Archive | ข่าว

มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ร่วมกับ ธกส. ชวนคนไทยใจบุญ ช่วยน้องพิการได้อิ่มท้อง ช่วยชาวนามีรายได้…

มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ร่วมกับ ธกส. ชวนคนไทยใจบุญ ช่วยน้องพิการได้อิ่มท้อง ช่วยชาวนามีรายได้…

Posted on 20 พฤษภาคม 2022 by writer

239659589_1324879464637055_resize

              มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ  องค์กรสาธารณประโยชน์ที่ดำเนินงานด้านการศึกษาสำหรับคนพิการ โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ร่วมกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ( ธกส.)  จัดโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ… ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ”  เพื่อหาข้าวสารให้เพียงพอให้กับผู้พิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ รวมทั้งยังได้ช่วยเหลือชาวนาซึ่งขายข้าวสารโดยตรงถึงผู้บริโภคในราคายุติธรรม เผย! ทำบุญเพียงครั้งเดียวแต่ได้บุญถึงสองต่อ…  จึงขอเชิญชวนผู้ใจบุญทั่วประเทศร่วมบริจาคเงิน 300 บาท เพื่อซื้อข้าวสาร 10 กก. ธกส.ร่วมสมทบอีก 10 กก. ทันที!!! ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 มิถุนายนนี้ โดยผู้บริจาคจะได้รับใบเสร็จจากมูลนิธิฯ เพื่อนำไปลดหย่อนภาษีได้อีกด้วย…

             ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์ เลขาธิการ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เปิดเผยถึงโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ… ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ” ว่าได้รับการสนับสนุนจาก ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)  เพื่อรณรงค์หาข้าวสารสำหรับนักเรียนและนักศึกษาพิการของมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ให้ได้เพียงพอกับการบริโภคในระหว่างการพัฒนาทักษะการเรียนรู้และฝึกอาชีพ  เพื่อส่งเสริมและเพิ่มช่องทางจัดจำหน่ายข้าวสารของชาวนาไทยให้กับผู้บริโภคโดยตรงในราคาที่เหมาะสม สร้างวิถีสังคมแห่งการแบ่งปันและเห็นคุณค่าผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของชาวนาไทย

S__115605637-4_resize

“การสนับสนุนของ ธกส. ช่วยให้มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ สามารถช่วยเหลือให้คนพิการได้ต่อเนื่องในการพัฒนาทักษะทางการเรียนรู้และฝึกอาชีพสู่การมีงานทำ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น  นอกจากนี้ชาวนายังมีรายได้จากการขายผลิตผลและมีทุนในการทำนาอย่างต่อเนื่อง สามารถเลี้ยงดูตนเอง และครอบครัวได้ และที่สำคัญสังคมเกิดการแบ่งปันและตระหนักถึงความสำคัญของสินค้าทางการเกษตรของชาวนาไทยมากขึ้น”

             เป็นที่ทราบแล้วว่า มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการนั้น เป็นองค์กรสาธารณประโยชน์ด้านคนพิการโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ที่จัดการด้านศึกษาเพื่อให้คนพิการสู่การมีงานทำที่มีคุณค่ามากว่า 40 ปีซึ่งเป็นโรงเรียนประจำและดูแลทุกเรื่อง อาทิ ที่พัก อาหาร อุปกรณ์การศึกษา การจัดการศึกษา และกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีนักเรียน – นักศึกษาพิการและเจ้าหน้าที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิฯ กว่า 800 คน ปัจจุบันผู้บริจาคลดน้อยลงด้วยสภาวะต่างๆ จึงส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของนักเรียนพิการอย่างยากลำบาก จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือจากผู้มีจิตศรัทธาหรือผู้สนับสนุนในรูปแบบต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข้าวสารที่แต่ละปีใช้มากถึง 70 ตัน ดังนั้นโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ… ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ” ในครั้งนี้จึงเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับผู้พิการให้ได้อิ่มท้อง มีกำลังใจการดำเนินชีวิตต่อไป

277106675_1446805299111137_resize

          ด้านนายสมเกียรติ กิมาวหา รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) กล่าวว่า เป็นนโยบายของ ธกส. ที่ต้องการยกระดับชีวิตเกษตรกรไทยสู่สังคมที่ภาคภูมิ และมุ่งมั่นกับภารกิจพัฒนาชนบทภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรมีฐานะและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น จึงมุ่งมั่นต่อพันธกิจที่มีต่อเกษตรกรอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนเกษตรกรฯ ทั้งนี้การดำเนินโครงการ “ทำบุญรับปีเสือ…ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ” ในครั้งนี้เป็นการรณรงค์ให้ผู้มีจิตศรัทธาได้ร่วมทำบุญในปีใหม่ 2565 โดยการบริจาคข้าวสารหรือบริจาคเงินซื้อข้าวสาร สำหรับการบริโภคของนักเรียนและนักศึกษาพิการที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ  ซึ่งนอกจากจะทำให้มูลนิธิฯ มีข้าวสารที่เพียงพอสำหรับการดูแลคนพิการได้อย่างต่อเนื่องแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือชาวนาให้มีช่องทางการจำหน่ายข้าวสารที่ส่งตรงถึงผู้บริโภคในราคายุติธรรมโดยไม่ผ่านพ่อค้าคนกลาง ซึ่งถือได้ว่าเป็นการทำบุญเพียงครั้งเดียวแต่ได้บุญถึงสองต่อ ทั้งช่วยให้คนพิการได้มีโอกาสทางการศึกษาสู่การมีอาชีพที่ยั่งยืน และช่วยให้ชาวนาให้มีรายได้อีกด้วย

S__137691669_resize

             ท่านสามารถเข้าร่วม โครงการ “ทำบุญรับปีเสือ…ช่วยชาวนา เลี้ยงคนพิการ” ได้ด้วยการบริจาคข้าวสารโดยตรงที่มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ จังหวัดชลบุรี  หรือจะร่วมบริจาคเงินเพื่อซื้อข้าวสารได้ที่ธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชีมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เลขที่บัญชี 342-3-04066-0  ซึ่งท่านบริจาคเงิน 300 บาท สามารถซื้อข้าวสารได้ 10 กก. และทาง ธกส.จะบริจาคข้าวสารสมทบให้อีก 10 กก. ทันที ตั้งแต่วันนี้จนถึง 30 มิถุนายน 2565 นี้ ซึ่งผู้มีจิตศรัทธาที่บริจาคเงินเพื่อซื้อข้าวสาร หรือบริจาคข้าวสารจจะได้รับใบเสร็จการซื้อข้าวสารจากมูลนิธิพระมหาไถ่ฯ สามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้  ส่วนผู้มีจิตศรัทธาสนใจร่วมสนับสนุนโครงการในด้านอื่น ๆ โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02 572 4042  ต่อ 8300 หรือ 089 936 7598

ปิดความเห็น บน มูลนิธิพระมหาไถ่ฯ ร่วมกับ ธกส. ชวนคนไทยใจบุญ ช่วยน้องพิการได้อิ่มท้อง ช่วยชาวนามีรายได้…

ครั้งแรกในรอบ 2 ปี นิวซีแลนด์เปิดรับนักเรียนต่างชาติเต็มรูปแบบ 31 ก.ค.นี้

ครั้งแรกในรอบ 2 ปี นิวซีแลนด์เปิดรับนักเรียนต่างชาติเต็มรูปแบบ 31 ก.ค.นี้

Posted on 18 พฤษภาคม 2022 by writer

ENZ_Game on Golf_IMG_1866_resize

          ใครมีแผนเรียนต่อนิวซีแลนด์เตรียมเลย นับเป็นครั้งแรกในรอบ 2 ปี ที่รัฐบาลนิวซีแลนด์จะเปิดรับนักเรียนต่างชาติเต็มรูปแบบ  31 ก.ค.นี้ โดยมีรายงานข่าวจากหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ Education New Zealand (ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ประจำเทศไทย แจ้งว่า นายคริส ฮิปกินส์ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ของนิวซีแลนด์ ได้ประกาศเปิดพรมแดนรับนักเรียนต่างชาติเต็มรูปแบบ  เตรียมเปิดให้นักเรียนต่างชาติ รวมถึงนักเรียนไทยสามารถทำวีซ่าไปเรียนต่อที่นิวซีแลนด์ได้ตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคม 2565 เป็นต้นไป ซึ่งเร็วกว่ากำหนดเดิมที่กำหนดไว้ในเดือนตุลาคม 2565 

