Posted on 15 มิถุนายน 2026 by writer

ท่ามกลางความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมจากภาวะโลกร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ มลพิษทางอากาศ และการลดลงของพื้นที่สีเขียว ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้คนทั่วโลก การอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติจึงเป็นภารกิจสำคัญที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมกันขับเคลื่อน โดยเฉพาะการปลูกต้นไม้และเพิ่มพื้นที่สีเขียว ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศและลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
การดูแลฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติจึงไม่ใช่หน้าที่ของหน่วยงานใดเพียงลำพัง แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกคนและทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมที่ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของพนักงานและชุมชน ควบคู่ไปกับการสร้างจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่การเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

เพื่อร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก (World Environment Day) วันที่ 5 มิถุนายน บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” จึงสานต่อกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการ “ชลิต อินดัสทรี รักษ์น้ำ ปลูกป่า” ปี 3 เพื่อร่วมฟื้นฟูระบบนิเวศ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และปลูกจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมภายในองค์กรและสังคม
โดยเมื่อเร็วๆนี้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย นางมนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์ กรรมการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด นำคณะผู้บริหารและพนักงานจิตอาสากว่า 40 คน ร่วมกิจกรรมปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียวและช่วยฟื้นฟูความสมดุลของระบบนิเวศในพื้นที่โรงงานของบริษัทฯ ตำบลพันท้ายนรสิงห์ อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร โดยร่วมกันปลูกไม้ยืนต้นและพันธุ์ไม้ไทย อาทิ ต้นพะยอม ต้นจิกน้ำ ต้นล่ำซำ ต้นกระทิง ต้นกันเกรา ต้นกาสะลอง ต้นประยงค์ และต้นบุหงาส่าหรี เป็นต้น

นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายด้าน ทั้งด้านการศึกษา การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
“โครงการชลิต อินดัสทรี รักษ์น้ำ ปลูกป่า ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เพราะเราเชื่อว่าการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้จากสิ่งใกล้ตัว การปลูกต้นไม้แม้เพียงต้นเดียวสามารถสร้างประโยชน์ต่อระบบนิเวศในระยะยาว ช่วยเพิ่มพื้นที่สีเขียว ลดมลภาวะ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับชุมชนโดยรอบ ขณะเดียวกันยังเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการทำงานจิตอาสาให้กับพนักงานของบริษัท” นายชวิศ กล่าว

การร่วมกันปลูกต้นไม้และดูแลพื้นที่สีเขียว แม้จะเป็นจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ แต่สะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมส่งต่อทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ให้คนรุ่นต่อไป อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนในอนาคต
นอกจากการร่วมปลูกต้นไม้แล้ว กิจกรรมดังกล่าวยังช่วยสร้างความสามัคคีและการมีส่วนร่วมของบุคลากรในองค์กร สะท้อนถึงพลังความร่วมมือของภาคเอกชนในการร่วมขับเคลื่อนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของชลิต อินดัสทรีฯ ในการส่งเสริมการพัฒนาองค์กรควบคู่ไปกับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
Posted on 27 พฤษภาคม 2026 by writer

นายสันทวัฒน์ สินาเจริญ (ยืนกลางซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอนี่เพย์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการฟินเทค (Fintech) ด้านระบบรับชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ที่ทันสมัยและมีมาตรฐานความปลอดภัยสูง มอบเงินบริจาคช่วยการศึกษาแก่น้องเด็กพิเศษ โดยมีนางสาววรรณวนัช กันพรม (ยืนขวา)ผู้จัดการ โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ เป็นผู้รับมอบ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการเรียนการสอนให้กับน้องๆ ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาและออทิสติก รวมถึงมุ่งสู่การพัฒนาทักษะวิชาชีพ ทักษะทางสังคม และสามารถพึ่งพาตนเองได้ในอนาคตอย่างยั่งยืนต่อไป โดยมี ดร. ศศมน มันทะเล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท เอนี่เพย์ฯ ร่วมเป็นสักขีพยานด้วย ณ โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ จ.ชลบุรี เมื่อเร็วๆนี้
ทั้งนี้ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนช่วยเหลือน้องๆเด็กพิเศษ ผ่านการบริจาคเงินหรือสิ่งของจำเป็น ได้ที่ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 591-6-00135-5 ชื่อบัญชี โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ หรือผ่านระบบ e donation โดยสามารถนำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร 092 739 0990
Posted on 25 พฤษภาคม 2026 by writer

