Posted on 27 มกราคม 2026 by writer

วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สถานศึกษาเพื่อคนพิการ ขอเชิญร่วมเป็นพลังสนับสนุนโครงการ “พัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซล่าเซลล์)” จัดขึ้นเพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานไฟฟ้า พัฒนา-เพิ่มประสิทธิภาพระบบไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ สร้างแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน พร้อมส่งเสริมการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและทักษะอาชีพด้านเทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์ให้แก่นักศึกษาคนพิการ ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของวิทยาลัยฯ ให้มีความมั่นคงและยั่งยืน สร้างทักษะวิชาชีพให้นักศึกษาคนพิการสามารถพึ่งพาตนเอง มีอาชีพเลี้ยงดูตนเองและครอบครัวได้อย่างยั่งยืน โดยไม่เป็นภาระต่อสังคม จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนโครงการฯ ได้ทั้งการบริจาคสิ่งของเครื่องใช้หรือการบริจาคเงิน โดยบริจาคได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองคาย เลขที่บัญชี 295 6 00370 4 หรือผ่านระบบ e -Donation นำไปลดหย่อนภาษีได้

นายชิด สุขหนู ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ เปิดเผยว่า วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ เป็นสถานศึกษาสำหรับคนพิการแห่งแรกของภาคอีสาน รองรับนักศึกษาคนพิการจากจังหวัดใกล้เคียงและมีแผนขยายโอกาสรับคนพิการจากประเทศเพื่อนบ้านในอนาคต วิทยาลัยฯ จัดการศึกษาพร้อมฝึกอบรมวิชาชีพให้แก่นักศึกษาคนพิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย เพื่อเปิดโอกาสให้เข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมจนสำเร็จการศึกษาระดับ ปวช. – ปวส. โดยเป็นโรงเรียนประจำ มีหอพักและสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหมาะสมสำหรับคนพิการ พร้อมอาหาร 3 มื้อ อุปกรณ์การเรียนการสอนและสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย โดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น รวมถึงการส่งเสริมให้นักศึกษามีงานทำ สามารถพึ่งพาตนเอง และดูแลครอบครัวได้อย่างยั่งยืน
อย่างไรก็ตามวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ เป็นองค์กรการกุศลที่มิได้แสวงหาผลกำไร งบประมาณหลักมาจากการรับบริจาค แต่จากภาวะสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดบริจาคลดลง ขณะที่ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคโดยเฉพาะค่าไฟฟ้า มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการงบประมาณและการดูแลคุณภาพชีวิตนักเรียน นักศึกษาคนพิการในระยะยาว

เพื่อลดค่าใช้จ่ายด้านไฟฟ้าและการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดเพื่อความยั่งยืน วิทยาลัยฯ จึงจัดทำ โครงการพัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์) เพื่อเป็นแนวทางลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว และยังสอดคล้องกับนโยบายรัฐด้านการส่งเสริมพลังงานสะอาด พลังงานทดแทนและการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ด้านการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) โดยเฉพาะ SDG 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ และ SDG 13 การรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านพลังงานสะอาด ประหยัดพลังงานและเทคโนโลยีพลังงานทดแทน ผ่านการเรียนรู้เชิงปฏิบัติและการฝึกอบรม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างทักษะอาชีพให้แก่นักศึกษาคนพิการ สามารถนำไปต่อยอดประกอบอาชีพในอนาคตได้จริง โดยงบประมาณที่ประหยัดได้จากการลดค่าไฟฟ้าจะนำกลับไปพัฒนาการเรียนการสอน จัดหาสื่ออุปกรณ์ และยกระดับคุณภาพชีวิตนักศึกษาคนพิการอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ หนองคาย ในพระราชูปถัมภ์ฯ ขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมเป็นพลังสนับสนุนโครงการ “พัฒนาระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ (โซลาร์เซลล์)” สามารถร่วมบริจาคได้ที่ ธนาคารกรุงไทย สาขาหนองคาย บัญชีเลขที่ 295-6-00370-4 หรือผ่านระบบ e -Donation นำไปลดหย่อนภาษีได้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 042-465-645
“การร่วมทำบุญสนับสนุนโครงการฯนี้ ถือเป็นการสร้างแหล่งเรียนรู้พลังงานสะอาด ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางการศึกษาและคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนให้แก่คนพิการ” นายชิดกล่าวในท้ายสุด
Posted on 27 มกราคม 2026 by writer