          นายคริส ฮิปกินส์ รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ของนิวซีแลนด์ เปิดเผยว่า นิวซีแลนด์กำลังเปิดรับนักศึกษาต่างชาติอย่างเต็มที่รูปแบบอีกครั้งและรัฐบาลนิวซีแลนด์ก็ความมุ่งมั่นที่จะช่วยส่งเสริมและเสริมสร้างภาคเศรษฐกิจส่วนนี้ โดยในช่วง 2-3 ปีผ่านมาภาคการศึกษานานาชาติของนิวซีแลนด์ได้มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง  เพื่อให้พร้อมต้อนรับนักศึกษาต่างชาติ ซึ่งแสดงออกถึงความมุ่งมั่นอย่างแรงกล้าของรัฐบาลนิวซีแลนด์ที่มีต่อนักเรียนต่างชาติ และสร้างการศึกษาระดับนานาชาติในนิวซีแลนด์ให้มีคุณภาพสูงระดับโลก

          “ก่อนที่จะเกิดโรคระบาดโควิด 19 ภาคการศึกษานานาชาติของนิวซีแลนด์มีมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ การกลับมาเปิดภาคการศึกษานานาชาติในเร็วๆ นี้ เป็นข่าวอันดียิ่งกับสถาบันการศึกษา มหาวิทยาลัย สถาบันเทคโนโลยีและโพลีเทคนิค  รวมถึงโรงเรียนในทุกระดับชั้น โรงเรียนสอนภาษาอังกฤษ และสถานฝึกอบรมต่างๆ โดยปัจจุบันนิวซีแลนด์พร้อมเปิดรับนักเรียนต่างชาติเดินทางมาศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์ 5,000 คน และตั้งแต่วันที่ 31 กรกฎาคมเป็นต้นไป นักศึกษาต่างชาติทุกคนที่ผ่านเกณฑ์การรับเข้าเรียนต่อสามารถสมัครเรียนต่อและทำวีซ่านักเรียนได้อย่างเต็มรูปแบบ ถึงเวลาแสดงให้โลกเห็นแล้วว่า นิวซีแลนด์เปิดกว้างสำหรับการศึกษาและเรายินดีต้อนรับนักเรียนต่างชาติกลับมา”

ENZ_5079_OULC_3583

          นายคริส ฮิปกินส์ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า  “นิวซีแลนด์ได้ปรับปรุงเกณฑ์สำหรับการทำวีซ่านักเรียนต่างชาติ เพื่อให้แน่ใจว่านิวซีแลนด์กำลังสร้างภาคการศึกษาระดับนานาชาติที่แข็งแกร่ง การศึกษานิวซีแลนด์ได้รับการยกย่องในระดับสากลว่า เป็นสถานที่ที่นักเรียนต้องการมาเรียน เราได้นำเสนอหลักสูตรการศึกษาชั้นนำของโลก สถานที่เรียนที่ปลอดภัยและเป็นมิตร รวมทั้งชื่อเสียงในความหลากหลายทางวัฒนธรรมและความมีส่วนร่วมในทุกภาคส่วน อีกทั้งเรายังต้องการให้แน่ใจว่า นักเรียนต่างชาติจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการศึกษาที่นี่และสามารถก้าวไปสู่การทำงานที่สำคัญได้ การเปลี่ยนแปลงที่รัฐบาลประกาศครั้งนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่า นักเรียนเหล่านี้ได้รับการศึกษาเต็มที่ คุ้มค่าเงินที่จ่ายไป และช่วยเติมเต็มช่องว่างด้านทักษะ และมีส่วนสนับสนุนต่อเศรษฐกิจ”

          รัฐบาลนิวซีแลนด์ได้ยืนยันว่า นักเรียนต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในระดับประถมศึกษาสามารถสมัครเรียนที่นิวซีแลนด์ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งนี่เป็นอีกกลุ่มที่การศึกษานิวซีแลนด์ให้ความสำคัญและต้องการให้ศึกษาต่อในนิวซีแลนด์ต่อไป

          นอกจากนี้ กระทรวงศึกษาธิการของนิวซีแลนด์ ยังได้เริ่มต้นกระบวนการปรับปรุงกลยุทธ์การศึกษานานาชาตินิวซีแลนด์ปี 2022-2030 เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่ง การทำงานร่วมกับทุกภาคส่วน โดยมุ่งเน้นที่การนำเสนอการศึกษาระดับนานาชาติที่มีมูลค่าสูงและส่งเสริมนวัตกรรมทางการศึกษามากขึ้นสำหรับนักเรียนนิวซีแลนด์และนักเรียนต่างชาติ ทั้งในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเรียนด้วยตนเองในสถานที่เรียน เรียนทางออนไลน์ หรือการเรียนกับสถาบันนิวซีแลนด์ในประเทศของตัวเอง ทั้งสิ้นเพื่อผลประโยชน์สูงสุดที่นักศึกษาต่างชาติจะได้รับ

          นิวซีแลนด์เป็นประเทศที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติว่ามีระบบการศึกษาที่มีคุณภาพสูงติดอันดับต้นๆของโลกและได้รับการยอมรับด้านระบบการศึกษาที่เหมาะแก่การเรียนรู้สู่อนาคต (future-focused education) โดยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1  ในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก จากการจัดอันดับของ Worldwide Educating for the Future Index 2019 โดย The Economist Intelligence Unit  ทำให้นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายปลายทางด้านการศึกษานานาชาติชั้นนำของโลกโดยในแต่ละปีมีนักเรียนนานาชาติจากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก และในปี 2019 ก่อนเกิดโรคระบาดโควิด 19 มีนักเรียนต่างชาติกว่า 118,000 คนเรียนในนิวซีแลนด์ รวมถึงนักเรียนไทย ในปี 2019 มีนักเรียนไทยศึกษาอยู่ในนิวซีแลนด์กว่า 3,000 คน

ปิดความเห็น บน ครั้งแรกในรอบ 2 ปี นิวซีแลนด์เปิดรับนักเรียนต่างชาติเต็มรูปแบบ 31 ก.ค.นี้

เปิดประวัติ ๙ ครูดีเด่นรางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปี 2565

เปิดประวัติ ๙ ครูดีเด่นรางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปี 2565

Posted on 18 พฤษภาคม 2022 by writer

          สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของการศึกษาว่า จะเป็นตัวช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความเป็นอยู่ดีขึ้น ทุกครั้งที่โดยเสด็จสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีออกหน่วยแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.)  พระองค์จึงมักเสด็จเยี่ยมโรงเรียนต่าง ๆ เพื่อสอบถามถึงแนวทางการเรียนการสอนและพระราชทานกำลังใจแก่บุคลากรครูอยู่เสมอ

          ทั้งยังได้เคยเสด็จเยี่ยมศูนย์การเรียนรู้ ชุมชนชาวไทยภูเขา (ศศช.) บ้านพอกะทะ อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ในปี 2542   และโปรดให้นายบุญธันว์ มหาวรรณ์ ประธานโครงการพระเมตตาสมเด็จย่า นำคณะครู กศน.เข้าเฝ้าด้วย  รวมทั้งโรงเรียน กศน.อนๆอีกด้วย

