Archive | มิถุนายน 6th, 2019

AW_KV_Chainguard_Ver-1_resize

เชนการ์ด” ขอแนะนำ “เชนการ์ด เฟรซ ออเดอร์ โซลูชั่น สเปรย์” ชูจุดเด่นปลอดภัย ด้วยสารสกัดจากสมุนไพรหอมสดชื่นระดับพรีเมี่ยม

Posted on 06 มิถุนายน 2019 by writer

AW_KV_Chainguard_Ver-1_resize

             บริษัท เชอร์วู้ด คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำตลาดแชมพูสำหรับสุนัข ภายใต้แบรนด์ “เชนการ์ด” ขอแนะนำ เชนการ์ด เฟรซ ออเดอร์ โซลูชั่น สเปรย์ชูจุดเด่นปลอดภัยทั้งคน สัตว์เลี้ยง และสิ่งแวดล้อม”  เป็นสเปรย์กำจัดกลิ่นสำหรับสัตว์เลี้ยงทุกชนิดทั้ง สุนัข แมว หนู นก ไก่ สามารถกำจัดกลิ่นปัสสาวะ และมูลสัตว์ที่ติดตามที่นอน คอกสัตว์ พรม โซฟา เฟอร์นิเจอร์ และพื้นผิวต่างๆได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยคุณสมบัติพิเศษสารสกัดจากสมุนไพร OGD-1 (Natural Odorless Absorber) หอมสดชื่น ระดับพรีเมี่ยม ลิขสิทธ์เฉพาะของ เชนการ์ดที่จะไปยึดจับกับโมเลกุลของกลิ่นเหม็นและย่อยสลายกลิ่นเหม็นให้หายไป ผ่านการคิดค้นและทดสอบโดย “Chaingard Research Center”

             ท่านสามารถหาซื้อได้แล้ว ตามช่องทาง Online (Lazada, Shopee) และร้าน Pet Shop เป็นต้น โดยมีจำหน่ายกลิ่นลาเวนเดอร์ น้ำหอมระดับพรีเมี่ยม ที่หอมละมุนอ่อนโยน ไม่ฉุนน้ำหอม ขนาด 500 ml  ในราคาเพียง 129 บาท เท่านั้น

ปิดความเห็น บน เชนการ์ด” ขอแนะนำ “เชนการ์ด เฟรซ ออเดอร์ โซลูชั่น สเปรย์” ชูจุดเด่นปลอดภัย ด้วยสารสกัดจากสมุนไพรหอมสดชื่นระดับพรีเมี่ยม

พิธีจบการศึกษาหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 2 ของดีป้า

พิธีจบการศึกษาหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 2 ของดีป้า

Posted on 06 มิถุนายน 2019 by writer

DSC_8185-1_Crop-1_resize

          พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง เป็นประธานมอบใบสัมฤทธิบัตรให้ผู้สำเร็จการศึกษาของนักศึกษาผู้บริหารหลักสูตรผู้นำการส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital CEO) รุ่นที่ 2 พร้อมผู้ทรงคุณวุฒิ อาทิ หม่อมราชวงศ์ จัตุมงคล โสณกุล อัจฉรินทร์ พัฒนพันธ์ชัย รศ.นพ.สรนิต ศิลธรรม ดร. ปรเมธี วิมลศิริ ดร.นิลสุวรรณ ลีลารัศมี รศ ดร.นฤมล กิมภากรณ์ ดร.ธัชพล กาญจนกูล ผศ.(พิเศษ)ดร. อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์ ผศ.ดร.จิระเสกข์ ตรีเมธสุนทร ดร.ตุลย์ วงศ์ศุภสวัสดิ์ เกศรา มัญชุศรี พิศุทธิ์ อารีมิตร ละเอียด โควาวิสารัช เป็นต้น โดยมี ผศ.ดร.ณัฐพล นิมมานพัชรินทร์ ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) และ ดร.รัฐศาสตร์ กรสูต ให้การต้อนรับ ณ สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (ดีป้า) อาคารลาดพร้าวฮิลล์ ลาดพร้าว ซอย 4 กรุงเทพมหานคร ทั้งนี้มีผู้บริหารจบการอบรมจำนวน 83 ท่าน ซึ่งเป็นผู้บริหารระดับสูงจากภาครัฐและภาคเอกชน ได้แก่ กมลวิศว์ แก้วแฝก, กฤษฎา ทองธรรมชาติ, การดี เลียวไพโรจน์, กำพล โชคสุนทสุทธิ์, เกรียงไกร ไชยศิริวงศ์สุข, โกเมน พิบูลย์โรจน์, ขนิษฐา ผลเจริญ, คเณตร์ เลิศหิรัญวิบูลย์, จักรกริช โง้วศิริ, จิราพร ศิริคำ, จุมพล สายมาลา, ฉกาจ วิสัย, ชนวัฒน์ วาจานนท์, ชัชวาลย์ เบญจสิริวงศ์, ชัยวัฒน์ กุมุทพงษ์พานิช, ชิตพงษ์ วีรวรรณภิญโญ, ชิษณุ อัมพะเศวต, ชีวนันท์ เลิศพิริยสุวัฒน์, ณัฐพล วิมลเฉลา, ทัศนีย์ ทองมี, ทิพวรรณ หรรษคุณาชัย, ทิพาภรณ์ นิปกากร, ธนพร ฐิติสวัสดิ์, ธนวรรธน์ ไกรพิสิทธิ์กุล, ธนาภรณ์ พรมสุวรรณ, ธำรงเกียรติ อุทัยสาง, ธิติ โตวิวัฒน์, พลตรี ธงชัย รอดย้อย, นนทิชา วรรณสว่าง, นภดล ศรีสรรค์, นพพร ลัทธิธรรม, นฤมล กรุงทองจันทร์, นิติ บุณยเกียรติ, บุญชู สมบูรณ์ศักดิกุล, เบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร, ประภาพรรณ เวลเซอร์, ประสพ เรียงเงิน, ปิยะนุช สัมฤทธิ์, ปิยะวัฒน์ จริยเศรษฐพงศ์, ปุริม ณ บางช้าง, พงษ์ศักดิ์ ยิ่งชนม์เจริญ, พรชัย หอมชื่น, พสิกา รัตนพงศ์, พัชรี ปิยวรเดช, พีระ บุญสินสุข, พุทธมนต์ รตจีน, ภัทรวินฑ์ อัตตะสาระ, ภิรตา ภักดีสัตยพงศ์, มรกต เธียรมนตรี, มลวิภา เดชาวัฒนากูล, ยุภาวรรณ ศิริชัยนฤมิตร, รุ่งกานดา พงศ์ธรกุลพานิช, รุจิรา เหนือเกาะหวาย, ลดาวัลย์ ดำเนินชาญวนิชย์, วรวีร์ วีรคเชนทร์, วัชระ เอมวัฒน์, วิรัช ตั้งจิตเพียรดี, วิสันติ์ อาชาเดโชพล, วัฒนา พุฒิชาติ, ศรีไพร ศักดิ์รุ่งพงศากุล, ศลิษา หาญพานิช, ศาศวัต เด่นแดนโดม, ศิรินุช ชีวันพิศาลนุกูล, ศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร, ศุภอัชฌ์ ชาตรูปะวณิช, สมิทธิ ดารากร ณ อยุธยา, สรายุทธ์ บุญเลิศกุล, สหภูมิ ภูมิธฤติรัฐ, สฤษดิ์ วิฑูรย์, สินีนาฎ คำวงค์ปิน, สุทธิ์สมร แสงสุรศักดิ์ชัย, สุธี เตชะประภาแสง, สุรเชษฐ์ ชัยปัทมานนท์, สุรพล โอภาสเสถียร, อภิจิต เจริญเวชชการ, อภิญญา สุจริตตานันท์, อรรถพ ถาน้อย, อำพล พงศ์สุวรรณ, อินทิรา โภคปุณยารักษ์, อุบลวัณณ์ จรูญเรืองฤทธิ์, PHOUKHONG CHITHOUBLOK, PHOUTHONG  SISAVATH, AROMHACK SAYSANASONGKHAM

——————————————————————

ปิดความเห็น บน พิธีจบการศึกษาหลักสูตร Digital CEO รุ่นที่ 2 ของดีป้า

นิวซีแลนด์เร่งปรับหลักสูตรการศึกษาเทคโนโลยีดิจิทัลระดับประเทศ

นิวซีแลนด์เร่งปรับหลักสูตรการศึกษาเทคโนโลยีดิจิทัลระดับประเทศ

Posted on 06 มิถุนายน 2019 by writer

นิวซีแลนด์เร่งปรับหลักสูตรการศึกษาเทคโนโลยีดิจิทัลระดับประเทศ

เริ่มเรียนหลักสูตรใหม่ปูพื้นฐานตั้งแต่ประถม-มัธยมทุกโรงเรียนทั่วประเทศในปี 2563

 Pic 4

ในยุคที่ทุกสิ่งเข้าสู่โลกของดิจิทัลเทคโนโลยีดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตทั้งที่บ้าน ที่ทำงาน การติดต่อสื่อสารในเรื่องธุรกิจ การตลาด สื่อสังคมออนไลน์ เว็บไซต์ แอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน ไปจนถึงภาครัฐและเอกชนต่างๆ รวมทั้งภาคการศึกษาจำเป็นต้องเตรียมการรับมือให้พร้อมเพื่อปรับให้เข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลในอนาคตซึ่งนิวซีแลนด์ได้ชื่อว่าเป็นประเทศดิจิทัลที่มีการยกระดับภาคการศึกษาให้ก้าวทันเทคโนโลยีดิจิทัลมาอย่างต่อเนื่อง

ล่าสุดมีรายงานข่าวจากหน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ สถานทูตนิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย แจ้งว่า นิวซีแลนด์กำลังอยู่ระหว่างปรับหลักสูตรการศึกษาด้านเทคโนโลยีระดับประเทศ ให้มีการเริ่มเรียนหลักสูตรเทคโนโลยีดิจิทัลตั้งแต่ประถมศึกษา (Year 1) จนจบมัธยมศึกษา (Year 13) เพื่อเตรียมความพร้อมให้เด็กและคนรุ่นใหม่สามารถก้าวทันโลกดิจิทัลได้อย่างมั่นใจ

          น.ส.ช่อทิพย์ประมูลผล ผู้จัดการตลาด หน่วยงานการศึกษานิวซีแลนด์ ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า รัฐบาลนิวซีแลนด์มุ่งเน้นพัฒนาให้ระบบการศึกษาของนิวซีแลนด์ช่วยให้เด็กและคนหนุ่มสาวมีทักษะและความรู้และพร้อมในการเติบโตในเส้นทางที่พวกเขาเลือก และเพื่อเป็นการตอบสนองต่อโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วนี้ ซึ่งหลักสูตรเทคโนโลยีดิจิทัลแห่งชาติฉบับใหม่ให้นี้จะเข้มข้นขึ้นจากหลักสูตรเดิมที่มุ่งเน้นการฝึกฝนและให้ ความรู้ด้านเทคโนโลยี ส่วนหลักสูตรใหม่จะมีการเพิ่มเติมการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัลทั้งทางด้านการคิดเชิงคำนวณ การออกแบบ และการพัฒนาผลลัพธ์ทางดิจิทัล ประกอบด้วย

  • การคิดเชิงคำนวณสำหรับเทคโนโลยีดิจิทัล โดยนักเรียนจะได้พัฒนาความเข้าใจในหลักการวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่รองรับเทคโนโลยีดิจิตอลทั้งหมด การสร้างทักษะของนักเรียนเพื่อให้นักเรียนได้เรียนรู้แนวคิดการเขียนโปรแกรมหลักเพื่อให้พวกเขาสามารถเป็นผู้สร้างสรรค์เทคโนโลยีดิจิทัลไม่ใช่เป็นเพียงแค่ผู้ใช้งานหรือผู้บริโภคเท่านั้น
  • การออกแบบและพัฒนาผลลัพธ์ดิจิทัล โดยนักเรียนจะได้เรียนรู้ถึงวิธีการออกแบบอย่างมีคุณภาพ ที่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์ดิจิทัลโซลูชั่น

“เราได้เริ่มปรับหลักสูตรการศึกษาด้านเทคโนโลยีแห่งชาติของเราใหม่เพื่อให้ครอบคลุมการเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิทัลโดยเริ่มใช้ในชั้นมัธยมศึกษา (Year 11) ก่อนตั้งแต่ต้นปี 2561 และตั้งเป้าว่าโรงเรียนทุกแห่งในนิวซีแลนด์จะเริ่มใช้เนื้อหาหลักสูตรเทคโนโลยีดิจิทัลใหม่นี้ตั้งแต่ปี 2563 สำหรับนักเรียนทุกระดับชั้นจากประถมศึกษาจนจบมัธยมศึกษาโดยนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา (Year 11-13) จะมีโอกาสเรียนหลักสูตรเฉพาะทางมากขึ้นด้วย ซึ่งการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ให้ความสำคัญกับนักเรียนในนิวซีแลนด์มากขึ้นในการสร้างทักษะของพวกเขาเพื่อให้พวกเขาสามารถเป็นผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมของดิจิทัลโซลูชั่น โดยในปีแรกรัฐบาลนิวซีแลนด์ใช้งบประมาณกว่า 40 ล้านดอลลาร์นิวซีแลนด์ ในการใช้ทรัพยากรและการฝึกอบรมเนื้อหาใหม่สนับสนุนทุกการสอนและการเรียนรู้ในรูปแบบดิจิทัล การสอบออนไลน์ นักเรียนจะได้เรียนรู้การออกแบบและพัฒนาผลลัพธ์ดิจิทัลอย่างมีคุณภาพ และจะได้พัฒนาความเข้าใจในหลักการวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่รองรับเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งหมด เราต้องการสร้างทั้งนวัตกรรม และนวัตกรผ่านระบบการศึกษาของเราเพื่อรองรับโลกอนาคต” น.ส.ช่อทิพย์กล่าวสรุป

ทั้งนี้ ปัจจุบันนิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในประเทศเป้าหมายในอันดับต้นๆ ทางการศึกษาที่นักเรียนไทยจำนวนมากเลือกเดินทางไปศึกษาต่อ โดยปัจจุบันมีนักเรียนไทยมากกว่า 3,300 คนได้เดินทางไปศึกษาต่อที่นิวซีแลนด์เพื่อเสริมสร้างโอกาสการทำงานในระดับสากลผ่านระบบการศึกษามาตรฐานระดับโลก นอกจากนักเรียนไทยจะได้พัฒนาทักษะด้านการศึกษาที่สำคัญแล้วระบบการศึกษานิวซีแลนด์ ยังสนับสนุนให้นักเรียนมีการพัฒนาเป็นบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ สามารถคิดนอกกรอบ มีความคิดวิเคราะห์ กล้าคิด กล้าแสดงออกและประยุกต์

ผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษานิวซีแลนด์ ดูได้ที่ www.studyinnewzealand.govt.nz

ปิดความเห็น บน นิวซีแลนด์เร่งปรับหลักสูตรการศึกษาเทคโนโลยีดิจิทัลระดับประเทศ

แพทย์ราชวิถี เตือน! “ไขมันพอกตับ” อันตรายภัยเงียบ

แพทย์ราชวิถี เตือน! “ไขมันพอกตับ” อันตรายภัยเงียบ

Posted on 06 มิถุนายน 2019 by writer

เป็นที่ทราบกันดีว่า “ตับ” เป็นอวัยวะสำคัญเช่นเดียวกับอวัยวะอื่นๆ มีบทบาทในกระบวนการทำงานของร่างกายเพื่อให้ดำรงชีวิตได้เป็นปกติ ทำหน้าที่คัดกรองสิ่งต่างๆ ในร่างกาย และปรับสภาพให้เหมาะสำหรับการใช้งานในแต่ละอวัยวะ รวมทั้งเป็นแหล่งเก็บสะสมพลังงานสำรองของร่างกายด้วย ซึ่งหากตับมีความผิดปกติย่อมส่งผลร้ายต่อร่างกายอย่างแน่นอน ซึ่งมีสาเหตุได้หลายประการไดแก่ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบ แบคทีเรีย เชื้อรา สารเคมีหรือสารพิษต่างๆ รวมถึง แอลกอฮอล์และภาวะไขมันพอกตับ  ทำให้เกิดภาวะตับอักเสบเฉียบพลัน ตับอักเสบเรื้อรัง  ตับแข็งและภาวะแทรกซ้อนรวมถึงมะเร็งตับ เป็นต้น

001

ดังนั้นเรามารู้หน้าที่สำคัญๆของ “ตับ” คือ…

1.เป็นแหล่งเก็บสะสมพลังงานของร่างกายและเปลี่ยนแปลงสารอาหารที่สะสมไว้มาเป็นพลังงานในการทำงานของอวัยวะต่างๆในร่างกายเช่น เปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตให้เป็นน้ำตาล เปลี่ยนไขมันให้เป็นพลังงานเพื่อให้เซลล์ต่างๆนำไปตามความต้องการของร่างกาย

2.ทำลายสารพิษต่างๆ ที่เกิดจากกระบวนการเผาผลาญของร่างกายหรือจากสิ่งที่เรานำเข้าสู่ร่างกาย

3.สร้างภูมิคุ้มกันในร่างกาย ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่ดีขึ้น

4.สังเคราะห์โปรตีนซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นในร่างกาย

ปัจจุบันไขมันพอกตับถือว่าเป็นโรคตับที่พบมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะประเทศในแถบอเมริกาและยุโรปซึ่งมีคนอ้วนจำนวนมาก สำหรับในเอเชียรวมทั้งประเทศไทยแม้ขณะนี้จะมีจำนวนผู้ป่วยน้อยกว่าฝรั่ง แต่ก็มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งมีข้อมูลจากการศึกษาต่างๆพบว่า ผู้ป่วยเบาหวาน 100 คน เป็นไขมันพอกตับประมาณ 50-70 คน ผู้ป่วยโรคอ้วน100 คน พบภาวะไขมันพอกตับถึง 40-90 คน แต่ทั้งนี้ ภาวะไขมันพอกตับเปรียบเสมือนภัยเงียบที่ค่อยๆ ทำร้ายร่างกายเราโดยไม่รู้ตัว

Liver-02_resize

สาเหตุของการเกิดไขมันพอกตับ แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ

1.ภาวะไขมันพอกตับจากการดื่มแอลกอฮอล์ เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณมากและเป็นเวลานาน ทำให้เกิดอันตรายต่อโดยเกิดการสะสมของไขมันที่ตับ ตับอักเสบเฉียบพลันและเรื้อรัง ตับแข็งและเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆ

2.ภาวะไขมันพอกตับที่ไม่ได้เกิดจากการดื่มแอลกอฮอล์ เกิดขึ้นจากความผิดปกติของระบบเผาผลาญ เช่น โรคอ้วน โรคเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง จนทำให้เกิดไขมันจำนวนมากสะสมอยู่ที่ตับ

ไขมันพอกตับ เป็นภาวะที่ไขมันเข้าไปแทรกที่เซลล์ของตับ ซึ่งหากสะสมมากกว่า 5-10% ของน้ำหนักตับ (เป็นภาวะไขมันพอกตับ) ทำให้ตับเกิดการอักเสบ หรือเซลล์ตับตาย และเกิดพังผืดภายในตับ จนกลายเป็นโรคตับแข็งและอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนเป็นมะเร็งตับได้

ไขมันพอกตับเริ่มแรกจะไม่มีอาการ แต่จะเริ่มมีอาการหลังจากที่ไขมันสะสมอยู่ในตับจำนวนมาก โดยอาการที่พบคือ เหนื่อย อ่อนเพลีย ไม่มีแรง รู้สึกไม่สบายท้อง น้ำหนักลดผิดปกติ ความอยากอาหารลดลง คลื่นไส้  มึนงง ความสามารถในการตัดสินใจและสมาธิลดลง นอกจากโรคไขมันพอกตับ ทำให้เกิดโรคอื่นๆ ด้วย เช่น ตับโต เกิดอาการปวดที่บริเวณท้องด้านบนขวา หรือกลางท้อง และอาจพบรอยปื้นคล้ำที่ผิวหนังบริเวณ คอ หรือใต้รักแร้ ในขณะที่ผู้ป่วยไขมันพอกตับที่มีภาวะบางอย่างร่มด้วยเช่นการดื่มแอลกอฮอล์ การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีหรือซี จะมีเสี่ยงต่อการเกิดโรคตับแข็งได้มากกว่าคนปกติ และหากไม่ได้รับการรักษาอาจนำไปโรคตับแข็งและภาวะแทรกซ้อนอื่นๆ เช่น  มีของเหลวจำนวนมากในช่องท้อง หรือที่เรียกว่าอาการท้องมาน การติดเชื้อของของเหลวในช่องท้อง  ภาวะซึมเนื่องจากของเสียคั่งในกระแสโลหิตและสมอง ภาวะตับวายระยะสุดท้าย ส่งผลให้ตับหยุดการทำงานโดยสิ้นเชิงและการเกิดมะเร็งตับซึ่งเป็นโรคที่มีความร้ายแรงและรักษาได้ยาก

ดังนั้น หลักปฏิบัติง่ายๆ ที่ทุกท่านควรตระหนักถึงการเกิดไขมันพอกตับ เพราะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นใกล้ตัวเรา เพราะปัจจุบันวิถีการกินที่เปลี่ยนแปลงไปใกล้เคียงประเทศตะวันตกมากขึ้นเน้นการกินแบบฟาสต์ฟูดทำให้มีคนอ้วนมากขึ้น นั่นคือสาเหตุที่ส่งผลให้เกิดภาวะไขมันพอกตับได้ แต่ท่านสามารถปฏิบัติตัวง่ายๆเพียง…

1.เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชชนิดต่าง ๆ หลีกเลี่ยงอาหารไขมันสูง เปลี่ยนมารับประทานอาหารที่มีไขมันดี เช่น ถั่วเปลือกแข็ง อะโวคาโด ปลาทะเล เป็นต้น

2.ควรออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที เป็นประจำก็จะช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักและกระตุ้นระบบเผาผลาญ

3.หากเป็นผู้ที่ดื่มแอลกอฮอล์ก็ต้องควบคุมปริมาณการดื่มแต่พอดี หรืองดดื่มไปเลย

4.ตรวจสุขภาพเป็นประจำรวมทั้งตรวจคัดกรองหาเชื้อไวรัสตับอักเสบและการทำงานของตับเนื่องจากโรคตับในระยะแรกจะยังไม่แสดงอาการออกมา

ปัจจุบัน รพ.ราชวิถี ยังมีผู้ป่วยด้อยโอกาสอยู่เป็นจำนวนมากที่รอคอยการรักษา  ดังนั้นจึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาร่วมสมทบทุนบริจาคซื้อเครื่องมือแพทย์กับโรงพยาบาลราชวิถีได้ที่ ชื่อบัญชี “เงินบริจาคของโรงพยาบาลราชวิถี” หมายเลขบัญชี 051-276128-1 ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาโรงพยาบาลราชวิถีหรือสอบถามโทร02-3548108-37 ต่อ 3032 หรือกรอกข้อมูลผ่าน http://www.rajavithi.go.th

ปิดความเห็น บน แพทย์ราชวิถี เตือน! “ไขมันพอกตับ” อันตรายภัยเงียบ

มิถุนายน 2019
พฤ อา
« พ.ค.    
 12
3456789
10111213141516
17181920212223
24252627282930

RELATED SITES