ชลิต อินดัสทรีฯ ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” เดินหน้าขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดสานต่อโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 5” เพื่อร่วมสนับสนุนโครงการ “ให้ 1 ได้ 2” ของโรงเรียนพระดาบส มุ่งสร้างโอกาสทางการศึกษาและพัฒนาทักษะวิชาชีพแก่เยาวชนผู้ด้อยโอกาสอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5
เมื่อเร็วๆนี้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ได้มอบเงินสมทบทุนการศึกษาเพื่อร่วมสนับสนุนการดำเนินงาน โครงการให้ 1 ได้ 2 โรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส โดยมี พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส เป็นผู้รับมอบ พร้อมด้วย นางสาวอักษรา พฤติสุนากร ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส ฝ่ายบริหารงานบุคคลและงานธุรการ เข้าร่วมด้วย ณ สำนักงานองคมนตรี

ในโอกาสนี้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ ยังได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส โดยมี นายสมศักดิ์ เพิ่มเกษร กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส ร่วมด้วย นาวาอากาศเอก สุรสิทธิ์ อิ่มฤทธา รองผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส และนายวิทูล สายแก้ว หัวหน้าหลักสูตรวิชาชีพช่างยนต์ พาเยี่ยมชมการเรียนการสอนและการฝึกปฏิบัติวิชาชีพของศิษย์พระดาบส ณ โรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ
“โรงเรียนพระดาบส” ถือเป็นต้นแบบของสถานศึกษาที่มุ่ง “สร้างคน สร้างอาชีพ สร้างอนาคต” ตามพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อเปิดโอกาสทางการศึกษาแก่ผู้ด้อยโอกาส ผ่านการเรียนสายวิชาชีพที่เน้นการฝึกปฏิบัติจริง ควบคู่การปลูกฝังคุณธรรม วินัย และการพึ่งพาตนเอง เพื่อให้ผู้เรียนสามารถประกอบอาชีพและสร้างอนาคตที่มั่นคงได้อย่างยั่งยืน

นายสมศักดิ์ เพิ่มเกษร กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส เปิดเผยว่า ปัจจุบันโรงเรียนพระดาบสได้ขยายโอกาสทางการศึกษาไปยังหลายพื้นที่ เพื่อรองรับเยาวชนที่ขาดโอกาสทางการศึกษา ให้สามารถเข้าถึงการเรียนสายอาชีพที่มีคุณภาพและนำไปประกอบอาชีพได้จริง ประกอบด้วย โรงเรียนพระดาบส และโรงเรียนลูกพระดาบส อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ รวมถึงโรงเรียนพระดาบสจังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและสร้างโอกาสให้เยาวชนในพื้นที่พิเศษ
ด้าน นาวาอากาศเอก สุรสิทธิ์ อิ่มฤทธา รองผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส เปิดเผยว่า หลักสูตรของโรงเรียนพระดาบส เน้นการฝึกทักษะวิชาชีพควบคู่กับการฝึกวินัยและคุณธรรม โดยผู้เรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ครอบคลุมทั้งค่าเล่าเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแต่งกาย อาหารและที่พักอาศัย เปิดรับสมัครนักเรียนอายุ 18–35 ปี หลักสูตรระยะเวลา 1 ปี เน้น “ลงมือจริง” โดยช่วง 4 เดือนแรกเป็นการเรียนพื้นฐานเตรียมช่าง ก่อนเข้าสู่การฝึกวิชาชีพเฉพาะทาง 5 เดือน ในสาขาต่างๆ อาทิ ช่างไฟฟ้า ช่างยนต์ ช่างอิเล็กทรอนิกส์ การเกษตรพอเพียง ช่างซ่อมบำรุง ช่างไม้เครื่องเรือนและช่างสีอาคาร ช่างเชื่อม ช่างก่อสร้าง และเคหบริบาล จากนั้นนักเรียนจะได้ฝึกปฏิบัติงานจริงในสถานประกอบการอีก 2 เดือน และอีก 1 เดือนสุดท้ายนักเรียนจะได้ทดสอบมาตรฐานวิชาชีพ ฝีมือแรงงาน ก่อนจบการศึกษาและออกไปประกอบอาชีพจริง

