนะนำหลักสูตร Digital Marketing In Action รุ่นที่ 3 หลักสูตรการตลาดดิจิตอลของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทยนี้ครอบคลุมทุกหัวข้อสำคัญ 8 วัน 8 หัวข้อ โดยมี 10 ผู้เชี่ยวชาญในสายงานดิจิทัล จัดเต็มกันแบบจุใจ เนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การวางกลยุทธ์การตลาดแบบครบวงจร การสร้างความเข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่ ทั้งการเจาะใจให้เข้าถึง ไปจนถึงการสร้างคอนเทนต์ให้มีคุณค่าด้วยเนื้อหาที่ตอบโจทย์และโดนใจลูกค้า เข้าใจความเปลี่ยนไปของช่องทางการตลาด  เข้าใจภาพรวมของแพลตฟอร์มใหม่ๆ รวมถึงกลยุทธ์หลักๆในการใช้ Digital Media ทั้งการวางแผนปฎิบัติการณ์ พร้อมเรียนรู้หลักการวาง KPI วัดผลสำเร็จ เรียนจริง ทำจริง รู้จริง กลับบ้านไป เอาไปทำได้จริง โดยเริ่มอบรม 6 มีนาคม – 3 เมษายน 2564  ณ VIE Hotel Bangkok สอบถามรายละเอียดและขอรับใบสมัครได้ที่โทร 02-679-7360-3 หรือ Line : @matsociety  ดูรายละเอียด และ ลงทะเบียนที่ : https://bit.ly/37Zya03

ปิดความเห็น บน นายกสมาคมการตลาดฯ แนะรับมือโควิดรอบใหม่ เตรียมพร้อมในการใช้ S.T.R.O.N.G เป็นวัคซีนทางธุรกิจ

มทร.ธัญบุรี ผนึก ม.ดังนิวซีแลนด์ เปิดหลักสูตรเร่งรัดเพื่อเด็กไทย ปรับพื้นฐานด้านธุรกิจ 8 เดือน มุ่งสู่ป.ตรีไฮบริดนิวซีแลนด์จบใน 3 ปี

มทร.ธัญบุรี ผนึก ม.ดังนิวซีแลนด์ เปิดหลักสูตรเร่งรัดเพื่อเด็กไทย ปรับพื้นฐานด้านธุรกิจ 8 เดือน มุ่งสู่ป.ตรีไฮบริดนิวซีแลนด์จบใน 3 ปี

Posted on 15 กุมภาพันธ์ 2021 by writer

          ธุรกิจ (Business Foundation Studies Programme) หลักสูตรเร่งรัดสำหรับนักเรียนไทยโดยเฉพาะ เรียนเตรียมปริญญาปี 1 นิวซีแลนด์ในเวลาเพียง 8 เดือน (เทียบเท่าป.ตรีปี 1) เพิ่มโอกาสให้เด็กไทยสามารถต่อปริญญาตรีแบบไฮบริดกับมหาวิทยาลัยระดับโลก หลังจากจบหลักสูตรเร่งรัดแล้วสามารถเรียนจบป.ตรีนิวซีแลนด์ได้ใน 3 ปี หลังเรียนจบป.ตรีที่นิวซีแลนด์ ยังสามารถทำงานต่อได้อีกสูงสุด 3 ปีเต็ม ผู้สนใจสมัครได้แล้ววันนี้ 30 เม.ย. 64  รับจำนวนจำกัด

DSC_9318-2_resize_resize

          เมื่อเร็วๆ นี้ ผศ.ดร.สมหมาย ผิวสะอาด อธิการบดี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญญบุรี หรือ RMUTT) ลงนามความร่วมมือทางออนไลน์ กับ ศาสตราจารย์ เฮเลน นิโคลสัน รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยโอทาโก ของนิวซีแลนด์ เปิดตัว หลักสูตรปรับพื้นฐานด้านธุรกิจ (Business Foundation Studies Programme)” หลักสูตรเตรียมปริญญาตรีเร่งรัด 8 เดือน ที่จัดขึ้นสำหรับนักเรียนไทยโดยเฉพาะเพื่อเพิ่มโอกาสให้กับนักเรียนไทยศึกษาต่อปริญญาตรีนิวซีแลนด์แบบไฮบริด (เรียนจบปริญญาตรีนิวซีแลนด์ใน 3 ปี)กับมหาวิทยาลัยติดอันดับโลกของนิวซีแลนด์ โดยข้อดีของหลักสูตรนี้ คือ

          – เรียนจบมัธยม 5 สามารถเรียนเตรียมปริญญาปี 1 นิวซีแลนด์ได้ทันทีที่ประเทศไทยแบบในชั้นเรียนจริงกับ RMUTT (30%)และเรียนออนไลน์กับมหาวิทยาลัยโอทาโก (70%) เป็นเวลา 8 เดือน

          – เริ่มเรียนได้ทันทีที่ไทย และเปลี่ยนเป็นบินไปเรียนนิวซีแลนด์ได้ทันทีเมื่อนิวซีแลนด์เปิดประเทศ

          – ใช้เวลาเรียนสั้นเพียง 8 เดือน นักศึกษาที่เรียนจบผ่านตามเกณฑ์ จะได้รับประกาศนียบัตรหลักสูตรพื้นฐานด้านธุรกิจ (เทียบเท่าปริญญาตรีปี 1)