001

          หลังจากที่สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชนม์ ในปี พศ.2551  โครงการพระเมตตาสมเด็จย่าได้ก่อตั้งโครงการครูดีเด่น “รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์”  ขึ้นในปี พ.ศ.2552 เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติ เป็นขวัญกำลังใจให้แก่ครูที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละความสุขส่วนตัว โดยคัดเลือกครูจาก 3 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) หน่วยงานละ 3 รางวัล  โดยพิธีการมอบ“รางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” กำหนดเป็นวันที่ 6 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งเป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ

          ในปี 2565 นี้ คณะกรรมการได้พิจารณาคัดเลือกครู 9 คนจาก 3 หน่วยงานดังกล่าวเป็นผู้ได้รับรางวัลครูเจ้าฟ้าฯ ดังนี้

ครูสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.)  ได้แก่

004

          นายนิวัฒน์  เงินงามมีสุข อายุ 46 ปี ครูผู้ช่วยศูนย์การเรียนชุมชนไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านมอโก้คี ต.แม่อุสุ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก  อุทิศตนสอนหนังสือ และช่วยเหลือชุมชนบนที่สูงทุรกันดาร มานานกว่า 21 ปี เป็นครูที่มีความสามารถในการพัฒนาชุมชนบนพื้นที่สูง ช่วยปลูกฝังความรู้ และช่วยเหลือชุมชน ให้มีการอนุรักษ์ป่าชุมชนโดยรอบอย่างยั่งยืน สร้างองค์ความรู้ จัดทำวีดีทัศน์ขยายผลสู่ สาธารณชน และสื่อ Social Media  ส่งเสริมการเรียนการสอนของนักเรียนชนเผ่าบนพื้นที่สูงให้สามารถแข่งขันจนชนะเลิศรางวัลการแข่งขันทักษะวิชาการ การประดิษฐ์ และงานกิจกรรมต่างๆ ใน อ.ท่าสองยาง จ.ตาก เป็นแรงบันดาลใจให้ลูกศิษย์ที่เคยสอน กลับมาช่วยพัฒนาชุมชน และหมู่บ้านบนพื้นที่สูงหลายราย

005

          นายราชัน  ติญานันต์ อายุ 49 ปี ครูอาสาสมัครศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขาแม่ฟ้าหลวง บ้านผาแดงบน ต.ร่มเย็น  อ.เชียงคำ  จ.พะเยา ปฏิบัติหน้าที่ในถิ่นทุรกันดารบนดอยสูงมากกว่า 23 ปี มีความสามารถในการบูรณาการเรียนรู้หนังสือ ควบคู่กับกิจกรรมพัฒนาอาชีพ  มีการจัดทำข้อมูลเรียนรู้รายบุคคล และแผนการจัดการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Individual Implementation Plan: IIP) เป็นผู้ริเริ่ม และประสานหน่วยงานภาคีเครือข่าย ส่งเสริมให้ชุมชนทำการเกษตรแบบอินทรีย์ ทดแทนการใช้สารเคมี เพื่อสร้างอาชีพที่ยั่งยืนให้กับชุมชน เช่น การปลูกองุ่นไร้เมล็ด และการปลูกผักอินทรีย์ในโรงเรือน  ส่งเสริมการอนุรักษ์ป่าต้นน้ำ  รณรงค์ให้ชาวบ้านลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเพื่อรักษาแหล่งต้นน้ำให้กับชุมชนอย่างยั่งยืน ศิษย์ที่เคยสอนจำนวนมากกลับมาช่วยพัฒนาชุมชนบ้านเกิด เคยได้รับรางวัล ครู ศศช.ดีเด่น ประจำปี 2563 และรางวัลครูอาสาสมัคร ศศช.ดีเด่น ด้านการพัฒนาอาชีพบนพื้นที่สูง ประจำปี 2564 จากสำนักงาน กศน.จังหวัดพะเยา

006

          นางอาอัยเสาะ  ดาจูดา อายุ 42 ปี ครูชำนาญการพิเศษศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย ต.เบตง  อ.เบตง  จ.ยะลา อุทิศตนสอนหนังสือให้กับผู้เรียน กศน.ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มานานกว่า 19 ปี เป็นครูผู้พัฒนานวัตกรรมการส่งเสริมการเรียนรู้ภาษาไทยรูปแบบโมเดลเบตงฮูลู และสามารถขยายผลการสอนไปยังพื้นที่ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้สู่โครงการฝึกทักษะอาชีพ เรื่อง กาแฟโบราณเบตง สู่ กศน. Premium ภายใต้แบรนด์ ONIE เป็นต้นแบบของการสร้างแบรนด์สินค้าของชุมชนระดับประเทศ เป็นครูต้นแบบการจัดการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถขับเคลื่อนศูนย์การเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงด้านการศึกษาสู่ชุมชนอย่างเป็นที่ประจักษ์จนได้รับรางวัลครูดีเด่น “คนดีศรีเสมา จชต.” ด้านการส่งเสริมการศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ประจำปี 2564 จาก ศปบ.จชต. กระทรวงศึกษาธิการ  ปัจจุบันลูกศิษย์ที่เคยสอนยังกลับมาเป็นผู้นำและช่วยพัฒนาชุมชนบ้านเกิดเป็นจำนวนมาก และได้รับรางวัลหนึ่งแสนครูดีปี 2554 จากคุรุสภา

ครูสังกัดหน่วยงาน กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ได้แก่

007

          พันตำรวจตรีพัฒณศักดิ์  พัฒนพงศ์ศา อายุ 50 ปี ครูใหญ่โรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านป่าหมาก ต.ศาลาลัย  อ.สามร้อยยอด  จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นครูสอนหนังสือให้กับนักเรียนผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลมานานกว่า 27 ปี สามารถพัฒนางานเกษตร และปศุสัตว์ของโรงเรียนให้เพียงพอต่อการประกอบอาหารกลางวันให้นักเรียนทั้งโรงเรียน และสามารถขยายผลไปสู่ชุมชนอย่างมีประสิทธิภาพ เป็นผู้ส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนในการงานอาชีพ เช่น การส่งเสริมงานเกษตรครบวงจร จนถึงการจัดทำบัญชีครัวเรือน และส่งเสริมอาชีพเพิ่มเติม เช่น การแปรรูปกาแฟ การแปรรูปกล้วย ริเริ่มโครงการกาแฟคั่วโอ่ง เป็นนวัตกรรมการคั่วกาแฟที่ได้มาตรฐาน มีการควบคุมคุณภาพ และประหยัดต้นทุนดำเนินงานโดยนักเรียน และสามารถขยายผลไปสู่งานอาชีพของชุมชน ศิษย์ที่ครูเคยสอนปัจจุบันสำเร็จการศึกษากลับมาร่วมพัฒนาภูมิลำเนาที่อยู่ในพื้นที่ทุรกันดารจำนวนมาก

008

          ดาบตำรวจสมบัติ  แก้วสะอาด อายุ 40 ปี ครูผู้สอนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนบ้านปิล๊อกคี่ ต.ปิล๊อก  อ.ทองผาภูมิ  จ.กาญจนบุรี อุทิศตนสอนหนังสือให้นักเรียนในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลของจังหวัดกาญจนบุรี มากว่า 13 ปี  สามารถสอนงานด้านการเกษตร และปศุสัตว์ให้กับนักเรียน และสามารถขยายผลสู่ชุมชนอย่างเป็นที่ประจักษ์ สามารถในการจัดการเรียนการสอนวิชาคณิตศาสตร์ ให้กับนักเรียน ชั้น ป.4–6 ส่งผลให้คะแนนการทดสอบระดับชาติ O–NET ปี 2563 วิชาคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้น ป.6 สูงกว่าค่าเฉลี่ยของโรงเรียนในระดับประเทศ  เป็นผู้ประสานหน่วยงานภายนอก และเครือข่ายในการร่วมพัฒนาโรงเรียน และชุมชน  เช่น กรมส่งเสริมการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง เพื่อจัดหา และมอบพันธุ์พืช ไม้ผล พันธุ์สัตว์ ให้กับชาวบ้านในชุมชนจนเป็นที่รักยิ่งของชาวบ้านในชุมชน เคยได้รับรางวัล ข้าราชการตำรวจที่ประพฤติปฏิบัติดีเยี่ยมตามประมวลจริยธรรม และจรรยาบรรณของตํารวจ ประจำปี 2562 และ 2563 จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