ปัจจุบัน โรงเรียนพระดาบส มีผู้สำเร็จการศึกษาแล้ว 48 รุ่น รวมจำนวน 2,942 คน นับตั้งแต่ปีการศึกษา 2542–2568 สำหรับปีการศึกษา 2569 ซึ่งเป็นรุ่นที่ 49 มีนักเรียนผ่านการคัดเลือกจำนวน 107 คน สะท้อนให้เห็นว่า “โอกาสทางการศึกษา” สามารถเปลี่ยนชีวิตเยาวชนได้จริง ผ่านการสร้างคนที่มีทั้งความรู้ ทักษะวิชาชีพ และคุณธรรม พร้อมก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญของประเทศในอนาคต และความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจะยังคงเป็นพลังสำคัญในการสานต่อภารกิจแห่งการสร้างอาชีพและสร้างอนาคตให้กับเยาวชนไทยต่อไปอย่างยั่งยืน
ผู้สนใจร่วมสนับสนุนด้านการศึกษา หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร. 02-282-7000 หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์ มูลนิธิพระดาบส www.phradabos.or.th หรือ facebook : โรงเรียนพระดาบส สมุทรปราการ
Posted on 25 พฤษภาคม 2026 by writer

นายสุวรงค์ วงษ์ศิริ รักษาการแทนผู้อำนวยการ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ต้อนรับคณะผู้บริหารที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่9 นำโดย ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล และผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ที่ปรึกษาหลักสูตรฯ พร้อมด้วย นายวิศาล จิรภาพงพันธ์, นายสุพจน์ คาเหลือง , นางราตรีมณี ภาษีผล ฯลฯ เพื่อศึกษาดูงาน ณ FUTURIUM ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต ซึ่งเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านนวัตกรรมและทดสอบด้านอาชีพ-ทักษะแห่งแรกของประเทศไทยและอาเซียน ณ ศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) คลองห้า ปทุมธานี
Posted on 20 พฤษภาคม 2026 by writer

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เปิดหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 6 (Smart City Leadership Program: SCL#6)” อย่างเป็นทางการ มุ่งยกระดับผู้นำท้องถิ่นสู่การพัฒนาเมืองแห่งอนาคตสร้างผู้นำขับเคลื่อนเมืองไทยสู่ยุคอัจฉริยะ โดยได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิหลากหลายสาขาร่วมถ่ายทอดองค์ความรู้ นำโดย ดร.ศุภกร สิทธิไชย รักษาการแทนผู้อำนวยการใหญ่ depa และผู้อำนวยการหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ Orientation แนะนำภาพรวมของหลักสูตร SCL#6 พร้อมด้วย ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ที่ปรึกษาหลักสูตรฯ ร่วมด้วย ณ โรงแรม เดอะ ควอเตอร์ ลาดพร้าว บายยูเอชจี ถนนลาดพร้าว เมื่อเร็วๆนี้

