Posted on 26 มกราคม 2022 by writer

สถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID –19 ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการศึกษาทั้งการจัดการเรียนการสอน การเรียนรู้ การวัดและประเมินผล นอกจากนี้ยังส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจทั่วโลก ทำให้ประชาชนจากทั่วทุกประเทศมีมีรายได้น้อยลง จนส่งผลคุณภาพชีวิตที่ต่ำลงด้วย ดังนั้นเป้าหมายของการพัฒนามนุษย์ในภาพกว้าง คือ การมุ่งสร้างความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing – ness) นอกจากจะสัมพันธ์โดยตรงกับเศรษฐกิจแล้ว ยังสัมพันธ์กันกับความสามารถและประสิทธิภาพในการเรียนรู้ของผู้เรียนอีกด้วย กล่าวคือ ความเป็นอยู่ที่ดีของแต่ละคนสามารถเกิดขึ้นได้จากการมีความรู้สึกทางจิตใจที่ดี และความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวันที่ดี ซึ่งคุณครู เพื่อน โรงเรียน ผู้ปกครอง และชุมชนต่างก็มีส่วนประกอบสร้างและเป็นตัวแปรสำคัญที่จะกำหนดว่าผู้เรียนแต่ละคนจะมีความสุข มีความเป็นอยู่ที่ดีทั้งทางกายภาพ การใช้ชีวิต และสุขภาพจิตที่ดีหรือไม่ ระบบการศึกษาจึงจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับสภาวะความเป็นอยู่ที่ดีของผู้เรียน และสอดผสานความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing-ness) ให้แก่ผู้เรียนผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ในโลกดิจิทัล
ศาสตราจารย์ สตีเฟ่น ด็อปสัน (Prof. Stephen Dobson) จากมหาวิทยาลัยวิคตอเรีย (Victoria University of Wellington) ประเทศนิวซีแลนด์ บรรยายในงาน EDUCA หัวข้อเรื่อง “Learning and Assessing Wellbeing-ness in an Age of Global Educational Change Workshop” ได้อธิบายถึงแก่นสำคัญของการสร้างความเป็นอยู่ที่ดี คือ การสร้างให้ผู้เรียนมีทักษะในการเรียนรู้ทางอารมณ์และสังคม อันประกอบไปด้วย

- การรู้จักตนเอง (Self – awareness) คือ การรู้เท่าทันสภาวะอารมณ์ของตนเองต่อเหตุการณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี และสามารถประเมินได้ว่า สิ่งใดคือจุดแข็งของตนเอง และสิ่งใดคือข้อจำกัดทางอารมณ์ของตนเอง
- การจัดการตนเอง (Self – management) คือ ความสามารถในด้านการควบคุมอารมณ์ ความรู้สึก ตลอดจนพฤติกรรมของตนเองเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ใดๆ ที่ต้องการให้เกิดขึ้น เพราะการไม่สามารถควบคุมตนเองได้ ก็สามารถทำให้เราล้มเหลวในสิ่งที่ต้องการในทุก ๆ เรื่อง ไม่ใช่แค่เรื่องการเรียน
- การรู้จักสังคม (Social – awareness) คือ การที่ผู้เรียนในฐานะมนุษย์คนหนึ่งสามารถรู้สึกและแสดงออกถึงความเข้าใจและเห็นใจต่อผู้อื่นในสังคม
- การตัดสินใจอย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible decision – making skills) คือ การสร้างหลักการทางจริยธรรม หรือสร้างตัวเลือกในการตัดสินใจด้วยดุลยพินิจตนเอง ทั้งในเรื่องส่วนบุคคลและปรากฏการณ์ทางสังคม โดยคำนึงถึงผลที่ตามมา และมีความรับผิดชอบ
- ทักษะการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี (Relationship Skills) คือการรู้จัก ปรับตัว และพยายามสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลอื่นรอบ ๆ ตัว รวมถึงมีความสามารถในการทำงานร่วมกันกับผู้อื่น มีความสามัคคี และสามารถรับมือกับความขัดแย้งได้อย่างฉลาด
ศาสตราจารย์ สตีเฟ่น กล่าวเพิ่มเติมว่า ครูสามารถนำทักษะทางสังคมข้างต้นนี้ไปใช้สอนได้ด้วยการเริ่มจากตัวเองที่ให้ความสำคัญกับการเป็นอยู่ของผู้เรียน โดยเริ่มตั้งแต่การจดจำชื่อของนักเรียนให้ได้ หมั่นถามความรู้สึกนึกคิดของผู้เรียนเสมอ นอกจากนั้นยังสามารถใช้การตั้งคำถาม เปิดโอกาสให้นักเรียนได้คิด พูดแสดงความรู้สึก เหตุผล วิเคราะห์คำตอบ รับฟังความคิดเห็นผู้อื่น และรู้เท่าทันความคิดความรู้สึกตัวเองในทุกๆ กิจกรรมที่ได้เรียนรู้ ส่วนการทดสอบว่าผู้เรียนมี “ความเป็นอยู่ที่ดี” หรือไม่นั้น สามารถวัดและประเมินผลได้จากทั้งสภาพแวดล้อมภายนอกและการแสดงพฤติกรรมที่ครูสามารถสังเกตได้ เช่น ปริมาณการกลั่นแกล้งกันในโรงเรียน (bullying) ที่ลดลง รวมถึงผู้เรียนมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดี มีความสุข พอใจในการดำรงชีวิต มีโภชนาการที่ดี ฯลฯ