009

          ดาบตำรวจหญิงกาญจนา  เขาแดง อายุ 44 ปี ครูผู้สอนโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนมหาราช 1ต.เขาแดง  อ.สะบ้าย้อย  จ.สงขลา อุทิศตนสอนหนังสือในพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคใต้มานานกว่า 21 ปี สามารถสอนงานด้านส่งเสริมสหกรณ์ในโรงเรียน จนได้รับการยกย่องให้เป็นโรงเรียนส่งเสริมสหกรณ์ดีเด่นต่อเนื่องกว่า 10 ปี และการขยายผลงานด้านสหกรณ์ และการออมทรัพย์ ไปสู่ชุมชนอย่างที่ประจักษ์ พัฒนาโรงเรียนให้เป็นศูนย์บริการความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียงมีฐานการเรียนรู้ 8 ด้านให้ชุมชนสามารถมาศึกษาเรียนรู้ เคยได้รับรางวัลครูดีเด่น ประจำปี 2564 จากกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 43 ปัจจุบันลูกศิษย์สำเร็จการศึกษากลับมาเป็นครู  ตำรวจ และข้าราชการ ในภูมิลำเนาจำนวนมาก

ครูสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้แก่

010

          นายเสกสรร  ศรีแสวง อายุ 50 ปี ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนบ้านห้วยหมีศรีสวัสดิ์  ต.เมืองแปง  อ.ปาย  จ.แม่ฮ่องสอน สอนหนังสือในพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลบนดอยสูง มากว่า 21 ปี เป็นครูผู้มีความสามารถในการริเริ่มนวัตกรรม STEM มาประยุกต์ใช้ในการเรียนการสอน และพัฒนาทักษะชีวิตของนักเรียน และชุมชนอย่างเป็นที่ประจักษ์  เป็นครูจิตอาสาช่วยสอนวิชาการ และทักษะอาชีพให้แก่หน่วยงานต่างๆ ในอำเภอปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน จนนักเรียนได้รับรางวัลยกย่องเชิดชูเกียรติจากการแข่งขันงานศิลปหัตถกรรมระดับเขตพื้นที่ ระดับจังหวัด  และระดับประเทศ เป็นประจำทุกปี    อย่างเป็นที่ประจักษ์ มีความสามารถในการประสานหน่วยงาน และเครือข่ายภายนอกเข้ามาพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน และอาคารต่างๆ ภายในโรงเรียน ได้รับการยกย่อง และได้รับรางวัลระดับประเทศจำนวนมาก

011

          นางกัลยา  แปดนัด อายุ 38 ปี ครูชำนาญการ โรงเรียนบ้านขอบด้ง  ต.ม่อนปิ่น  อ.ฝาง  จ.เชียงใหม่ เป็นครูผู้เสียสละสอนหนังสือ ให้กับผู้ด้อยโอกาส บนพื้นที่สูงภาคเหนือมานานกว่า 16 ปี  เป็นครูผู้ริเริ่มพัฒนาหลักสูตรท้องถิ่นหัตถกรรมชนเผ่าหญ้าอิบุแคที่เป็นพืชท้องถิ่นให้กับนักเรียน สร้างนวัตกรรมในการจัดการเรียนการสอน โดยใช้โครงงานหญ้าอิบุแคเป็นฐาน (Project – Based Learning) บูรณาการร่วมกับครูทั้ง 8 กลุ่มสาระวิชา  เป็นผู้สอนและแนะนำให้นักเรียนค้นคว้าหาข้อมูลการออกแบบผลิตภัณฑ์ สินค้าเครื่องประดับจากผู้ออกแบบระดับโลกทางอินเตอร์เน็ตเพื่อนำมาประยุกต์ในการออกแบบผลิตภัณฑ์หญ้าอิบุแคให้ตรงความต้องการของตลาดสมัยใหม่ และเป็นผู้พัฒนางานการขายสู่ร้านค้าขายของที่ระลึก และช่องทางการขายออนไลน์ สร้างรายได้เป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียน และชุมชน นักเรียนที่ครูสอนสามารถประกวดชนะเลิศอันดับ 1 เหรียญทอง การแข่งขันโครงงานอาชีพนักเรียนชั้น ป.4 – ป.6 งานศิลปหัตถกรรมนักเรียน ระดับเขตพื้นที่ ระดับภาค และระดับชาติ จำนวนมากจาก สพฐ.ตั้งแต่ปี 2557 – 2562 สามารถสร้างแบรนด์ของสินค้า (เส้นศิลป์) จากโรงเรียนสู่ชุมชน (Social Enterprise) และร่วมออกแบบพัฒนาบรรจุภัณฑ์ต่อยอดสู่สินค้ามูลค่าเพิ่มให้กับหญ้าอิบุแค

012

          นางสาวปิยะรัตน์  เสนีย์ชัย อายุ 45 ปี ครูชำนาญการ โรงเรียนนิคมพัฒนา 10  ต.มาโมง  อ.สุคิริน  จ.นราธิวาส อุทิศตนสอนหนังสืออยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ มากว่า 20 ปี เป็นครูสอนศิลปะที่สามารถสร้างนวัตกรรมการจัดการเรียนการสอนศิลปะให้กับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ ศิลปะบำบัดพัฒนาสมาธิ (Art Therapy, Development, Concentration)  และการจัดการเรียนรู้แบบสร้างสมาธิเสริมความรู้สู่ปัญญา (Concentration of Knowledge to Wisdom) สามารถสอน และพัฒนาจนนักเรียนชนะเลิศการแข่งขันประกวดศิลปะระดับภูมิภาค และระดับชาติจำนวนมาก อีกทั้งยังเป็นวิทยากรจิตอาสาด้านการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องด้านการเรียนรู้ของพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นผู้ถ่ายทอดงานศิลปะให้กับชุมชน สามารถต่อยอดไปสู่การประกอบอาชีพ เช่น การทำผ้ามัดย้อม งานย้อมสีผ้าบาติก และดอกไม้ประดิษฐ์   เป็นแรงบันดาลใจให้ลูกศิษย์ศึกษาต่อ และกลับมาเป็นครูสอนศิลปะ ในพื้นที่ทุรกันดารจำนวนมาก

          ทั้งนี้ผู้ที่ได้รับรางวัลทั้ง 9 คนจะได้รับโล่รางวัลครูเจ้าฟ้าฯ  ใบประกาศนียบัตร และเงินรางวัลคนละ 30,000.-บาท แต่เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 คณะกรรมการฯ จึงมีมติให้มอบเงินรางวัลแก่ครูที่ได้รับรางวัลก่อน และจะมีการมอบโล่รางวัลเพื่อเชิดชูเกียรติให้กับครูเจ้าฟ้าฯ ในภายหลังจากที่สถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติแล้ว

015

พิธีมอบรางวัลครูเจ้าฟ้า ครั้งที่ 11  ประจำปี 2562

          ครูเจ้าฟ้า ฯ ทั้ง 9 คนได้ทํางานด้วยความเสียสละ ไม่เพียงแค่ปฏิบัติหน้าที่สอนหนังสือ แต่ยังได้ให้ความช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสและชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารให้มีการดํารงชีวิตที่ดีขึ้น ช่วยให้ชุมชนมีการพัฒนาตนเองอย่างยั่งยืน และยังเป็นแรงบันดาลใจให้ลูกศิษย์หลายคนกลับมาช่วยพัฒนาบ้านเกิดเมื่อจบการศึกษาแล้วอีกด้วย ซึ่งสมควรได้รับการเผยแพร่คุณงามความดีและยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็นแม่พิมพ์และแบบอย่างการทําความดีในสังคมต่อไป