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) นำโดย ดร.ปรีสาร รักวาทิน รักษาการรองผู้อำนวยการใหญ่ กลุ่มงานส่งเสริมการประยุกต์ใช้ดิจิทัล พร้อมด้วย นายวาฤทธิ์ ศิริพิทยาโรจน์ นำผู้เข้าร่วมหลักสูตร Digital Jumpstart รุ่นที่ 3 เยี่ยมชมเทคโนโลยีดิจิทัลทางการแพทย์และการบริหารจัดการภายในรพ. พร้อมทั้งเนื้อหาเรื่องเทคโนโลยีในการทำงาน ณ โรงพยาบาลเวชธานี ลาดพร้าว เมื่อเร็วๆนี้
ดร.นพ.ตุลวรรธน์ พัชราภา ผู้อำนวยการปฏิบัติการ โรงพยาบาลเวชธานี ให้เกียรติเปิดบ้านต้อนรับพร้อมบรรยายในหัวข้อ “Revolutionizing Hospital Operations : The Impact of Transformation” และให้ความรู้เกี่ยวกับ 1.) Logistic Transformation (Patient Logistic) เป็นแนวคิดที่ดีในการบริหารองค์กร เพราะคนไข้ส่วนใหญ่เป็นต่างชาติ เทคโนโลยีนี้จึงทำให้คนไข้เข้าถึงได้ง่ายและสะดวกรวดเร็ว สะดวกในการนัดหมายและคนไข้สามารถทำแบบประเมินความพึงพอใจในการใช้บริการได้เช่นกัน

2.) Clinical Operation Transformation เป็นแพลตฟอร์มที่จัดการระบบข้อมูลของโรงพยาบาล เช่น ระบบสั่งยาของหมอและเภสัชกร มี AI ในการตรวจเม็ดยา สามารถจ่ายยาเป็นมื้อได้
3.) Service Operation Transformation เป็นแพลตฟอร์มเกี่ยวกับการจัดการต่างๆของบุคลากร เช่น ระบบ Doctor Attendant Time Stamp ระบบการบริการของหมอ Power App เป็นการ coaching หมอเพื่อสร้างความประทับใจให้กับคนไข้ และระบบ QR Visitor Security เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงในโรงพยาบาล
4.) Analytic Transformation เป็นระบบการทำงานของ AI ที่ช่วยค้นข้อมูลจากคนไข้ สามารถค้นหาราคา Package ต่างๆของโรงพยาบาล และสามารถจ่ายงานในนักกายภาพบำบัดได้
พร้อมทั้งศึกษาดูงานการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในโรงพยาบาลเวชธานี ซึ่งมี 5 ฐาน คือ Mobile-Enable EMR, Ai Robotic Powered Pharmacy Workflow, Smart Patient Logistics, Robotic Assisted Human Movement Rehabilitation และ Digital Imaging for Diagnostic Support

พร้อมกันนี้ ฟังการบรรยาย “Data Discovery to new Business Industry” โดย คุณณัฐกรณ์ รัตนชัยสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พรีดิกทิฟ จำกัด เป็นบริษัทที่ให้คำปรึกษาด้านข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีความเชี่ยวชาญด้านการจัดการและวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analytics) เพื่อช่วยให้องค์กรต่างๆ ใช้ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพและสร้างมูลค่าทางธุรกิจ ถือเป็นหนึ่งในบริษัทที่เชี่ยวชาญด้าน Digital Analytics และ Customer Experience ในไทย และเป็นพันธมิตรทางเทคนิคกับ Google Marketing Platform และ Google Cloud
ต่อด้วยการบรรยาย “Cybersecurity in 2026 : Trends shaping the future digital security” โดย คุณณิชาภัทร บุญนัดดา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายเทคโนโลยี บริษัท อัลฟ่าเซค จำกัด

และสุดท้ายเป็นการบรรยาย “Challenges and Future Directions of Big Data and AI in Digital Economy” โดย คุณโชค วิศวโยธิน ผู้ร่วมเขียนหนังสือ ChatGPT : AI ปฏิวัติโลก ผู้เชี่ยวชาญด้าน Digital Media Big Data และ AI เป็นหัวใจของ Digital Economy เพราะช่วยให้องค์กรตัดสินใจได้จากข้อมูลจริง สามารถสร้างนวัตกรรมสินค้าหรือบริการได้ ฯลฯ
Posted on 23 มกราคม 2026 by writer

บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์และอะไหล่รถยนต์ภายใต้แบรนด์ “POP” ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจรับศักราชใหม่ โดยนายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ พร้อมทีมผู้บริหาร นางมนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์ กรรมการบริษัท และนางสาวชัญญา ยงเห็นเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ประกาศความพร้อมก้าวสู่ศักราชใหม่ 2569 เดินหน้าเปิดเกมรุกธุรกิจปีม้าทองอย่างเต็มกำลัง พร้อมขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ท่ามกลางสภาพแวดล้อมของอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ยังมีความท้าทายและการแข่งขันสูง มุ่งยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมอะไหล่ยานยนต์ไทย ตอกย้ำจุดยืนการเป็นผู้ผลิตอะไหล่ยานยนต์มาตรฐานสากลโดยฝีมือคนไทย
นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพสินค้าและเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตอะไหล่ยานยนต์ภายใต้แบรนด์ “POP” อย่างต่อเนื่อง โดยยึดมาตรฐานการผลิตระดับสากล ควบคู่กับการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน เพื่อรองรับความต้องการของตลาดอะไหล่ยานยนต์ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจากแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ในปัจจุบัน บริษัทฯ ประเมินว่าตลาดอะไหล่ยานยนต์ยังมีโอกาสขยายตัวอย่างต่อเนื่อง จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่ใช้งานรถยนต์ยาวนานขึ้น ส่งผลให้ความต้องการอะไหล่ทดแทนที่มีคุณภาพ ความทนทาน และความปลอดภัยสูงเพิ่มขึ้น

“ปีม้าทอง 2569 ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญในการเร่งเสริมความแข็งแกร่งขององค์กร ชลิต อินดัสทรี พร้อมขับเคลื่อนธุรกิจเชิงรุก ทั้งด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และการขยายตลาด โดยบริษัทฯยังคงให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความทนทาน และความปลอดภัย ซึ่งเป็นปัจจัยหลักของอุตสาหกรรมอะไหล่ยานยนต์” นายชวิศกล่าวและเสริมว่า
ชลิต อินดัสทรี ยังเดินหน้าลงทุนในด้านเทคโนโลยีการผลิต การพัฒนาศักยภาพบุคลากร และการสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมอะไหล่ยานยนต์ไทยให้สามารถแข่งขันได้ในเวทีสากล ตอกย้ำภาพลักษณ์ “อะไหล่รถยนต์ฝีมือคนไทย” และสร้างความมั่นคงให้กับฐานการผลิตในประเทศ รวมถึงการเติบโตอย่างแข็งแกร่งขององค์กรและอุตสาหกรรมอะไหล่ยานยนต์ไทยในระยะยาว

บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนยานยนต์รายใหญ่ของประเทศไทย ภายใต้แบรนด์ “POP” ที่ดำเนินธุรกิจมากว่า 30 ปี นับเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดอะไหล่ทดแทน (Replacement Equipment Manufacturing: REM) และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ให้กับผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ (OEM) ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยมีผลิตภัณฑ์มากกว่า 6,000 รายการ อาทิ ยางแท่นเครื่อง ยางแท่นเกียร์ ยางกันกระแทก ยางเพลากลาง บูชปีกนก และบูชโช๊คอัพล่าง ครอบคลุมทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล รถเพื่อการพาณิชย์ และรถแข่ง โดยผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับสากล อาทิ Thailand Trust Mark (T MARK) ระบบ IATF 16949:2016 มาตรฐาน ISO9001 และผ่านการทดสอบคุณภาพในหลากหลายด้าน อาทิ Fatigue, Hardness และ NVH เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดด้านคุณภาพและความปลอดภัยของอุตสาหกรรมยานยนต์
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ www.chalitindustry.com โทรศัพท์ 02-802-6400
Posted on 12 มกราคม 2026 by writer