“อย่างไรก็ตาม การวัดและประเมินผลดังกล่าวในช่วงการเรียนการสอนแบบออนไลน์เป็นสิ่งที่ทำได้ยาก เนื่องจากการเว้นระยะห่างทางสังคม และการเรียนผ่านเทคโนโลยีที่เป็นสื่อกลาง ดังนั้นครูอาจจะให้นักเรียนทำกิจกรรมและส่งงานสะท้อนตัวตน พร้อมอธิบายว่าตนเองเป็นใครผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่นักเรียนชอบอย่าง TikTok อีกทั้งยังต้องให้ผู้เรียนมีโอกาสพูดคุยกับครอบครัว หรือใส่ใจกับธรรมชาติรอบตัวเพิ่มขึ้น” ทั้งนี้เพื่อให้ผู้เรียนสามารถนำทักษะทางสังคมและอารมณ์นี้ไปใช้พัฒนาตนเอง ตลอดจนปรับเปลี่ยนสภาพความเป็นอยู่ของชีวิตตนเองให้ดีที่สุดเท่าที่จะสามารถกระทำได้ ไม่ว่าชีวิตจะเผชิญกับสถานการณ์ท้าทายอะไรก็ตาม” ศาสตราจารย์ สตีเฟ่นให้คำแนะนำ
ประเทศนิวซีแลนด์ ถือเป็นหนึ่งประเทศที่รัฐบาลให้ความสำคัญและมียุทธศาสตร์ความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing – ness) ของเด็กและเยาวชนอย่างชัดเจน นางสาวช่อทิพย์ ประมูลผล ผู้อำนวยการ ประจำประเทศไทย หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า การศึกษามีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมและสนับสนุนความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กและเยาวชน การเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพ บริการด้านสุขภาพและสังคม ที่อยู่อาศัยและอาหาร ตลอดจนความรู้สึกเป็นที่รัก ปลอดภัย และมั่นคงภายในครอบครัวและชุมชนของเด็ก ล้วนมีความสำคัญต่อความเป็นอยู่ที่ดีของเด็กและเยาวชนทุกคน

ทั้งนี้ ประเทศนิวซีแลนด์ มียุทธศาสตร์ความเป็นอยู่ที่ดี (Wellbeing – ness) ของเด็กและเยาวชนอย่างชัดเจน โดยกำหนดความเข้าใจร่วมกันเกี่ยวกับสิ่งที่สำคัญสำหรับสวัสดิภาพเด็กและเยาวชน พร้อมให้กรอบการทำงานที่เป็นหนึ่งเดียวและแนวทางในการปรับความพยายามของรัฐบาลให้สอดคล้องกัน เพื่อเป็นแนวทางในการทำงานของประเทศ ได้ตั้งวิสัยทัศน์โดยมีเป้าหมายให้นิวซีแลนด์เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในโลกสำหรับเด็กและเยาวชน โดยมุ่งเน้นไปที่เด็กนิวซีแลนด์ทุกคนที่อายุต่ำกว่า 25 ปี ให้มีผลลัพธ์ความเป็นอยู่ที่ดี 6 ประการ ที่แสดงให้เห็นว่าเด็กและคนหนุ่มสาวต้องการอะไรสำหรับชีวิตที่ดีและความเป็นอยู่ที่ดีมีความหมายต่อเด็กและเยาวชน อันประกอบด้วย 1.เด็กและเยาวชนได้รับการเลี้ยงดูอย่างปลอดภัย 2.เด็กและเยาวชนมีสิ่งที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต 3.เด็กและเยาวชนมีความสุขและมีสุขภาพแข็งแรง 4.เด็กและเยาวชนได้รับเรียนรู้และพัฒนา 5.เด็กและเยาวชนเป็นที่ยอมรับ เคารพ และเห็นคุณค่าในบ้าน โรงเรียน และชุมชน รวมถึงชุมชนในโลกออนไลน์ และ 6. เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมที่บ้าน โรงเรียนและในชุมชนของเขา
Posted on 19 มกราคม 2022 by writer

ดร.ชาคริต ศึกษากิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ดร.นพ.ตุลวรรธน์ พัชราภา ผู้อำนวยการปฏิบัติการ โรงพยาบาลเวชธานี ให้การต้อนรับ คณะผู้บริหารที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 4 กว่า 80 คน อาทิ พลตรี นพ.โชคชัย ขวัญพิชิต นพ.เทิดศักดิ์ เชิดชู ดร.วิโรจน์ บัวคลี่ นายศัจธร วัฒนะมงคล นางรังสิมา ประดิษฐพงษ์ นางสาวอัญชลี จรัสยศวุฒิชัย ดร.ชัยวุฒิ ดลิศวนสิริวรรณ ดร.ฐัช หัชลีฬหา นายกรัณย์พล อัศวสุวรรณ นายนิมิต สุขประเสริฐ นางพรทิพย์ ถาวงศ์ นายพิษณุ วงศ์นิรันดร์ นายวีระศักดิ์ กุลชัยพานิช นายสราวุธ เอี่ยมสงคราม นางสาวอัญชลี จรัสยศวุฒิชัย นพ.อนุแสง จิตสมเกษม ดร.ศุภกร สิทธิไชย นายอุดร คงคาเขตร เป็นต้น เพื่อศึกษาดูงาน “Vejthani Digital Transformation” และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในรพ. อาทิ Digital Transformation of Patient Logistics , AI Powered Radiology Workflow , Robotic Assisted Human Movement Rehabilitation เป็นต้น ซึ่งคณะผู้บริหารต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ณ โรงพยาบาลเวชธานี ถนนลาดพร้าว เมื่อเร็วๆนี้