ปิดความเห็น บน เปิดประวัติ ๙ ครูดีเด่นรางวัลครูเจ้าฟ้ากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประจำปี 2565

6 ทักษะจำเป็นสู่ความสำเร็จในอนาคตยุคดิจิทัล

6 ทักษะจำเป็นสู่ความสำเร็จในอนาคตยุคดิจิทัล

Posted on 17 พฤษภาคม 2022 by writer

          พร้อมหรือยัง? กับการก้าวสู่ยุคที่โลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในทุกมิติ ทั้งทางสังคม เศรษฐกิจ การศึกษา และเทคโนโลยีที่นำพาทุกคนเข้าสู่โลกของดิจิทัล การปรับตัวให้รู้เท่าทันและไม่หยุดนิ่งที่จะเรียนรู้พัฒนาทักษะขีดความสามารถให้ก้าวทันสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง เพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่โลกอนาคต ย่อมได้เปรียบและมีโอกาสประสบความสำเร็จมากกว่าผู้ที่ไม่มีการเตรียมตัว

Prof. Guy Littlefair _resize

          “ทักษะสำหรับอนาคต” หรือ “Skills for the Future”  มีการพูดถึงกันมากในระยะหลัง มีบทความที่น่าสนใจของ ศาสตราจารย์ กาย ลิตเติ้ลแฟร์ (Professor Guy Littlefair) จาก Auckland University of Technology  ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำในรูปแบบการเรียนรู้ที่เป็นนวัตกรรมใหม่และสนับสนุนการเรียนรู้แบบลงปฏิบัติ ที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง และเป็นประเทศที่ได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 ในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการเตรียมนักเรียนให้พร้อมสำหรับอนาคตของการทำงาน

          ข้อมูลจาก ศาสตราจารย์ กาย ลิตเติ้ลแฟร์ ระบุว่า ผู้นำที่จะประสบความสำเร็จ จำเป็นต้องเป็นนักแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ มีทักษะแก้ไขปัญหาเชิงสร้างสรรค์, พัฒนาวิธีแก้ปัญหาที่ซับซ้อน, แสดงความเห็นอกเห็นใจ, มีทักษะในการจัดการผู้คนและการสื่อสาร รวมถึงวิธีจัดการกับวัฒนธรรมที่แตกต่างกันและการติดต่อในเวลาที่แตกต่างกันและวิธีการดำเนินธุรกิจในโลกยุคโลกาภิวัตน์ที่กำลังเผชิญกับความท้าทายที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะแก้ไขด้วยการทำงานอย่างโดดเดี่ยว ต้องมีความสามารถทำงานร่วมกันเป็นทีมและข้ามพรมแดนได้  ทั้งนี้ปรัชญาการเรียนรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับอนาคต (Skills for the Future) ต่อการแข่งขันในโลกดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ควรประกอบไปด้วย 6  ทักษะที่สำคัญ ได้แก่

          1.) ทักษะความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล  (DIGITAL CAPABILITY; Technology Design and Programming )

          – ทักษะความสามารถด้านเทคโนโลยีดิจิทัล มีความสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จในปัจจุบันและอนาคตเนื่องจากเทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงธุรกิจ การลงทุน และผู้มีอำนาจตัดสินใจ รวมถึงการแลกเปลี่ยนข้อมูลจำเป็นต้องมีธุรกิจ การเป็นพันธมิตรกับภาครัฐบาลและภาคธุรกิจเอกชน

          2.) ทักษะความสามารถด้านการสร้างแรงจูงใจ (MOTIVATIONAL SKILLS; Leadership, Management and Drive)

          – ทักษะการเป็นผู้นำจำเป็นต้องมีความมุ่งมั่นความทุ่มเท การจัดการและแรงผลักดัน

          3.) ทักษะความสามารถในการปรับตัว (ADAPTABILITY; Continuous Learning)

          – เป็นผู้เรียนรู้อย่างต่อเนื่องเรียนและเรียนรู้ไปตลอดชีวิต

          -การจะประสบความสำเร็จในอนาคตความสามารถในการเรียนรู้ในงานและชีวิตมีความสำคัญเท่าเทียมกัน

          -ในอนาคตแทนที่จะการเรียนรู้แบบปิด เราต้องมีการฝึกอบรมในรูปแบบขององค์กรเพื่อรองรับอุตสาหกรรมและธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ENZ_resize

          4.) ความเห็นอกเห็นใจ (EMPATHY; Respect, Intuition and Understanding)   

          – เคารพซึ่งกันและกัน การรู้โดยสัญชาตญาณและความเข้าใจซึ่งกันและกัน

          – มีความหลากหลายและวิธีการพูดคุยกับพนักงานและหัวหน้า หรือผู้บังคับบัญชา

          – ความเป็นผู้นำที่มีความเห็นอกเห็นใจ และมีความเข้าใจที่แท้จริง

          5.) ความอยากรู้อยากเห็น (CURIOSITY; Critical Thinking and Analysis)

          – การคิดอย่างมีวิจารณญาณและการวิเคราะห์

          – อย่ากลัวที่จะล้มเหลวครั้งใหญ่ แต่จงเรียนรู้ที่จะล้มเหลวอย่างรวดเร็ว

          – ความรู้ที่ได้รับจากการล้มเหลว จะเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในอนาคต

          6.) ทักษะความสามารถด้านการสื่อสาร (COMMUNICATION; Creativity, Originality and Initiative)

          – ความคิดสร้างสรรค์ ความคิดริเริ่มทำสิ่งใหม่ๆและแผนการดำเนินการเป็นส่วนสำคัญ ควรใช้เวลาในการทำความรู้จักกับสิ่งที่ทำอยู่ให้ชัดเจนเกี่ยวกับปัญหาก่อนที่จะลองลงมือแก้ไข การตั้งคำถามก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันที่จะต้องรู้ว่าอะไร ทำไม และอย่างไร

ปิดความเห็น บน 6 ทักษะจำเป็นสู่ความสำเร็จในอนาคตยุคดิจิทัล

เชิญครูภาษาอังกฤษทั่วประเทศ ร่วมสัมมนาออนไลน์ ฟรี “เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบ Hybrid ให้เข้าใจง่ายและได้ผล”

เชิญครูภาษาอังกฤษทั่วประเทศ ร่วมสัมมนาออนไลน์ ฟรี “เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบ Hybrid ให้เข้าใจง่ายและได้ผล”

Posted on 17 พฤษภาคม 2022 by writer

Karen_resize

          หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ร่วมกับ มหาวิทยาลัยแมสซีย์ (Massey University) ประเทศนิวซีแลนด์ ขอเชิญครูสอนภาษาอังกฤษระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ร่วมสัมมนาออนไลน์ ฟรี ในหัวข้อเรื่อง “เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบ Hybrid ให้เข้าใจง่ายและได้ผล” ในวันอังคารที่ 14  มิถุนายน 2565 เวลา 9.30-11.30 น. (ผ่านโปรแกรม Zoom ) โดย “ดร.คาเรน แอชตัน” (Dr. Karen Ashton, Senior Lecturer in Applied Linguistics and Language Education) วิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาศาสตร์ประยุกต์และภาษาเพื่อการศึกษาจาก Massey University ประเทศนิวซีแลนด์ ที่มีประสบการณ์การเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ และส่งเสริมการสอนและการเรียนรู้ภาษาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยให้ครูผู้สอนมีกลยุทธ์ในการสอนแบบสร้างการมีส่วนร่วมกับนักเรียนทั้งในการเรียนการสอนแบบออนไลน์และในห้องเรียน เป็นแนวทางการวางรากฐานการเรียนและการสอนภาษาอังกฤษให้สำเร็จ โดยครูที่ผ่านการอบรม จะได้รับใบประกาศนียบัตร จาก Education New Zealand