เริ่มด้วย ดร.ภาสกร ประถมบุตร ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ depa ในหัวข้อ “การส่งเสริมเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ในยุค AI” เพื่อเป็นการปูพื้นฐานและให้เห็นฉากทัศน์การพัฒนาเมืองอัจฉริยะในบริบทของประเทศไทย และคุณสุวิทย์ เจนสวัสดิ์พงศ์ ผู้จัดการส่วนจัดการองค์กร ฝ่ายปรึกษาแนะนำ สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ บรรยายในหัวข้อ “Smart City Strategy under Uncertainty for Future City” ซึ่งเน้นย้ำถึงการวางกลยุทธ์การพัฒนาเมืองท่ามกลางสภาวะความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั่วโลกจากนั้นช่วงบ่ายด้วยเนื้อหาเจาะลึกในหลากหลายมิติของการพัฒนาเมือง จากหัวข้อ “การขับเคลื่อนและพัฒนาเมืองด้วยเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ความท้าทายในกระบวนการวางผัง และขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ” โดย รศ.ดร.นิรมล เสรีสกุล ผู้อำนวยการศูนย์ออกแบบและพัฒนาเมือง ศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านยุทธศาสตร์เมือง คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (UDDC-CEUS) ต่อด้วยหัวข้อ “Driving Ambition for Carbon Neutrality อนาคตเมืองมุ่งสู่เศรษฐกิจสังคมคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน” โดย คุณจักรพงษ์ แย้มยิ้ม ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมเมืองและสังคมคาร์บอนต่ำ จาก อบก. และปิดท้ายด้วยการบรรยายและ Workshop ในหัวข้อ “Design Thinking and Smart City Ecosystem” โดย ดร.นน อัครประเสริฐกุล ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ จาก depa เพื่อให้ผู้เข้าอบรมได้เรียนรู้กระบวนการคิดเชิงออกแบบในการสร้างระบบนิเวศเมืองอัจฉริยะ

หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 6 จะดำเนินการจัดอบรมอย่างต่อเนื่องในวันที่ 11, 12, 18, 19, 20, 25 และ26 พฤษภาคม พร้อมทั้งเข้าร่วมศึกษาดูงานจากสถานที่จริง เช่น ศูนย์บัญชาการกรุงเทพมหานคร (BMA Command Center), ศูนย์ปฏิบัติการน้ำอัจฉริยะ-SWOC, และ Huawei Technology (Thailand) เป็นต้น เพื่อสานต่อภารกิจการพัฒนาผู้นำเมืองให้พร้อมรับมือกับความท้าทายและสร้างสรรค์เมืองอัจฉริยะน่าอยู่ให้เกิดขึ้นจริงทั่วประเทศต่อไป
Posted on 19 พฤษภาคม 2026 by writer

พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุข กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส รับมอบเงินบริจาคจาก นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัทชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ “POP” สานต่อโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 เพื่อร่วมสนับสนุนการดำเนินงานโครงการให้ ๑ ได้ ๒ โรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส โดยมี นางสาวอักษรา พฤติสุนากร ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายบุคลากรและงานธุรการโรงเรียนพระดาบส และ ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ ร่วมด้วย ณ ทำเนียบองคมนตรี เมื่อเร็วๆนี้
Posted on 14 พฤษภาคม 2026 by writer

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) โดย ดร.จักกนิตต์ คณานุรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมการพัฒนากำลังคนดิจิทัล และผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ที่ปรึกษาหลักสูตรฯ ดำเนินการหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่9 อย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเสริมศักยภาพผู้นำองค์กรให้มีความเข้าใจครอบคลุมทั้งด้าน Cloud, AI, Innovation, Cybersecurity และความยั่งยืน อีกทั้งยังเน้นเรื่องการพัฒนากำลังคนดิจิทัล ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

โดยครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก คุณวัตสัน ถิรภัทรพงศ์ Country Manager, Amazon Web Services (AWS) Thailand ต้อนรับคณะผู้บริหารหลักสูตรฯ Digital CEO รุ่นที่9 พร้อมถ่ายทอดแนวคิดวัฒนธรรมองค์กรในการสร้างนวัตกรรมของ Amazon ภายใต้หัวข้อ“Decoding Amazon’s Culture of Innovation” ต่อด้วยการบรรยายหัวข้อ “Future of the Cloud in Thailand” โดย คุณฐิติมา รุ่งผาติ Business Lead, Government Industry, Amazon Web Services (AWS) Thailand นอกจากนี้ ในช่วงบ่ายรับฟังการบรรยายหัวข้อ “Strategic Leadership for Digital Transformation with AI Technologies” โดย คุณประดิษฐ์ มหาศักดิ์ศิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการฝ่ายงานพัฒนาธุรกิจเกิดใหม่ บริษัท DENSO International Asia Co., Ltd. ซึ่งสะท้อนบทบาทของผู้นำองค์กรในการขับเคลื่อน Digital Transformation ด้วย AI ก่อนเข้าสู่หัวข้อ “AI Transformation: พลิกโฉมองค์กรยุคดิจิทัล” พร้อมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ โดย คุณโชค วิศวโยธิน CEO, The Magic Wand AI และเป็นผู้ก่อตั้งกลุ่ม AI เพื่อธุรกิจและสังคม ที่เปิดมุมมองการนำ AI ไปประยุกต์ใช้จริงในกระบวนการทำงานขององค์กร เน้นเรื่องการพัฒนากำลังคนดิจิทัล ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
Posted on 25 เมษายน 2026 by writer

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ดำเนินการอบรม หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 9 อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับความร่วมมือจากบริษัทชั้นนำและผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ ถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกเพื่อยกระดับศักยภาพผู้บริหารไทยให้พร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลอย่างแท้จริง

การอบรมครั้งนี้นำโดย ผศ.(พิเศษ) ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ที่ปรึกษาหลักสูตรฯ พร้อมคณะผู้บริหารหลักสูตรฯ Digital CEO รุ่นที่ 9 เข้าศึกษาดูงาน ณ CDG GROUP โดยได้รับเกียรติจากคุณทวีศักดิ์ นิลวัชรมณี President บริษัท คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น จากนั้นคุณวิทวัท กันยารอง Vice President – Digital Excellence บริษัท คอนโทรล ดาต้า (ประเทศไทย) จำกัด บรรยาย “กรณีศึกษา The Future Digital Citizen Services” ก่อนเข้าสู่การเรียนรู้ด้านภูมิสารสนเทศในหัวข้อ “Geospatial Big Data, GIS and Applications” โดย คุณจนิษฐ์ ประเสริฐยูรณะกุล Senior Vice President – Aerospace Mapping & Senior Technical Consultant บริษัท จีไอเอส จำกัด นอกจากนี้ CDG Group ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้เข้าอบรมได้ศึกษานวัตกรรมผ่านการเยี่ยมชมบูธและโชว์เคสที่น่าสนใจ ก่อนที่ในช่วงบ่ายจะเข้าสู่การบรรยาย “การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม” โดย คุณกำพล โชคสุนทสุทธิ์ นายกสมาคมส่งเสริมดิจิทัลเพื่อการเกษตรและอุตสาหกรรม (DPAI) และต่อด้วยหัวข้อ “The Next Frontier of Sustainable Finance: Tokenized Carbon Credit and Green Investment” โดย ดร.วิชัย ณรงค์วณิชย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)

Posted on 25 เมษายน 2026 by writer
การพัฒนาเด็กในช่วงปฐมวัยถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเป็น “จุดเริ่มต้นที่สำคัญของชีวิต” หากเด็กได้รับการส่งเสริมอย่างเหมาะสม ย่อมเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ ทั้งด้านความรู้ ความคิด และการใช้ชีวิตในสังคม เด็กๆเรียนรู้โลกผ่านประสาทสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการมองเห็น การได้ยิน การสัมผัส หรือการเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตามยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่มีความต้องการด้านการเรียนรู้เป็นพิเศษ เช่นเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา และกลุ่มออทิสติก ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลและพัฒนาอย่างเหมาะสม โดยพบว่าในอดีตเด็กออทิสติกอาจพบได้น้อย แต่ปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับข้อมูลการศึกษาทางระบาดวิทยาในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา พบว่าความชุกเฉลี่ยประมาณ 4.8 คนต่อประชากร 2,000 คน