ทั้งนี้ การประยุกต์ที่นำเทคโนโลยีมาใช้ในรพ. อาทิ 1.) Digital Transformation of Patient Logistics เป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้จุดรับ-ส่งผู้ป่วยเพื่อเรียกรถวีลแชร์ เลือกคนมาให้บริการผู้หญิงหรือผู้ชายก็ได้ และสามารถดูว่าขณะนี้รถวีลแชร์ที่เรียกมารับถึงจุดใด-ใช้เวลากี่นาทีจะมาถึง 2.) AI Powered Radiology Workflow เป็นการนำเครื่อง MRI ระบบ AI มาใช้ในศูนย์ตรวจสุขภาพ เช่น สแกนหัวใจ สมอง ฯลฯ ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงสแกนจุดบกพรองต่างๆของร่างกายพร้อมเก็บข้อมูลเพื่อทำการวินิจฉัยโรคในการรักษาให้ตรงเป้าและมีประสิทธิภาพสูงสุด 3.) Robotic Assisted Human Movement Rehabilitation เป็นการนำเทคโนโลยีทางการแพทย์มาใช้ในการรักษา การกายภาพบำบัด โดยมีโรบอตช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพในการรักษา – บำบัด ช่วยให้ผู้ป่วยกลับมาใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น

Posted on 14 มกราคม 2022 by writer

การศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) เตรียมพร้อมเปิดประเทศต่อเนื่อง ล่าสุดจับมือ มหาวิทยาลัยโอทาโก ประเทศนิวซีแลนด์ จัดหลักสูตรพิเศษเพื่อพัฒนาภาษาอังกฤษระดับนานาชาติ IELTS สำหรับนักเรียนไทย เรียนระยะสั้นแบบผสมผสาน 16 สัปดาห์ ให้แก่นักเรียนทุนโครงการทุนกพ. ทุนกระทรวงวิทย์ (NSTDA) และนักเรียนทุนในระดับอุดมศึกษาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งสิ้น 11 ทุน เพื่อเสริมสร้างโอกาสให้นักเรียนทุนเหล่านี้สามารถสมัครเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำของนิวซีแลนด์ในคณะที่ต้องการและเดินตามฝันได้ง่ายขึ้น
เป็นที่ทราบกันดีว่า การที่นักเรียนไทยจะเข้าศึกษาต่อในคณะดังของมหาวิทยาลัยชั้นนำต่างๆในต่างประเทศนั้น ต้องผ่านการทดสอบความสามารถภาษาอังกฤษระดับนานาชาติ หรือ การสอบ IELTS ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายนัก ไอเอลส์ (IELTS; International English Language Testing System) เป็นการทดสอบภาษาอังกฤษระดับนานาชาติสำหรับผู้ที่ไม่ได้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักหรือภาษาประจำชาติ เป็นการสอบวัดระดับความสามารถทางภาษาอังกฤษ ทั้งทักษะการฟัง พูด อ่านและเขียน โดยการสอบไอเอลส์ถูกใช้เป็นเกณฑ์ในการคัดเลือกคนเข้าเรียนต่อในมหาวิทยาลัยในประเทศต่างๆ ซึ่งจะมีคะแนนขั้นต่ำกำหนดไว้เป็นเกณฑ์ในการรับเข้า ดังนั้น การสอบไอเอลส์จึงถือเป็นบันไดสำคัญของการเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยชั้นนำของต่างประเทศ

นางสาวจารุวรรณ พงษ์จารุวัฒน์ ผู้อำนวยการด้านการศึกษา หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย ระบุว่า หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาความสามารถภาษาอังกฤษสำหรับนักเรียนนักศึกษาไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้มอบทุนพัฒนาภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนในกลุ่มโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย และทุนภาษาอังกฤษเพื่อเพิ่มความสามารถในการเป็นส่วนหนึ่งของพลเมืองโลกให้กับโรงเรียนชั้นนำทั่วประเทศ เป็นต้น และล่าสุดได้ริเริ่มจัดโครงการทุนเรียนภาษาอังกฤษแบบผสมผสานเพื่อเตรียมสอบ IELTS เชิงวิชาการ ของมหาวิทยาลัยโอทาโก เพื่อเป็นทุนสนับสนุนทุนการศึกษาของโครงการนี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการพัฒนาภาษาอังกฤษให้กับนักเรียนทุนรัฐบาล (ทุนก.พ.) ของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (สำนักงาน ก.พ. หรือ OCSC) และทุนนักวิชาการ NSTDA ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ให้สามารถสมัครเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำของนิวซีแลนด์ได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังได้มอบทุนให้กับนิสิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศิลปากร และนักเรียนจากโรงเรียนปรินส์รอยัลส์วิทยาลัย ที่เข้าร่วมในโปรแกรมนี้ ซึ่งทุกคนมีความตั้งใจที่จะสมัครในวิชาที่น่าสนใจและมีประโยชน์มาก เช่น นาโนเทคโนโลยีจนถึงเทคโนโลยีอาหาร
“หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ หวังว่าหลังจากเรียนจบหลักสูตรพัฒนาภาษาอังกฤษเพื่อการสอบ IELTS ซึ่งเป็นการเรียนแบบผสมผสาน 16 สัปดาห์ ทุกคนจะสามารถเดินตามความฝันและอนาคตของพวกเขาได้สำเร็จ เพราะศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัยโอทาโก มีชื่อเสียงมากในการพัฒนานักเรียนไทยจำนวนมากให้ประสบความสำเร็จ โดยที่ผ่านมาศูนย์ภาษาของมหาวิทยาลัยโอทาไทยได้สอนนักเรียนจากโรงเรียนมัธยมวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ และโรงเรียนกำเนิดวิทย์มาหลายปี และสามารถพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษและทำให้ผล IELTS ของนักเรียนดีขี้นมากหลังจากจบหลักสูตร” นางสาวจารุวรรณ กล่าวและเสริมว่า
มหาวิทยาลัยของนิวซีแลนด์ทั้ง 8 แห่งติด Top 3% ของโลก และนิวซีแลนด์ยังถูกจัดเป็นอันดับ 1 จากประเทศที่พูดอังกฤษเป็นหลักในการสอนนักเรียนเพื่อพัฒนาทักษะนักเรียนสู่อนาคตได้ดีที่สุดในโลก จาก The Economist Intelligence Unit ในปี 2019 มหาวิทยาลัยของนิวซีแลนด์มีหลักสูตรที่เหมาะต่อการศึกษาในยุคดิจิทัล เช่น ธุรกิจดิจิทัล ไปจนถึงหลักสูตรสุขภาพการแพทย์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ในหลากหลายสาขา ตั้งแต่การเกษตรไปจนถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น ธุรกิจอวกาศหรือการสร้างจรวดอวกาศจากเครื่องพิมพ์ 3 มิติ (3D Printing) และเทคโนโลยีสำหรับปัญหาสิ่งแวดล้อมทั่วโลก เป็นต้น