Dr Karen Ashton Profile (Thai)_FINAL 2_resize

ครูที่สนใจลงทะเบียนเข้าร่วมงาน ฟรี ได้ที่  https://bit.ly/34HpQ7i   ( รับจำนวนจำกัด)

ปิดความเห็น บน เชิญครูภาษาอังกฤษทั่วประเทศ ร่วมสัมมนาออนไลน์ ฟรี “เทคนิคการสอนภาษาอังกฤษแบบ Hybrid ให้เข้าใจง่ายและได้ผล”

ปฎิทินข่าวสังคม

Posted on 06 พฤษภาคม 2022 by writer

                  สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เข้าเฝ้าทูลเกล้าฯ ถวายเงินเพื่อโดยเสด็จพระราชกุศลสมทบทุนวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ซึ่งเป็นโรงเรียนฝึกทักษะวิชาชีพสำหรับคนพิการทางการเคลื่อนไหว ในวันจันทร์ ที่ 9 พฤษภาคม 2564 เวลา 14.30 น. ณ  วังสระปทุม

ปิดความเห็น บน ปฎิทินข่าวสังคม

99 พรรษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

99 พรรษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

Posted on 06 พฤษภาคม 2022 by writer

          สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ  เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงเป็นพระเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 8 และ 9 และทรงเป็นสมเด็จพระปิตุจฉาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

15983323665427_resize

          ประสูติเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เป็นพระธิดาพระองค์แรกในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระนามแรกประสูติตามที่โรงพยาบาลตั้งถวายคือ  May Songkla ซึ่งเป็นเดือนประสูติ  ต่อมาเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระนามว่า หม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา  ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาขึ้นเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา ในรัชสมัยของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล ได้รับประกาศเฉลิมพระเกียรติยศขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา

          ในวโรกาสสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา ทรงเจริญพระชันษาครบ 6 รอบ ในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการสถาปนา เป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฎว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

childen_resize

          ทรงสำเร็จการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี จากมหาวิทยาลัยโลซานน์  ทรงได้รับ Diplôme de Chimiste A ขณะที่ทรงศึกษาที่คณะวิทยาศาสตร์นั้น ยังทรงศึกษาหลักสูตรสังคมศาสตร์ Diplôme de Sciences Sociales Pédagogiques อันประกอบด้วยวิชาต่าง ๆ ในสาขาวิชาการศึกษา วรรณคดี ปรัชญา และจิตวิทยาด้วย

          ตลอดชนมชีพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจมากมายเพื่อแบ่งเบาพระราชภาระพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยทรงรับโครงการต่าง ๆ ไว้ในพระอุปถัมภ์มากมาย ทั้งทางด้านการศึกษา สังคมสงเคราะห์ การแพทย์และสาธารณสุข การต่างประเทศ ศาสนาและอื่น ๆ 

          ทรงมีความสนพระทัยงานด้านการแพทย์และสาธารณสุขเป็นพิเศษ ด้วยทรงมีพระดำริว่า ปัญหาสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลเป็นเรื่องสำคัญ จึงทรงรับสืบทอดงานทางด้านนี้ต่อจากสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี คือ มูลนิธิแพทย์อาสาสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี (พอ.สว.) หรือ หมอกระเป๋าเขียวที่ชาวบ้านเรียกกัน

          ทรงเป็นประธานมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ที่ทรงก่อตั้งขึ้นร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี โดยทรงลงพระนามขอจดทะเบียนก่อตั้งมูลนิธิด้วยพระองค์เอง พร้อมทั้งได้พระราชทานเงินทุนประเดิมร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีในการก่อตั้งอีกด้วย มูลนิธิขาเทียมฯ มีวัตถุประสงค์เพื่อจัดทำขาเทียมให้แก่ผู้พิการขาขาดที่ยากไร้ในชนบทโดยไม่คิดมูลค่า และค้นคว้า วิจัย พัฒนาชิ้นส่วนขาเทียมจากวัสดุภายในประเทศเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ อันเป็นการพัฒนาองค์ความรู้ในประเทศและลดมูลค่าการขาดดุลการค้าลงด้วย และทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิถันยรักษ์ในพระบรมราชูปถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีอีกด้วย

          และทรงเป็นประธานมูลนิธิหม่อมเจ้าบุญจิราธร (ชุมพล) จุฑาธุช ซึ่งมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการให้ทุนการศึกษาแพทย์ตามโครงการแพทย์ชนบท ให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาพยาบาลที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และให้ทุนการศึกษาสำหรับผู้ที่จะสมัครเป็นอาจารย์วิชาการพยาบาล

15959427942684_resize

          ในปี พ.ศ.2529  สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรง รับ “กองทุนหมอเจ้าฟ้า” ของคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ไว้ในพระอุปถัมภ์ และได้พระราชทานเงินจากทุนการกุศลสมเด็จย่า และทุนการศึกษา กว. สมทบเข้ากองทุนเป็นประจำทุกปีเสมอมามิได้ขาด เพื่อให้อาจารย์แพทย์ไปศึกษาฝึกอบรมยังต่างประเทศ และเป็นทุนอุดหนุนการศึกษาจัดสรรให้นักศึกษาที่เรียนดีแต่ขัดสนสำหรับนักศึกษาแพทย์และนักศึกษาอีก 5 คณะในกลุ่มวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้แก่ คณะทันตแพทยศาสตร์  เภสัชศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เทคนิคการแพทย์ และสัตวแพทยศาสตร์

          นอกจากนี้ ยังทรงรับมูลนิธิและกองทุนการกุศลต่าง ๆ ทางด้านสาธารณสุขไว้ในพระอุปถัมภ์อีกหลายหน่วยงาน ได้แก่ มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย กองทุนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเพื่อพัฒนาการพยาบาล  ศิริราชมูลนิธิ มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิภาพสตรีและเยาวชน มูลนิธิเด็กโรคหัวใจ มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข สมาคมพยาบาลสาธารณสุขไทย มูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลราชานุกูล มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มูลนิธิโรงพยาบาลเลิดสิน

          นอกจากนี้ เมื่อปี พ.ศ.2545  ยังโปรดเกล้าฯ ให้ทีมสัตวแพทย์ 4 คน จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามเสด็จไปออกหน่วยเคลื่อนที่กับ พอ.สว. เพื่อให้คำปรึกษาเกี่ยวกับปัญหาโรคสัตว์และการดูแลสัตว์เลี้ยงแก่ประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ได้แก่ เชียงราย น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ พะเยา และพิษณุโลก

4yT7APXJ239M08dA0P5gD5yX_resize

          เนื่องในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2566 จะเป็นวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประเทศไทยจึงได้เสนอพระนามให้องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือ องค์การยูเนสโก (UNESCO) พิจารณาประกาศยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก เพราะพระองค์ทรงประกอบพระกรณียกิจนานัปการด้วยพระปณิธานแนวแน่ที่จะทำประโยชน์เพื่อประชาชนชาวไทย และสังคมโลก ทั้งยังทรงยึดมั่นในคุณค่าของมนุษย์ และศักยภาพของการพัฒนาจึงทรงอุปถัมภ์กิจการทั้งปวงที่เกี่ยวกับด้านการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ การแพทย์และการสาธารณสุข สังคมสงเคราะห์ ด้านสัมพันธไมตรี การสื่อสารและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม การศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและพสกนิกรชาวไทย  ซึ่งองค์การยูเนสโกได้พิจารณาแล้ว และมีประกาศรับรองพระนามให้ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นบุคคลสำคัญของโลก เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ซึ่งทางรัฐบาลไทยจะร่วมมือกับภาคเอกชนจัดงานฉลองวาระดังกล่าวต่อไป

           ตลอดระยะเวลา 84 ปี ที่ทรงมีพระชนม์ชีพอยู่นั้น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจมากมายแก่ประเทศชาติ ในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพครบ 99 พรรษา ขอเชิญปวงพสกนิกรชาวไทยได้ร่วมสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงพระกรณียกิจในด้านต่างๆ เพื่อความสุขแก่พสกนิกรชาวไทยทั่วไปทุกคน

ปิดความเห็น บน 99 พรรษา สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์

“ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 3” เพื่อโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส

“ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 3” เพื่อโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส

Posted on 30 เมษายน 2022 by writer

DSC_1043-1_resize_resize

           นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัทชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอะไหล่ยานยนต์ ภายใต้แบรนด์ “POP” และ นางมนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์ กรรมการบริษัทฯ มอบเงินบริจาค พร้อมอะไหล่รถยนต์และอะไหล่ยาง สนับสนุนการดำเนินงานของโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส เพื่อสานต่อโครงการ “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 3” โดยมี พลอากาศโท ศ.นพพล  หาญกล้า ผู้อำนวยการโรงเรียนพระดาบส เป็นผู้รับมอบ ร่วมด้วย นาวาอากาศเอก ปภัณศัก  สายแจ้ง รองผู้อำนวยการโรงเรียนฯ และ นายอัครเดช  ชูจิตต์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน  ณ สำนักงานมูลนิธิพระดาบส เมื่อเร็วๆนี้

ปิดความเห็น บน “ชลิต อินดัสทรี สานต่อก่ออาชีพช่าง ปี 3” เพื่อโรงเรียนพระดาบส มูลนิธิพระดาบส

เปิดหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 1 ร่วมพัฒนาผู้บริหารภาครัฐและเอกชนที่ต้องการต่อยอดสร้างเมืองอัจฉริยะ

เปิดหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 1 ร่วมพัฒนาผู้บริหารภาครัฐและเอกชนที่ต้องการต่อยอดสร้างเมืองอัจฉริยะ

Posted on 27 เมษายน 2022 by writer

AW_SCL_1-Poster-PR_resize

           เปิดหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City Leadership Program: SCL) รุ่นที่ 1 โดยเนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมแนวทางการสร้างโครงการเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติทั้งบริบทภาครัฐและเอกชน รวมถึงการขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ที่ผู้นำเมืองควรรู้ นำโดยผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 20 คน พร้อมการถอดแบบการเรียนรู้จากองค์กรในประเทศ

           ดร.ภาสกร ประถมบุตร รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยว่า เมืองอัจฉริยะเป็นวาระแห่งชาติและอยู่ในหมุดหมายที่ 8 ของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 13 (2566-2570) ซึ่งทุกเมืองในประเทศไทยมีโอกาสที่จะพัฒนาไปสู่ความเป็นเมืองอัจฉริยะตามแนวทางของคณะกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะที่มีรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานและมีดีป้าเป็นเลขานุการ โดยมีกลไกสนับสนุนจากภาครัฐและแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมดิจิทัลแก่ภาคเอกชน และการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่ผู้นำเมืองและประชาชนไปพร้อมๆกัน และเพื่อให้มีแนวทางที่ชัดเจนคณะกรรมการขับเคลื่อนฯได้กำหนดนิยามคำว่าเมืองอัจฉริยะว่า หมายถึง เมืองที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยและชาญฉลาด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการให้บริการและการบริหารจัดการเมือง ลดค่าใช้จ่ายและการใช้ทรัพยากรของเมืองและประชากรเป้าหมาย โดยเน้นการออกแบบที่ดีและการมีส่วนร่วมของภาครัฐ ภาคธุรกิจและภาคประชาชนในการพัฒนาเมือง ภายใต้แนวคิดการพัฒนาเมืองน่าอยู่ เมืองทันสมัย ให้ประชาชนในเมืองมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขอย่างยั่งยืน และแบ่งประเภทของการพัฒนาครอบคลุม 7 ด้าน ประกอบด้วย สิ่งแวดล้อมอัจฉริยะ (Smart Environment) เศรษฐกิจอัจฉริยะ (Smart Economy) ขนส่งอัจฉริยะ (Smart Mobility) พลังงานอัจฉริยะ (Smart Energy) พลเมืองอัจฉริยะ (Smart People) การดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living) การบริหารภาครัฐอัจฉริยะ (Smart Governance)

DrA_Landscape2_resize

           ทั้งนี้ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล มีภารกิจในการส่งเสริม สนับสนุน และ ดำเนินการเกี่ยวกับการพัฒนาบุคลากรขององค์กรปกครองท้องถิ่นให้มีความรู้ความเข้าใจในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล สามารถนำองค์ความรู้และทักษะด้านดิจิทัลไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อองค์กร สังคมและเศรษฐกิจ ตามบริบทของเมืองอัจฉริยะ และเพื่อให้การขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอัจฉริยะเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรมและบรรลุตามวัตถุประสงค์ของแนวทางการขับเคลื่อนประเทศไทย 4.0 และยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี  ในการนี้ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกับบริษัท โนเนม ไอเอ็มซี จำกัด ได้ร่วมจัดอบรม หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (Smart City Leadership Program: SCL) รุ่นที่ 1 ให้ผู้บริหารระดับสูงทั้งภาครัฐและเอกชนที่อยู่ในส่วนกลางและภูมิภาค โดยโครงสร้างเนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมแนวทางการสร้างโครงการเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ประเทศไทย การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติทั้งบริบทภาครัฐและเอกชน รวมถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเพื่อขับเคลื่อนพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ได้แก่

           Module 1: ความเข้าใจเบื้องต้น โครงการเมืองอัจฉริยะน่าอยู่ประเทศไทย (Smart City Thailand Essentials)

           Module 2: การจัดทำแผนเมืองอัจฉริยะประเทศไทย ด้วยวิธีการคิดเชิงออกแบบ และแผนภาพโครงการธุรกิจ (Design Thinking and Business Model Canvas for Smart City Promotion)

           Module 3: ความรู้ขั้นสูงเรื่องการออกแบบและพัฒนาเมือง (Advanced Knowledge in Smart City Design and Development)

           Module 4: การส่งเสริม สนับสนุนและให้ความรู้การจัดทำโครงการพัฒนาโครงการนำร่องเมืองอัจฉริยะในพื้นที่จริง (Smart City Project Piloting and Mentoring)

           Module 5: การศึกษาดูงานโครงการเมืองอัจฉริยะในประเทศ (Smart City Best Practice Study Visit and On-Site Workshop with Experts)

           ระยะเวลาการอบรมเป็นหลักสูตรระยะสั้น 6 วัน ระหว่างวันที่ 11-26 พฤษภาคม 2565 สัปดาห์ละ 2 วัน รวม 36 ชั่วโมง มีรูปแบบการอบรม Hybrid ทั้งรูปแบบออนไลน์ และ ออฟไลน์ รวมทั้งการดูงานถอดแบบการเรียนรู้จากองค์กรในประเทศ อาทิ Microsoft, Huawei Thailand, Future Tales Lab , Samyan Smart City โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 20 คน เช่น คุณภุชพงค์ โนดไธสง, ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์, คุณพงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ, ดร.ชาลี วรกุลพิพัฒน์, ดร.สันติสุข ลิ้มปีติเจริญโชติ, ดร.รพีสุภา หวังเจริญรุ่ง, ดร.พงษ์พิศิษฐ์ หุยากรณ์ เป็นต้น

ปิดความเห็น บน เปิดหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ รุ่นที่ 1 ร่วมพัฒนาผู้บริหารภาครัฐและเอกชนที่ต้องการต่อยอดสร้างเมืองอัจฉริยะ

เปิดรับสมัครหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 5 ร่วมพัฒนาผู้บริหารภาครัฐและเอกชนรองรับสังคมดิจิทัลหลังโควิด 19

เปิดรับสมัครหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 5 ร่วมพัฒนาผู้บริหารภาครัฐและเอกชนรองรับสังคมดิจิทัลหลังโควิด 19