ทั้งนี้ ข้อมูลจากกลุ่มงานฟื้นฟูสมรรถภาพ สถาบันราชานูกุล ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ให้บริการทางด้านกิจกรรมบำบัดในเด็กที่มีปัญหาด้านสติปัญญาและพัฒนาการล่าช้า มีผู้ที่ภาวะออทิสติกเพิ่มขึ้น จำนวนเฉลี่ยเดือนละ 30 ราย ซึ่งเด็กที่มีภาวะออทิสติกจะมีปัญหาหลักๆ ด้วยกัน 3 ด้าน ได้แก่ 1.) พัฒนาทางภาษาล่าช้า 2.) พัฒนาทางสังคมช้า และ3.) พฤติกรรมซ้ำที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและการเรียนรู้ของเด็กออทิสติก (รายงานวิจัยเรื่อง “ผลของการบำบัดรักษาทางกิจกรรมบำบัดโดยใช้เทคนิค สโนซีเล็น ที่มีต่อการลดพฤติกรรมซ้ำในเด็กออทิสติกของสถาบันราชานุกูล, 2554 ) และเด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา มักเผชิญกับภาวะความผิดปกติของการบูรณาการประสาทสัมผัส ซึ่งส่งผลต่อการควบคุมอารมณ์ สมาธิ และพฤติกรรมการเรียนรู้ “ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กพิเศษคือ ปัญหาการบกพร่องทางการทำงานของสมองด้านประสาทสัมผัสทั้ง 7 (มองเห็น, ได้ยิน, สัมผัส, ได้กลิ่น, รับรส, ทรงตัว, ข้อต่อ) ซึ่งเปรียบได้ว่าเป็นฐานอันดับล่างสุดของการพัฒนาศักยภาพเด็กที่มีความบกพร่อง ส่งผลให้เด็กไม่สามารถพัฒนาไปสู่ขั้นต่อไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทำให้ส่งผลออกมาในด้านการแสดงออก การควบคุมอารมณ์ และการเคลื่อนไหวได้” (น.ส.กนกนุช ป้อมน้อย: การออกแบบพื้นที่ปรับสภาพแวดล้อมเพื่อกระตุ้นการรับรู้ประสาทสัมผัสของเด็กพิเศษ(กรณีศึกษาโรงเรียนอนุบาลรัตนบุรี จ.สุรินทร์) 2561)
โดยเด็กในกลุ่มนี้มี ต้องการการเรียนรู้ที่แตกต่างออกไปจากเด็กปกติทั่วๆไป เพื่อให้เกิดการเริ่มต้นพัฒนาอย่างถูกวิธีตั้งแต่ต้นก็จะสามารถช่วยให้เขาได้พัฒนาได้ดียิ่งขึ้น ทั้งด้านสมาธิ อารมณ์ และพฤติกรรมการเรียนรู้ในระยะยาวต่อไป และด้วยความจำเป็นและความต้องการที่แตกต่าง “ห้อง Sensory Stimulation Room” จึงเกิดขึ้นโดยโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ซึ่งเปิดสอนในระดับชั้นประถมศึกษาถึงระดับชั้นมัธยมศึกษา