ด้าน นางสาววิสา แซ่เตีย ผู้อำนวยการฝ่ายนักเรียนทุนรัฐบาลด้านวิทยาศาสตร์ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กล่าวว่า ขอบคุณหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย และมหาวิทยาลัยโอทาโก ที่ช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายและมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนทุนกพ. และทุนนักวิชาการ NSTDA ในครั้งนี้
ซึ่งจะมีส่วนช่วยเหลือนักเรียนของเราให้เข้าสู่การศึกษาระดับนานาชาติและได้รับความรู้และความสามารถทางภาษาอังกฤษในหลาย ๆ ด้าน และจะช่วยให้นักเรียนของเราพร้อมเรียนในมหาวิทยาลัยระดับโลกในนิวซีแลนด์ต่อไป

นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษากลาง และได้รับการยอมรับว่าเป็นประเทศผู้นำด้านนวัตกรรมการศึกษาและเทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการเรียนรู้ อีกทั้งยังมีชื่อเสียงในการเสริมสร้างนักเรียนสู่ทักษะในอนาคต โดยได้รับการจัดอันดับเป็นที่ 1 จากประเทศที่พูดภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในด้านการจัดการศึกษาได้ดีที่สุดในการเตรียมความพร้อมนักเรียนสู่อนาคต จากการจัดอันดับของ Worldwide Educating for the Future Index 2019 โดย The Economist Intelligence Unit
สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษานิวซีแลนด์ดูได้ที่ www.studyinnewzealand.govt.nz
Posted on 12 มกราคม 2022 by writer

วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เปิดสอนวิชาชีพระดับ ปวช./ปวส. ให้แก่คนพิการทางร่างกายหรือการเคลื่อนไหว มาแล้วกว่า 35 ปี ช่วยให้คนพิการมีงานทำอย่างยั่งยืนกว่า 4,000 คน โดยทุกหลักสูตร ทุกสาขาวิชา เรียนฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย ผู้จบการศึกษามีงานทำ 100% สนใจคลิกดูรายละเอียดที่ https://www.facebook.com/RVSD.Pattaya/ พร้อมขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสนับสนุนทุนการศึกษาแก่ผู้พิการด้วยการบริจาคเงินโดยโอนผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เลขที่บัญชี : 342-4-73627-4 นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า

นายณรงค์ รัตนโสภา ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เปิดเผยว่า วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เปิดสอนวิชาชีพแก่คนพิการประเภท 3 พิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย มาแล้วกว่า 35 ปี ทำให้คนพิการมีงานทำอย่างยั่งยืนกว่า 4,000 คน ทุกหลักสูตรอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยได้พัฒนาหลักสูตรเพื่อให้มีความเหมาะสมด้านอาชีพของคนพิการและตรงความต้องการของสถานประกอบการ เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจของวิทยาลัยฯ ที่ต้องจัดการเรียนการสอนให้นักเรียนพิการโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย โดยมุ่งเน้นเพิ่มศักยภาพ-การเรียนรู้ด้วยหลักสูตรที่ทันสมัย เพื่อทำให้ผู้เรียนมีความสามารถระดับมืออาชีพ
“ที่ผ่านมาทางวิทยาลัยฯ ได้สร้างความเป็นมืออาชีพให้กับครูผู้สอน ทั้งด้านวิชาการ ทักษะในการจัดการเรียนรู้ และส่งเสริมให้บุคลากรทุกคนมีความเชี่ยวชาญในงานที่รับผิดชอบ มีระบบการดูแลคนพิการที่ครบวงจร ทำให้นักเรียนใช้ชีวิตและเรียนอย่างมีความสุข ส่งผลให้สามารถผลิตนักเรียนพิการที่มีคุณภาพตรงตามความต้องการของตลาดแรงงาน และงานที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของวิทยาลัยฯ คือการสร้างความสัมพันธ์กับเครือข่ายและการประชาสัมพันธ์เพื่อหาช่องทางการสนับสนุน เพื่อให้มีทรัพยากรอย่างเพียงพอต่อการดำเนินงาน”

ผู้อำนวยการ กล่าวอีกว่า หลักสูตรที่จะเปิดให้มีการเรียนการสอน คือ 1) หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ(ปวช.) มีสาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ และสาขาวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 2)หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง(ปวส.) มีสาขาวิชาเทคโนโลยีดิจิทัล 3)หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น มีหลักสูตรคอมพิวเตอร์สำนักงาน และหลักสูตรช่างเขียนแบบแม่พิมพ์ และ 4) หลักสูตรเตรียมวิชาชีพ สำหรับผู้เรียนที่ยังอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้
ดังนั้นจึงขอเชิญชวนคนพิการประเภท 3 พิการทางการเคลื่อนไหวหรือทางร่างกาย ที่กำลังมองหาเส้นทางพัฒนาตนเองสู่การมีงานทำ สมัครมาเรียนได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ทุกหลักสูตร ทุกสาขาวิชา เรียนฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น สนใจคลิกดูรายละเอียดที่ https://www.facebook.com/RVSD.Pattaya/ หรือทางอีเมล์ schoolinfo@mahatai.org และผู้มีจิตศรัทราร่วมสนับสนุนทุนการศึกษาแก่ผู้พิการด้วยการบริจาคเงินโดยโอนผ่านธนาคารกรุงเทพ สาขาบางละมุง ชื่อบัญชี วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เลขที่บัญชี : 342-4-73627-4 นำใบเสร็จไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า ร่วมทำบุญด้วยการให้ทุนการศึกษา ถือเป็นมหาบุญกุศลที่ยิ่งใหญ่…
Posted on 12 มกราคม 2022 by writer
เป็นที่ทราบกันว่า “ป่าชายเลน” มีประโยชน์มากมาย นอกจากจะช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ยังเป็นแหล่งอนุบาล กุ้ง หอย ปู ปลา เพื่อเป็นอาหารสำหรับชาวบ้าน อีกทั้งยังเป็นแหล่งผลิตออกซิเจนชั้นดี เพราะด้วยลักษณะของป่าชายเลน มีใบเยอะ ลำต้นสูง คายน้ำ ชอบน้ำ รากเยอะ ช่วยลดโลกร้อนได้ดี

ป่าชายเลนบ้านคลองโคน จ.สมุทรสงคราม ถือเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ป่าชายเลนที่สำคัญ เดิมมีพื้นที่ป่าชายเลนกว่า 3.7 หมื่นไร่ แต่หลังจากที่มีการบุกรุกเพื่อนำมาทำนากุ้งและใช้ประโยชน์อื่นๆ ทำให้ป่าชายเลนลดน้อยลงมาก ความอุดมสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลใกล้ชายฝั่งได้สูญเสียไป จนชาวบ้านไม่สามารถทำการประมงชายฝั่งได้ ประชากรในพื้นที่แยกย้ายไปประกอบอาชีพในต่างถิ่น
กิจกรรมปลูกป่าชายเลนบ้านคลองโคน จึงได้ริเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2534 โดยนายไพบูลย์ รัตนพงศ์ธระ หรือผู้ใหญ่ชงค์ร่วมกับชาวบ้านในชุมชนตำบลคลองโคนที่เห็นความสำคัญของป่าชายเลน ร่วมกันปลูกป่าเพื่อซ่อมแซมและฟื้นฟูป่าชายเลนคลองโคลนอย่างจริงจัง จนได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานของภาครัฐ อีกทั้งยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเห็นความสำคัญของการปลูกป่าชายเลน จึงได้เสด็จมาทรงปลูกป่าชายเลนที่คลองโคนด้วยพระองค์เอง ในปี 2540, 2541, 2542, 2545 และ 2547 ส่งผลให้ปัจจุบันพื้นที่ป่าชายเลนคลองโคนกลับฟื้นขึ้นมาเขียวขจีอีกครั้งหนึ่ง เกิดความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำชายฝั่งมากมาย ช่วยปลุกวิถีการทำประมงพื้นบ้านชายฝั่งให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง มีการรวมตัวกันจัดกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างอาชีพเสริมให้กับชาวบ้านในชุมชน รวมถึงร่วมกันทำกิจกรรมปลูกป่าชายเลน

เพื่อร่วมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนประกอบรถยนต์และอะไหล่ยาง ภายใต้แบรนด์ “POP” ร่วมกับ ศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน ได้จัดกิจกรรม โครงการ “ชลิต อินดัสทรี รักษ์น้ำ ปลูกป่า” ปี 2 ขึ้น โดยเมื่อเร็วๆ นี้ นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย นายอธิวัฒน์ และนาง มนัสนันท์ เปรมพุฒิพันธ์ กรรมการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด นำทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสากว่า 40 คน ร่วมใจปลูกป่าชายเลนคลองโคน ต.คลองโคน อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม โดยได้รับความร่วมมือจาก นายพีร์นิธิ รัตนพงศ์ธระ หัวหน้าศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน และชาวบ้านในชุมชน
นายชวิศ ยงเห็นเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ชลิต อินดัสทรี จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชนและจัดกิจกรรมเพื่อสังคมมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านการศึกษา ด้านสุขภาพ รวมถึงด้านดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม โดยโครงการ “ชลิต อินดัสทรี รักษ์น้ำ ปลูกป่า” ได้จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่2 เพื่อต่อยอดโครงการอละช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศน์ อีกทั้งยังเป็นการปลูกจิตสำนึกการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และการเป็นจิตอาสาให้แก่พนักงานให้เห็นความสำคัญของการร่วมมือร่วมใจเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนกิจกรรมงานสิ่งแวดล้อมและช่วยกันดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่อย่างยั่งยืน

กิจกรรมครั้งนี้ นอกจากพนักงานจะได้ร่วมกิจกรรมปลูกป่าชายเลนแล้ว ยังได้ล่องเรือชมระบบนิเวศน์ป่าชายเลน สัมผัสกับบรรยากาศของป่าชายเลนสองข้างทาง แวะให้อาหารลิงแสม เล่นสกีน้ำกิจกรรมสันทนาการแบบพื้นบ้าน ชมวิถีชาวบ้านตามแนวชายฝั่ง ร่วมเรียนรู้กิจกรรมวิถีชีวิตชุมชม และร่วมทำขนมจาก รวมถึงการอุดหนุนสินค้าพื้นบ้านของชุมชน โดย นายพีร์นิธิ รัตนพงศ์ธระ หัวหน้าศูนย์อนุรักษ์ป่าชายเลนคลองโคน เล่าว่า ชาวบ้านในชุมชนได้รวมตัวกันจัดกิจกรรมปลูกป่าชายเลนและท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เพื่อสร้างอาชีพที่เกี่ยวเนื่องให้กับคนในชุมชน เช่น กลุ่มกระเตง(ขนำกลางทะเล) กลุ่มชาวเรือ กลุ่มทำอาหาร เป็นต้น เพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับชาวบ้านในชุมชน ช่วยส่งเสริมกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อชุมชนและนักท่องเที่ยว ได้ทั้งความสนุก ได้สาระความรู้ และความรู้สึกดีๆ ที่ได้ร่วมกันอนุรักษ์ธรรมชาติควบคู่กันไป
Posted on 05 มกราคม 2022 by writer

ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต รองผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) นำคณะผู้บริหารที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 4 กว่า 80 คน อาทิ นพ.มานัส โพธาภรณ์ พลตรี นพ. โชคชัย ขวัญพิชิต นายณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ นายณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ นพ.เทิดศักดิ์ เชิดชู โดยมี นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่ม3 เครือ BDMS และนพ.สีหราช โลหขิตรานนท์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ให้การต้อนรับ เพื่อศึกษาดูงาน พร้อมฟังบรรยายหัวข้อ “กรณีศึกษา Digital Marketing and Health Care Services” เพื่อที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กร ณ ห้องประชุม โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา เมื่อเร็วๆนี้

Posted on 03 มกราคม 2022 by writer

พลเรือเอก หม่อมเจ้าปุสาณ สวัสดิวัตน์ ทรงเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญพระกุศลอุทิศถวายแด่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ ปีที่ 14 โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานผ้าไตร 10 ไตร เพื่อถวายแด่พระสงฆ์ที่เจริญพระพุทธมนต์ โดยมี สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ ณ พระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร วันที่ 2 มกราคม 2564 เวลา 16.00 น.
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการเพื่อทรงแบ่งเบาพระราชภาระของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ราษฎรในด้านต่าง ๆ อาทิ ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข การศึกษา การสังคมสงเคราะห์ การต่างประเทศ การศาสนา และศิลปวัฒนธรรม เป็นต้น
ด้านการแพทย์และการสาธารณสุข ทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย โดยมูลนิธิฯได้ให้การช่วยเหลือผู้ป่วยเกี่ยวกับค่ายา ค่ารักษาพยาบาล ในโรงพยาบาลต่างๆทั่วประเทศ การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม และการผ่าตัดเปลี่ยนไต นอกจากนี้ยังให้การสนับสนุนการศึกษาค้นคว้าวิจัย ตลอดจนสนับสนุนทุนศึกษาต่อทั้งในประเทศและต่างประเทศแก่แพทย์โรคไตรวมทั้งการอบรมพยาบาลไตเทียม เพื่อพัฒนาให้การดูแลรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคไตให้เจริญก้าวหน้า ทัดเทียมกับอารยประเทศ และการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโรคไตที่ถูกต้องแก่ประชาชนด้วย ทรงเป็นประธานมูลนิธิหม่อมเจ้าบุญจิราธร (ชุมพล) จุฑาธุช ซึ่งมีวัตถุประสงค์เกี่ยวกับการให้ทุนการศึกษาแพทย์ตามโครงการแพทย์ชนบท ให้ทุนการศึกษาแก่นักศึกษาพยาบาลที่เรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ และให้ทุนการศึกษาสำหรับผู้ที่จะสมัครเป็นอาจารย์วิชาการพยาบาล ทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ซึ่งมูลนิธิขาเทียมในสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี นี้ทรงร่วมกับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีก่อตั้งขึ้นมา โดยทรงลงพระนามขอจดทะเบียนด้วยพระองค์เอง และพระราชทานพระราชทรัพย์ประเดิมร่วมกับที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีพระราชทานในการก่อตั้งมูลนิธิขาเทียมฯ เพื่อจัดทำขาเทียมและพระราชทานแก่ผู้พิการขาขาดผู้ยากไร้ในชนบทโดยไม่คิดมูลค่า และค้นคว้า วิจัย พัฒนาชิ้นส่วนขาเทียมจากวัสดุภายในประเทศเพื่อลดการนำเข้าจากต่างประเทศ ทั้งยังทรงดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิถันยรักษ์ในพระบรมราชูประถัมภ์สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
นอกจากนี้ ยังได้ทรงรับมูลนิธิและกองทุนการกุศลต่างๆไว้ในพระอุปถัมภ์อีกหลายหน่วยงาน อาทิ กองทุนสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเพื่อพัฒนาการพยาบาล ศิริราชมูลนิธิ สมาคมพยาบาลสาธารณสุขไทย มูลนิธิเด็กโรคหัวใจแห่งประเทศไทย มูลนิธิส่งเสริมสวัสดิภาพสตรีและเยาวชน กองทุนหมอเจ้าฟ้า มูลนิธิโลกสีเขียว มูลนิธิสงเคราะห์เด็กพิการทางสมองและปัญญา มูลนิธิช่วยการสาธารณสุข มูลนิธิเพื่อโรงพยาบาลราชานุกูล โรงพยาบาลยุวประสาทไวทโยปถัมภ์ มูลนิธิโรงพยาบาลเวชศาสตร์เขตร้อน มูลนิธิโรงพยาบาลเลิดสิน เป็นต้น
นอกจากงานด้านสังคมสงเคราะห์และสาธารณสุขแล้ว ยังทรงส่งเสริมงานแสดงด้านศิลปวัฒนธรรม เช่น ดนตรีคลาสสิก ละครอุปรากร โดยทรงเป็นองค์อุปถัมภ์ของวงซิมโฟนีออร์เคสตราแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วงดุริยางค์เยาวชนไทย และทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิก เป็นต้น

การประชุมสมัชชาใหญ่ขององค์การยูเนสโก ณ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมาได้ Mr. Audrey Azoulay ผู้อำนวยการยูเนสโก ได้ลงนามในประกาศรับรองพระนาม สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นบุคคลสำคัญของโลก
ตลอดระยะเวลา 84 ปี ที่ทรงมีพระชนม์ชีพอยู่นั้น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ได้ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจมากมายแก่ประเทศชาติ ทรงพระคุณแก่บ้านเมืองเป็นอเนกปริยาย เป็นที่ประจักษ์แก่ตาแก่ใจของมหาชนทั่วไป
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชมน์เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ.2551 ในโอกาสวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ครบ 14 ปี ปวงพสกนิกรชาวไทยรู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงพระกรณียกิจงานด้านต่างๆ เพื่อความสุขแก่พสกนิกรทั้งหลาย
Posted on 01 มกราคม 2022 by writer
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ทรง เป็นพระเชษฐภคินีในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 และ 9 และ ทรงเป็นสมเด็จพระราชปิตุจฉาในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10

ประสูติเมื่อวันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2466 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร เป็นพระธิดาพระองค์แรกในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี พระนามแรกประสูติตามที่โรงพยาบาลตั้งถวายคือ May Songkla ซึ่งเป็นเดือนที่ทรงประสูติ ต่อมาเมื่อความทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 จึงได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระนามว่า หม่อมเจ้ากัลยาณิวัฒนา และต่อมาพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาขึ้นเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้ากัลยาณิวัฒนา ต่อมาสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้สถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา และต่อมา พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระบรมราชโองการสถาปนาเป็นเจ้าฟ้าต่างกรมฝ่ายใน มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฎว่า สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
พระองค์ทรงสำเร็จการศึกษาจากคณะวิทยาศาสตร์ สาขาเคมี มหาวิทยาลัยโลซานน์ ทรงได้รับ Diplôme de Chimiste A ขณะที่ทรงศึกษาที่คณะวิทยาศาสตร์นั้นยังทรงศึกษาหลักสูตรของสังคมศาสตร์ Diplôme de Sciences Sociales Pédagogiques อันประกอบด้วยวิชาต่าง ๆ ในสาขาวิชาการศึกษา วรรณคดี ปรัชญา และจิตวิทยาด้วย

ตลอดชนมชีพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงบำเพ็ญพระกรณียกิจมากมายแก่ประเทศชาติ เพื่อแบ่งเบาพระราชภาระพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี มีโครงการในพระอุปถัมภ์หลายร้อยโครงการ ทั้งด้านการศึกษา การสังคมสงเคราะห์ การแพทย์และการสาธารณสุข การต่างประเทศ การศาสนา และอื่น ๆ กับทั้งยังมีพระปรีชาสามารถด้านการเขียน ด้านการกีฬา ด้านการถ่ายภาพ และด้านดนตรี ซึ่งได้ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้ง “ทุนส่งเสริมดนตรีคลาสสิกในพระอุปถัมถ์ฯ” ขึ้นเพื่อพระราชทานทุนให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสไปศึกษาต่อทางด้านตนตรีคลาสสิก โดยทรงสัมภาษณ์นักเรียนที่ขอรับทุนด้วยพระองค์เอง
ทั้งยังทรงสนพระทัยโครงการจัดส่งเยาวชนไทยไปร่วมแข่งขันโอลิมปิกวิชาการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2532 ถึงปัจจุบัน โดยพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์และเงินกองทุนสมเด็จย่าเพื่อช่วยเหลือ ทรงติดตามความเคลื่อนไหวทุกขั้นตอนการแข่งขัน พระราชทานกำลังใจและทรงแสดงความยินดีแก่เยาวชนไทยที่ได้รับรางวัลและใบประกาศเกียรติคุณจากการแข่งขันในทุก ๆ ครั้ง ทรงเป็นองค์พระอุปถัมภ์ “มูลนิธิส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการและพัฒนามาตรฐานวิทยาศาสตร์ศึกษา ในพระอุปถัมภ์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์” (สอวน.) ทำให้บรรดาเยาวชนไทยได้ค้นพบตัวเองและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยติดต่อกันมายาวนานหลายปีตั้งแต่ปีแรกที่มีการส่งเยาวชนร่วมแข่งขัน
เนื่องจากในวันที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ.2566 จะเป็นวาระครบรอบ 100 ปี วันประสูติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ประเทศไทยจึงได้เสนอพระนามให้องค์การการศึกษา วิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ หรือองค์การยูเนสโก (UNESCO) พิจารณาประกาศยกย่องเป็นบุคคลสำคัญของโลก เพราะพระองค์ทรงประกอบพระกรณียกิจนานัปการด้วยพระปณิธานแนวแน่ที่จะทำประโยชน์เพื่อประชาชนชาวไทย และสังคมโลก ทั้งยังทรงยึดมั่นในคุณค่าของมนุษย์ และศักยภาพของการพัฒนาจึงทรงอุปถัมภ์กิจการทั้งปวงที่เกี่ยวกับด้านการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ประยุกต์ การแพทย์และการสาธารณสุข ด้านสังคมสงเคราะห์ ด้านสัมพันธไมตรี การสื่อสารและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ด้านการศาสนาและศิลปวัฒนธรรม ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนและพสกนิกรชาวไทย

การประชุมสมัชชาใหญ่ขององค์การยูเนสโก ณ ประเทศฝรั่งเศส เมื่อเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ที่ผ่านมาได้พิจารณารับรองพระนาม สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เป็นบุคคลสำคัญของโลกเรียบร้อยแล้ว โดย Mr. Audrey Azoulay ผู้อำนวยการยูเนสโก ได้ลงนามในประกาศอย่างเป็นทางการตามคำเสนอของประเทศไทย
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ สิ้นพระชมน์เมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ.2551 ในโอกาสวันคล้ายวันสิ้นพระชนม์ครบ 14 ปี ปวงพสกนิกรชาวไทยรู้สึกสำนึกในพระกรุณาธิคุณที่ทรงพระกรณียกิจงานด้านต่างๆ เพื่อความสุขแก่พสกนิกรทั้งหลาย
พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี พระราชทานผ้าไตร จำนวน 10 ไตร ถวาย สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก และพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์ ในพิธีบำเพ็ญกุศลถวาย สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เนื่องในโอกาสวันสิ้นพระชนม์ครบ 14 ปี ณ พระวิหาร วัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร 2 มกราคม 2565 เวลา 16.00 น.
Posted on 28 ธันวาคม 2021 by writer

นางแมรี่ เทอร์สตัน รักษาการเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย ร่วมกับ นายเบน มอร์ลี่ย์ ฑูตพาณิชย์สถานฑูตอังกฤษ และผู้อำนวยการกรมการค้ากระทรวงพาณิชย์ประเทศอังกฤษ เป็นประธานเปิดงาน NCUK/BAC Open House 2021 โดยความร่วมมือของ University Consortium (NCUK) ศูนย์การศึกษา บริติช อะเคเดมิค เซ็นเตอร์ และหน่วยการศึกษานิวซีแลนด์ (Education New Zealand; ENZ) งานแนะแนวการศึกษาต่อต่างประเทศ เพื่อเตรียมพร้อมวางแผนอนาคตการศึกษาต่อสำหรับนักเรียนไทย ณ ศูนย์การศึกษา บริติช อะเคเดมิค เซ็นเตอร์
Posted on 25 ธันวาคม 2021 by writer

นายนาถ ลิ่วเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท CDG ให้การต้อนรับคณะผู้บริหารที่เข้าร่วมอบรมหลักสูตร ผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 4 กว่า 80 คน อาทิ นางสาวอรนุช ศรีนนท์, นายภุชพงค์ โนดไธสง, นายชยันต์ ศิริมาศ นพ.มานัส โพธาภรณ์, นพ.ขวัญชัย วิศิษฐานนท์, นางสาวแพร พันธุมวนิช, นางสาวกรรธิมา สาลิกา, ดร.ศุภกร สิทธิไชย, นายวิน วิริยประไพกิจ, นายระวี พัวพรพงษ์ ณรงค์ฤทธิ์ กาละพุฒ, นพ.เทิดศักดิ์ เชิดชู, รศ.นพ.ณัฐพล ธรรมโชติ, สพ.ญ.หทัยรัตน์ พรรณาปยุกต์ เป็นต้น เพื่อศึกษาดูงาน บริษัท ซีดีจี ผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับองค์กร ออกแบบรองรับการผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ให้เข้ากับระบบการทำงานเดิม ทั้งนี้มีการบรรยายในหัวข้อ “Digital Twins Enable your Business Innovation”, “Future of Digital Citizen Services”และ “Gaining Competitive Edge with Data Intelligence” ซึ่งคณะผู้บริหารต่างให้ความสนใจการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาประยุกต์ใช้ในการพัฒนาองค์กรฯ ณ อาคาร CDG House ถนนนางลิ้นจี่ เมื่อเร็วๆนี้