Posted on 22 เมษายน 2022 by writer

          เปิดรับสมัครหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล รุ่นที่ 5 (Digital CEO#5) รองรับสังคมดิจิทัลหลังโควิด 19 โดยเนื้อหาหลักสูตรครอบคลุมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในทุกมิติทั้งบริบทภาครัฐและเอกชน เพื่อการพัฒนาสู่นโยบายการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลไปใช้ในการเสริมสร้างองค์กร เศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพและสังคมที่มีคุณภาพ พร้อมต่อยอดแนวคิดสำหรับผู้นำยุคใหม่ อัพเดทเทคโนโลยีดิจิทัลแห่งอนาคต โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 70 คน มีการศึกษาดูงานสร้างเครือข่ายและการถอดแบบเรียนรู้ในประเทศกว่า 10 แห่ง รวมทั้งการศึกษาดูงานในประเทศฟินแลนด์และเอสโตเนีย เปิดรับสมัครแล้วถึง 6 พ.ค.นี้ รายละเอียดที่ http://www.depa.or.th/digitalCEO โทร 0831166581, 0824494598

5C52DE0C-97D4-4E00-BDD7_resize

          ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) เปิดเผยว่า ตามภารกิจสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ที่ต้องการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนาอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล พัฒนาและส่งเสริมให้เกิดการนำไปใช้เทคโนโลยีดิจิทัลให้เป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรมและความมั่นคงของประเทศ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมอย่างมีประสิทธิภาพโดยเฉพาะช่วงหลังการเปิดประเทศหลังโควิด 19

          ดีป้า เล็งเห็นถึงความสำคัญในการพัฒนาผู้บริหารระดับสูงของภาครัฐและเอกชน ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นกำลังพลในการขับเคลื่อนของประเทศ  จึงดำเนินการจัดหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) เพื่อรองรับการพัฒนาและผลิตกำลังดิจิทัลซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูง และ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเนื้อหาหลักสูตรมุ่งพัฒนาทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับการเปลี่ยนองค์ประกอบทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลในมิติต่างๆ ครอบคลุมทั้ง Digital Transformation, Digital Innovation , Digital Economy, Digital Society, Smart City รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีทั้ง Blockchain, IoT, AI, Cyber Security, Data Analytic, 5G, Cloud, Quantum Computing, FinTech  ฯลฯ ที่จะมีผลกระทบต่อการบริหารจัดการนโยบายและแผนงานในยุคสังคมเศรษฐกิจดิจิทัล  และสามารถนำมาวิเคราะห์ สังเคราะห์ ประยุกต์ใช้ได้จริง รวมถึงเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างผู้บริหารเพื่อเป็นเครือข่ายในการพัฒนาอนาคตของประเทศชาติ ดังนั้นผู้บริหารที่ผ่านการศึกษาจากโครงการหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล จะได้รับการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบันและอนาคต เพื่อนำไปประยุกต์ใช้กับองค์กรของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งหลักสูตรฯได้รับเกียรติจากวิทยากรผู้เชี่ยวชาญทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาร่วมบรรยายพิเศษพร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้เข้าอบรมฯ อย่างใกล้ชิด รวมถึงได้ถอดแบบการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมการศึกษาดูงานองค์กรทั้งในประเทศและต่างประเทศ หลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) เริ่มดำเนินการในปี 2561 ถึง ปัจจุบัน รวมทั้งหมด 4 รุ่น มีผู้บริหารองค์กรภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมหลักสูตรกว่า 300 คนแล้ว

CEO_5_Poster_resize

          นานาทัศนะของผู้ผ่านการอบรมหลักสูตร Digital CEO ที่ผ่านๆมา เช่น นายภุชพงค์ โนดไธสง เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยว่า “หลักสูตรนี้มีการบูรณาการระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน ช่วยการทำงานและลดความเลี่อมล้ำโดยการนำทักษะ ด้านดิจิทัลไปสู่ชุมชน โดยหวังว่าผู้ที่เข้าอบรมจะเป็นเครือข่ายที่จะช่วยในการนำดิจิทัลมาช่วยพัฒนาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นหนึ่งในแผนยุทธศาสตร์ของประเทศที่ตั้งเป้าไว้” ส่วน นางสาวอรนุช ศรีนนท์ รองปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ให้ความเห็นว่า“ด้วยความที่ไม่ใช่มนุษย์ไอทีแต่ต้องทำงานด้านนี้ เลยตั้งใจที่จะมาอบรมหลักสูตรนี้ เพื่อไปพัฒนาองค์กรที่เข้าสู่ยุคดิจิทัล และเห็นการทำงานของ Depa และคำบอกเล่าจากพี่รุ่นที่ 1 มาอบรมแล้วชอบมาก สมองสว่างมากขึ้นในหลากหลายองค์ความรู้ และประสบการณ์ตรงสู่การปฏิบัติด้านดิจิทัลในภาคส่วนราชการ เอกชน และต่างประเทศ ทั้งภาพ macro และ micro นำสู่แนวคิดที่จะไปพัฒนาต่อยอด ที่เลือกหยิบใช้จากเครือข่ายสัมพันธ์ที่อบรม เพื่อสร้างสังคมดิจิทัลไทยให้แข็งแรง” สำหรับนายกรัณย์พล อัศวสุวรรณ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซิมโฟนี่ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เผยว่า “เป็นหลักสูตรที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้บริหารระดับสูง ทั้งภาครัฐและเอกชนที่ต้องการรับรู้และเข้าใจเทคโนโลยี Digital และได้เยี่ยมชมกิจการที่ประสบความสำเร็จในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยี Digital และเชิญวิทยากร บริษัทที่มีชื่อเสียงชั้นนำทั้งระดับประเทศและสากล ซึ่งหาโอกาสยากมากที่ได้รับฟังและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น นอกจากนี้ยังได้มีโอกาสรู้จักเพื่อนใหม่ๆ ในวงการ Digital ด้วย และขอชื่นชมเรื่องการบริหารจัดการหลักสูตรที่ทำได้สมบูรณ์ทุกมิติ” ส่วน สพ.ญ.กฤติกา ชัยสุพัฒนากุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ กล่าวว่า “ประโยชน์จากการอบรมDigital CEO ช่วยขยายวิสัยทัศน์ และอัพเดทสถานการณ์ ไม่เฉพาะด้าน digital แต่ได้เรียนรู้การบริหารงานสมัยใหม่ สามารถเอามาปรับใช้ได้จริง ที่สำคัญเพื่อนๆดีมากค่ะ”

          ล่าสุด สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล ร่วมกับบริษัท โนเนม ไอเอ็มซี จำกัด ร่วมกันสานต่อการจัดการอบรมหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 5 เพื่อร่วมพัฒนาผู้บริหารภาครัฐและเอกชนรองรับสังคมดิจิทัลหลังโควิด 19 ได้เปิดรับสมัครแล้วตั้งแต่วันนี้ถึง 6 พฤษาคมนี้ ระยะเวลาในการอบรม มิถุนายน  – กันยายน 2565 โดยวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิกว่า 70 คน มีชั่วโมงการอบรมไม่น้อยกว่า 148.5 ชั่วโมงหรือ 27 วัน อบรมวันศุกร์ – เสาร์ สัปดาห์ละ 1-2 วัน มีศึกษาดูงานเพื่อการสร้างเครือข่ายและการถอดแบบเรียนรู้ในประเทศกว่า 10 แห่ง รวมทั้งการไปศึกษาดูงานในประเทศฟินแลนด์และเอสโตเนีย ดูรายละเอียดที่ http://www.depa.or.th/digitalCEO โทร 0831166581, 0824494598 หลักสูตรนี้เปิดปีละครั้งเท่านั้น

ปิดความเห็น บน เปิดรับสมัครหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 5 ร่วมพัฒนาผู้บริหารภาครัฐและเอกชนรองรับสังคมดิจิทัลหลังโควิด 19

กรกฎาคม 2022
พฤ อา
« มิ.ย.    
 123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031

RELATED SITES