นางสาววรรณวนัช กันพรม ผู้จัดการโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ เผยถึงความสำคัญและความจำเป็นของห้อง “Sensory Stimulation Room” หรือห้องกระตุ้นประสาทสัมผัสต่างๆ ของเด็ก เช่น การมองเห็น แสง สี การฟังเสียง การสัมผัสเนื้อผิวต่างๆ รวมถึงการเคลื่อนไหวของร่างกาย โดยใช้อุปกรณ์เฉพาะทางที่ช่วยให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการเล่นและประสบการณ์ตรง ทั้งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กในหลายด้าน โดยเฉพาะสำหรับเด็กที่มีปัญหาเรื่องพัฒนาการล่าช้า หรือความต้องการพิเศษ ผ่านการเล่นที่สนุก การเล่นของเล่นต่างๆ อุปกรณ์กระตุ้นประสาทสัมผัส และอุปกรณ์ฝึกทักษะการทรงตัว ในกิจกรรมทั้งหมดนี้อยู่ภายในกรอบของ Sensory Integration โดยนักกิจกรรมบำบัดจะจัดกิจกรรมเพื่อกระตุ้นให้เด็กๆ ทำกิจกรรมด้วยตนเองให้มากที่สุด ออกแบบสภาพแวดล้อมให้เป็น “พื้นที่ปลอดภัย” ที่เด็กสามารถเรียนรู้ผ่านการเล่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ สู่การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้

พร้อมกันนี้ ห้องกระตุ้นประสาทสัมผัส (Sensory Stimulation Room) มีความสำคัญในการส่งเสริมพัฒนาการของเด็กพิเศษอย่างรอบด้าน ทั้งการกระตุ้นการเรียนรู้และสมาธิ ช่วยให้เด็กสามารถจดจ่อและเข้าใจสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น การฝึกควบคุมตนเองและจัดการอารมณ์ได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนการพัฒนาทักษะด้านร่างกายและภาษา ทั้งกล้ามเนื้อมัดเล็ก มัดใหญ่ การทรงตัว และการสื่อสาร นอกจากนี้ ยังเป็นพื้นที่ที่ช่วยให้เด็กเกิดความผ่อนคลาย ลดพฤติกรรมก้าวร้าว และเป็น พื้นที่ปลอดภัย” (Safe Zone) สำหรับการเรียนรู้ ปัจจุบันห้องดังกล่าวจะรองรับเด็กที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษในความดูแลของโรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ จำนวน 170 คน โดยเด็กๆ จะได้เรียนรู้ผ่านอุปกรณ์มาตรฐานที่ออกแบบมาเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 7 ด้าน ควบคู่กับกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างการรับรู้ การควบคุมอารมณ์ และพัฒนาการทางร่างกายอย่างเหมาะสม อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ สร้างความสนุกสนาน และเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่สงบและปลอดภัย ที่เป็นพื้นฐานสำคัญต่อการพัฒนาเด็กอย่างยั่งยืน
และยังได้รับเกียรติจากเซเลปสาวที่มีจิตกุศล ได้ช่วยเหลือเด็กพิเศษเหล่านี้เสมอมา…

คุณน้ำอบ – ม.ล. อรณิช กิติยากร กล่าวถึงความสำคัญของการให้ว่า อาจเริ่มต้นจากสิ่งเล็ก ๆ แต่สามารถเปลี่ยนชีวิตใครบางคนได้อย่างยิ่งใหญ่ น้ำอบขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสนับสนุนการสร้างห้องกระตุ้นประสาทสัมผัส (Sensory Stimulation Room) นี้เพื่อให้น้องๆเด็กพิเศษได้มีพื้นที่ในการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพอย่างเหมาะสม เพราะทุกโอกาสที่เรามอบให้ คือก้าวสำคัญของอนาคตพวกเขา เชื่อว่าเด็กทุกคนควรได้รับโอกาสในการเติบโตอย่างเท่าเทียม ห้องพัฒนาการเด็กพิเศษจึงเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นสำคัญ ที่จะช่วยเสริมสร้างพัฒนาการ ทักษะและความมั่นใจให้กับเด็กๆ ขอเป็นอีกหนึ่งเสียงในการเชิญชวนทุกท่านร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการให้ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าไปพร้อมกันนะคะ”