เนื่องในโอกาส วันเด็กแห่งชาติ ซึ่งตรงกับวันเสาร์ที่ 2 ของเดือนมกราคมของทุกปี และในปีนี้ตรงกับวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 บรรยากาศแห่งความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะของเด็กๆ ทั่วประเทศต่างถูกเติมเต็มด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์และของขวัญมากมายที่สังคมมอบให้ อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความสุขเหล่านี้ ยังมีเด็กอีกกลุ่มหนึ่งที่อาจไม่สามารถเข้าถึงโอกาสได้อย่างเท่าเทียม นั่นคือ เด็กผู้พิการทางสายตา เด็กกลุ่มเล็กๆ ที่แม้มองไม่เห็นโลกภายนอกด้วยดวงตา แต่ยังรอคอยโอกาส การยอมรับ และการสนับสนุนจากสังคม เพื่อให้พวกเขาได้เติบโตอย่างมีศักดิ์ศรี มีความหวังและมีอนาคตที่มั่นคงไม่ต่างจากเด็กคนอื่นๆ โดยเฉพาะโอกาสด้านการศึกษา
แม้ว่าการศึกษาจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กทุกคน แต่สำหรับเด็กพิการทางสายตา เส้นทางการเรียนรู้มีข้อจำกัดที่มากกว่าเด็กทั่วไป ทั้งการเข้าถึงสื่อการเรียนการสอน บุคลากรเฉพาะทาง รวมถึงโอกาสทางการศึกษาในระยะยาว แต่ทั้งนี้ท่ามกลางอุปสรรคเหล่านี้ ยังมีพลังแห่งความหวังจากความร่วมมือของภาคสังคม หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ที่ร่วมกันยื่นมือเข้ามาสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาระบบการเรียนรู้ เทคโนโลยีอำนวยความสะดวก หรือการสร้างโอกาสที่เท่าเทียม เพื่อเปิดโลกการศึกษาที่แม้มองไม่เห็นด้วยตา แต่สามารถสัมผัสได้ด้วยหัวใจ ให้เด็กพิการทางสายตาได้ก้าวไปสู่อนาคตอย่างมั่นคงและมีคุณค่าในสังคม ช่วยให้พวกเขาสามารถเติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคม สามารถสร้างอาชีพ พึ่งพาตนเอง และช่วยเหลือครอบครัวได้อย่างยั่งยืนในอนาคต

เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่ผู้พิการทางสายตา บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมภายใต้โครงการ “ชลิต อินดัสทรีฯ เติมน้ำใจให้น้องตาบอด” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดย นางสุชญา ยงเห็นเจริญ รองประธานกรรมการ ร่วมด้วย นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด เป็นผู้แทนมอบเงินสมทบทุนการศึกษา อาหารกลางวัน รวมถึงสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น เพื่อร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมโอกาสทางการศึกษาของนักเรียนผู้พิการทางสายตาให้แก่น้อง นักเรียนของโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ โดยมี ครูวีระชัย เกียรติจรรยา เป็นผู้แทนรับมอบ ณ โรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ฯ เมื่อเร็วๆ นี้
นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า แม้น้องๆ ผู้พิการทางสายตาจะมองไม่เห็นโลกภายนอกด้วยดวงตา แต่พวกเขามีศักยภาพและความสามารถไม่ต่างจากเด็กทั่วไป หากได้รับการสนับสนุนอย่างเหมาะสม ชลิต อินดัสทรี ขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเติมโอกาสทางการศึกษา เพื่อเปิดทางให้เด็กๆเหล่านี้ก้าวไปสู่อนาคตที่มั่นคง
ด้านนางสุชญา ยงเห็นเจริญ รองประธานกรรมการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า “เด็กทุกคนควรได้รับโอกาสอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะเด็กพิการทางสายตาที่ต้องการการดูแลและสนับสนุนเป็นพิเศษ เราหวังว่าการให้ในครั้งนี้จะเป็นอีกแรงหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มคุณภาพชีวิต และสร้างความหวังให้กับน้องๆ และครอบครัวในระยะยาว”

สำหรับโรงเรียนสอนคนตาบอดพระมหาไถ่พัทยา ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2529 เป็นองค์กรการกุศลที่มุ่งให้โอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กผู้พิการทางสายตา อายุระหว่าง 3-20 ปี ตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น เด็กส่วนใหญ่จะพักอาศัยอยู่ในโรงเรียน โดยเด็กๆจะได้รับการศึกษาควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพและพัฒนาทักษะชีวิต เพื่อเตรียมตัวสู่สังคมหรือศึกษาต่อในอนาคต อาทิ การฝึกอาชีพ ดนตรี กีฬา งานนวด งานฝีมือ รวมถึงการฝึกทักษะการใช้ชีวิตสำหรับคนตาบอด เช่น การช่วยเหลือตนเองในชีวิตประจำวัน การเคลื่อนไหวและการเดินทาง การอ่านและเขียนอักษรเบรลล์ นันทนาการ และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสังคม เพื่อเสริมสร้างความภาคภูมิใจและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของสังคม โดยนักเรียนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถร่วมบริจาคได้ที่ SCB เลขที่ 669-2-10787-4 สาขาพัทยาสาย 2 ชื่อ บ/ช ทุนบรมราชกุมารีเพื่อคนตาบอด (2536) หรืออาหารและสิ่งของจำเป็นต่างๆ ได้ที่ โทรศัพท์ 038-225-479 และ 081-359-0788 หรือเว็บไซต์ www.prsb.ac.th