          – ประกาศนียบัตรหลักสูตรพื้นฐานธุรกิจนี้จะเป็นใบรับประกันคุณสมบัติในการเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยโอทาโกและมหาวิทยาลัยอื่นๆในนิวซีแลนด์ ในสาขาวิชาพาณิชยศาสตร์บัณฑิต (BCom) ศิลปศาสตร์บัณฑิต (BA) และ ศิลปศาสตร์และพาณิชยศาสตร์บัณฑิต (BACom)

          – เป็นหลักสูตรมุ่งสู่ปริญญาตรีนิวซีแลนด์แบบไฮบริด (เรียนจบปริญญาตรีนิวซีแลนด์ใน 3 ปี)

          – ค่าเรียนถูกลง 20% เมื่อเทียบกับหลักสูตรปรับพื้นฐานของนิวซีแลนด์และหลักสูตรเตรียมความพร้อมอื่นๆ และยังประหยัดค่าครองชีพอื่นๆ เมื่อเทียบกับการเรียนที่นิวซีแลนด์ในปีแรก

          – มีทุนการศึกษา $10,000 ในระดับปริญญาตรีจาก University of Otago

          – หลังเรียนจบปริญญาตรีที่นิวซีแลนด์ยังสามารถทำงานต่อได้อีกสูงสุด 3 ปีเต็ม

IMG_6413-1_resize_resize

          ผศ.ดร.นาถรพี  ตันโช คณบดี คณะบริหารธุรกิจ มทร.ธัญญบุรี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาคณะบริการธุรกิจมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยต่างๆ ในประเทศนิวซีแลนด์ผ่านสถานทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย นำไปสู่การจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ไทย-นิวซีแลนด์ที่ศูนย์นวัตกรรมและความรู้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรีที่ DD Mall เขตจตุจักร กรุงเทพฯ และครั้งนี้ก็นับเป็นอีกหนึ่งความร่วมมืออีกขั้นที่เป็นประโยชน์มากสำหรับการร่วมกันพัฒนาการศึกษาและเพิ่มโอกาสใหม่ๆให้กับเด็กไทยเราในช่วงที่สถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาด และทาง RMUTT ก็หวังว่าจะได้เห็นความร่วมมือใหม่ๆในอนาคตกับทางการศึกษานิวซีแลนด์

          ศาสตราจารย์ เฮเลน นิโคลสัน รองอธิการบดีฝ่ายวิชาการ มหาวิทยาลัยโอทาโก (Professor Helen Nicholson, Deputy Vice-Chancellor, Academic, University  of  Otago) กล่าวว่า ม.โอทาโก มีความยินดีที่ได้ร่วมมือกับ RMUTT ส่งมอบหลักสูตร Foundation Business Studies ให้กับนักศึกษาไทย ซึ่งเป็นการต่อยอดความร่วมมือจากโครงการจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ไทย – นิวซีแลนด์ (TNZC) ในกรุงเทพฯ ที่เป็นโครงการริเริ่มด้านการศึกษาข้ามชาติที่สำคัญ ซึ่งช่วยกระชับความสัมพันธ์ให้กับมหาวิทยาลัยโอทาโก การศึกษานิวซีแลนด์ และประเทศไทยให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และจะช่วยให้เราสามารถมอบโอกาสดีๆให้กับนักเรียนไทยต่อไป”

A3 PosterEN Layout 02_resize

          หลักสูตรปรับพื้นฐานด้านธุรกิจ (Business Foundation Studies Programme)เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ – 30 เม.ย. 64  (รับจำนวนจำกัด) ผู้สนใจติดต่อสอบถามรายละเอียดหลักสูตรได้ทาง  https://line.me/ti/p/%40nzenglish หรือฟังรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง New Zealand Embassy-Bangkok Facebook Live

ปิดความเห็น บน มทร.ธัญบุรี ผนึก ม.ดังนิวซีแลนด์ เปิดหลักสูตรเร่งรัดเพื่อเด็กไทย ปรับพื้นฐานด้านธุรกิจ 8 เดือน มุ่งสู่ป.ตรีไฮบริดนิวซีแลนด์จบใน 3 ปี

ชลิต อินดัสทรีฯ เปิดตัวสินค้า “ยางแท่นเกียร์”

ชลิต อินดัสทรีฯ เปิดตัวสินค้า “ยางแท่นเกียร์”

Posted on 10 กุมภาพันธ์ 2021 by writer

DSC_7743-1_resize_resize

          นายชวิศ ยงเห็นเจริญ  กรรมการผู้จัดการ นางสาววิมลลักษณ์ ยงเห็นเจริญ กรรมการและผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด นางสาวชัญญา ยงเห็นเจริญ และนางมนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยานยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์  “POP” มากว่า 30 ปี ร่วมเปิดตัวสินค้า “ยางแท่นเกียร์” สำหรับใช้ในรถยนต์รุ่นใหม่ๆที่ขับเคลื่อนล้อหน้า ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนจากเครื่องยนต์สู่ตัวถัง มีความแข็งแรงในการรับน้ำหนักเครื่องยนต์ฯ และมีความยืดหยุ่นช่วยยืดอายุการใช้งานฯ ด้วยมาตรฐานระดับโลกมาตรฐานที่กำหนดได้เป็นอย่างดี ณ บริษัท ชลิต อินดัสทรีฯ เมื่อเร็วๆ นี้

ปิดความเห็น บน ชลิต อินดัสทรีฯ เปิดตัวสินค้า “ยางแท่นเกียร์”

เมษายน 2021
พฤ อา
« มี.ค.    
 1234
567891011
12131415161718
19202122232425
2627282930  

RELATED SITES