ทั้งนี้ โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่าน ร่วมเป็นพลังสำคัญในการ “เปลี่ยนโอกาสเล็กๆ ให้กลายเป็นอนาคตที่ยิ่งใหญ่” ของน้องๆ ร่วมบริจาคเงินพัฒนาห้อง Sensory Stimulation Room หรือสิ่งของจำเป็นต่างๆ ได้ที่ ธนาคารกรุงไทย เลขที่บัญชี 591-6-00135-5 ชื่อบัญชี “โรงเรียนเด็กพิเศษคุณพ่อเรย์” หรือผ่านระบบ e-Donation ซึ่งสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 092-739-0990
“เพราะทุกการให้ของคุณ…คือพลังที่ทำให้เด็กพิเศษได้เติบโตอย่างยั่งยืนและเท่าเทียม”
Posted on 11 เมษายน 2026 by writer

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เดินหน้าดำเนินการหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 9 อย่างต่อเนื่อง มุ่งยกระดับศักยภาพผู้บริหารระดับสูงให้พร้อมรับการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชนและผู้เชี่ยวชาญชั้นนำ ถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกทั้งด้าน Agentic AI, Frontier Transformation ณ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด อาคาร One Bangkok ทาวเวอร์4 ถนนวิทยุ เมื่อเร็วๆนี้

โดย คุณชนิกานต์ โปรณานันท์ รองกรรมการผู้จัดการ สายงานกลุ่มธุรกิจภาครัฐ ภาคการศึกษา และสาธารณสุข กล่าวต้อนรับ จากนั้นผู้เข้าอบรมได้รับฟังหัวข้อ “AI Showcases” โดย คุณดนัย เทพธนวัฒนา Senior Account Tech Strategist บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด ถ่ายทอดศักยภาพของ AI รุ่นใหม่และตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในภาคธุรกิจหลากมิติ ต่อเนื่องด้วยหัวข้อสำคัญ “Frontier Transformation” โดย คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไมโครซอฟท์ ประเทศไทยและตลาดใหม่ ให้ภาพรวมแนวโน้มเทคโนโลยีแนวหน้าและการประยุกต์ใช้ ทั้ง AI และ Agentic AI และหัวข้อ “Agentic AI Trinity: Intelligence, Security and Governance” โดย คุณเชาวลิต รัตนกรไกรศรี รองกรรมการผู้จัดการ สายงานโซลูชันองค์กร อธิบายกรอบคิดการใช้ Agentic AI อย่างรับผิดชอบ ครอบคลุมความฉลาด ความมั่นคงปลอดภัย และธรรมาภิบาลดิจิทัล

จากนั้นผู้เข้าอบรมได้ต่อยอดเชิงปฏิบัติการกับ “AI Transformation Framework: กรอบแนวคิดและแนวปฏิบัติในการหาโอกาสใช้ Agentic AI เพื่อเปลี่ยนวิธีการทำงานและขับเคลื่อนองค์กร” โดย คุณปริญญ์ บุญดีสกุลโชค Managing Partner & CEO และทีมบริษัท ฟรอนทิส จำกัด ตามด้วยกิจกรรม AI Readiness Health Check และเวิร์กช็อป Agentic AI Use Case Ideation เพื่อร่วมกันออกแบบแนวทางการประยุกต์ใช้ AI ให้สอดคล้องกับโจทย์จริงของแต่ละองค์กร

ทั้งนี้ Digital CEO รุ่นที่ 9 ตอกย้ำภารกิจของ depa ในการพัฒนาผู้นำดิจิทัลไทยให้มีวิสัยทัศน์และความเข้าใจเทคโนโลยีสมัยใหม่อย่างรอบด้าน โดยเฉพาะ Agentic AI, Frontier Transformation และการทรานส์ฟอร์มดิจิทัลในทุกภาคส่วน อันจะนำไปสู่การขับเคลื่อนองค์กรและเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน